โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อัปเดตครบ 24 ชม. "สิริพงศ์" เผยอัตราถนนทรุดลดลง สั่งรื้อสะพานลอย เร่งอุดโพรงช่องว่างใต้ดิน-บนดิน คาดใช้เวลาแก้ปัญหา 7-12 วัน

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 10 ก.ค. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. เวลา 09.59 น. • TOP NEWS

จากกรณีพบน้ำรั่วบริเวณอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งต่อมาพบว่าถนนเกิดการทรุดตัว มีการอพยพประชาชนในรัศมี 30 เมตร และเฝ้าระวังอาคารถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก จากแยกบ้านแขกถึงแยกวงเวียนใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามที่นำเสนอไปแล้ว

ล่าสุด เวลา 15:00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยระบุว่า จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การทรุดตัวของถนน พบว่าเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อวานนี้ ณ เวลาเดียวกัน ถนนทรุดตัวไป 20 เซนติเมตร แต่จนถึงขณะนี้ทรุดตัวรวม 28 เซนติเมตร หมายความว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทรุดตัวเพิ่มเพียง 8 เซนติเมตร ถือเป็นสัญญาณที่ดี ลักษณะการทรุดตัวในขณะนี้ยังเป็นการทรุดตัวต่อเนื่องเหมือนเมื่อวาน แต่แตกต่างกันคือ เมื่อวานจะทรุดตัวแทบทุกชั่วโมง อาจชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร แต่วันนี้จะเกิดเป็นช่วง ๆ แล้วแต่พฤติกรรมของแต่ละช่วงเวลา แสดงให้เห็นว่าการป้องกันและการอุดช่องโหว่ด้านล่างบางจุดประสบความสำเร็จแล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างได้เพิ่มกำลังคนและเครื่องจักร เพื่อเร่งอุดช่องว่างในดินให้ได้มากที่สุด วันนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อขอรื้อสะพานลอยออก ให้สะดวกต่อการดำเนินงานซ่อมแซม ส่วนอาคารต่าง ๆ ไม่ได้มีการเอียงเพิ่มเติมจากเมื่อวาน จากการสอบถามช่างเซอร์เวย์ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการติดตามตรวจวัดทุก 30 นาที พบว่าแนวโน้มของอาคารยังเป็นไปในทางที่ดี ไม่มีการเอียงเพิ่มเมื่อเทียบกับเมื่อวาน ขณะที่ถนนทรุดตัวเพิ่มเพียงเล็กน้อย และอยู่ในอัตราที่น้อยกว่าวันก่อนอย่างมาก

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีการสืบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป สำหรับมาตรฐานการควบคุมงาน มีทั้งที่ปรึกษาและผู้เฝ้าติดตามงานอยู่แล้ว และในกรณีนี้พบปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า เพราะทราบว่ามีน้ำรั่วซึม จึงได้พยายามแก้ไขปัญหาก่อน จึงเป็นที่มาของการปิดผิวจราจร การซ่อมแซม และการอพยพประชาชน ไม่ใช่ลักษณะที่ถนนทรุดตัวลงอย่างกะทันหันจนเกิดความเสียหาย โดยได้รับรายงานเรื่องน้ำรั่วเข้ามาก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน ขณะนี้ยังไม่สามารถทำให้อุโมงค์แห้งได้ เพราะต้องรักษาความดันระหว่างด้านในกับด้านนอก เนื่องจากอุโมงค์รับแรงดันจากภายนอกรอบด้าน วิธีดำเนินการคือ ต้องรักษาแรงดันด้านในและด้านนอกให้สมดุล อุดโพรงด้านนอกให้หมด เพื่อป้องกันดินไหล จากนั้นจึงทำให้อุโมงค์แห้ง เมื่อตัวอุโมงค์สามารถรับแรงดันจากภายนอกได้แล้ว จึงจะสามารถตรวจหาจุดรั่วได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7-12 วัน โดยเป็นวิธีการทางวิศวกรรม ใช้วิธีปิดหัว ปิดท้าย และอัดน้ำเข้าไป เพื่อให้ความดันด้านในและด้านนอกสมดุล จากนั้นปิดช่องด้านนอกทั้งหมด เพื่อไม่ให้ดินไหล เมื่ออุดช่องด้านนอกเสร็จแล้ว จึงระบายน้ำออกและดำเนินการซ่อมแซมต่อไป ในส่วนของการเยียวยา ผู้รับจ้างมีประกันภาคบังคับอยู่แล้ว สำหรับประชาชนที่ต้องออกจากบ้านในช่วงนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดูแลทั้งหมด ส่วนเรื่องการเยียวยาจะหารือกันในลำดับต่อไป แต่ยืนยันว่าจะมีผู้รับผิดชอบดูแลอย่างแน่นอน เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน ส่วนกระบวนการดำเนินงานจะเป็นไปตามหลักวิศวกรรมทั้งหมด ไม่มีใครสามารถสั่งให้ทำขั้นตอนใดก่อนหรือหลังได้ เพราะต้องดำเนินการตามแนวทางของวิศวกร อาจมีการลงพื้นที่ติดตามอีกครั้งในช่วงเย็น

วันนี้กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ต้องกราบขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกำกับดูแล กำชับ และติดตามการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก จึงขอให้ประชาชนอดทนอีกไม่นาน เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เมื่อช่วงเช้าได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงวิศวกรจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับ การดำเนินการทุกขั้นตอนเกิดจากการหารือและถกเถียงกันในทางวิชาการของแต่ละฝ่าย จนได้ข้อสรุปร่วมกัน ดังนั้นการนำความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาตัดสินภาพรวมของเหตุการณ์เพียงลำพัง อาจยังไม่เพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...