โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าอาวาส เผยนาทีคนร้ายบุกยิงในกุฏิวัด เปิด 1 ปมสงสัย

Khaosod

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 01.25 น.
เจ้าอาวาส เผยนาทีคนร้ายบุกยิงในกุฏิวัด เปิด 1 ปมสงสัย

เจ้าอาวาส เผยนาทีคนร้ายบุกยิงในกุฏิวัด เปิด1ปมสงสัย เชื่อไม่ใช่เรื่องฆ่าล้างหนี้ เผยความสัมพันธ์หญิง 1 ในผู้ต้องสงสัย ตร.พบหลักฐานสำคัญ

วันที่ 22 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุบุกยิง พระอธิการบุญเลิศ อคปุญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดกระโจมทอง ม.3 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะกำลังยืนอยู่ภายในกุฏิ

ล่าสุดที่สภ.เมืองกำแพงเพชร ตำรวจยังคงสืบหาพยานหลักฐานเพื่อตามหาผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ทำการส่งตรวจเขม่าดินปืนจากผู้ใกล้ชิดทั้งหมด 12 คน โดยชุดแรก 9 คน แบ่งเป็นพระ 6 รูป และโยม 3 คน ผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่พบสารเคมีหรือคราบเขม่าดินปืนบนร่างกายและเสื้อผ้าแต่อย่างใด

เจ้าอาวาส

เจ้าอาวาส เผยนาทีคนร้ายบุกยิงในกุฏิวัด เปิด1ปมสงสัย เชื่อไม่ใช่เรื่องฆ่าล้างหนี้ เผยความสัมพันธ์หญิง 1 ในผู้ต้องสงสัย ตร.พบหลักฐานสำคัญ

ขณะนี้ยังคงเหลือบุคคลใกล้ชิดอีก 3 ราย ที่ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรัดผลตรวจอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเป็นกุญแจสำคัญในการชี้ตัวผู้ก่อเหตุ โดยผลตรวจดังกล่าวที่ยังไม่ออก ซึ่งมีนายเพลิน (ขอสงวนนามสกุล) และ นางลำไย (ขอสงวนนามสกุล) รวมอยู่ในนั้นด้วย

สำหรับหลักฐานสำคัญอีกชิ้นที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญคือรอยเท้าที่อยู่ในไร่มันสำปะหลังบริเวณท้ายวัด พบว่ามีรอยจำนวนมากนับ 10 รอย มุ่งหน้าไปบริเวณริมแม่น้ำปิงติดทางด้านซีกซ้ายของวัด ซึ่งมีถนนเชื่อมข้างวัดสามารถทะลุมาถนนหน้าวัดเข้าชุมชนได้ เป็นเส้นทางที่สามารถหลบหนีของคนร้ายได้

โดยรอยเท้ามีลักษณะสวมใส่ถุงเท้า มีร่องรอยลายถุงเท้าอย่างชัดเจน ซึ่งลักษณะการก้าวเท้าไป 4-5 ก้าว รอยเท้าเหมือนไปหยุดอยู่บริเวณกลางร่องมัน เพื่อตัดสินใจว่าจะไปในทิศทางใดจากนั้นก็มีรอยเท้ามุ่งหน้าไปต่อ

เจ้าอาวาส

พระอธิการบุญเลิศ อคปุญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดกระโจมทอง

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ พระอธิการบุญเลิศ อคปุญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดกระโจมทอง ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านญาติโยม ขณะนั้นมีโทรศัพท์จากพี่สาวของนางลำไย โทรมาบอกว่า ตำรวจได้มาเชิญตัวพระรูปหนึ่งไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก

ทั้งนี้ พระอธิการบุญเลิศ ได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของคดีว่า น่าจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของจำนวนเงินที่มีคนมายืมตนไป โดยที่ผ่านมามีคนมายืมเงินตนจำนวน 4 คน โดยคนที่มากสุดจำนวนเงินที่ให้ยืมคือ นายดาวที่มานวดให้ จำนวน 20,000 บาท แต่ก็ใช้คืนมาแล้ว เหลือเพียงแค่ 9,500 บาท ซึ่งก็ไม่มีพฤติกรรมอะไร ปัจจุบันก็มานวดให้ปกติ

นอกนั้นก็มีหลัก 1,000 หลักร้อย ตนมองว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับการก่อเหตุล้างหนี้ ส่วนประเด็นที่ตนไปยืมเงินคนอื่นก็มีบ้าง ซึ่งก็ยืมโยมที่อยู่ใกล้เคียงแต่ก็ใช้คืนหมดแล้ว ซึ่งการยืมเงินกันก็คนใกล้ชิดทั้งนั้นและไม่ได้คิดดอกอะไร

เจ้าอาวาส

เจ้าหน้าที่ตำรวจ โชว์ร่องรอยหลักฐานที่ตรวจพบ

ส่วนประเด็นที่ทุกคนสงสัยว่า นายเพลินเป็นคนก่อเหตุ อันนี้ตนไม่ทราบเพราะนายเพลินก็มาที่วัดประจำแต่ช่วงหลังห่างไป ซึ่งไม่ได้มีความบาดหมางอะไร พูดกันปกติ ส่วนเรื่องที่มีคนมาเคาะประตูห้องตนตะโกนบอกว่า ไม่ได้ล็อกเข้ามาได้เลยก็ไม่เห็นมีใครเข้ามา ได้ยินแต่เสียงสุนัขขู่ ตนก็ไม่ได้เปิดประตูออกไปดูด้วย ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นคนเมา

แต่วันที่เกิดเหตุถูกยิงอันนี้ไม่ได้เคาะ เปิดประตูก็ก่อเหตุเลย ซึ่งตนนั่งฉันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ เพราะต้องกินยาแก้อาการป่วย จากนั้นกำลังจะเก็บถ้วยเก็บชามล้างเข้าที่ จู่ ๆ เปิดประตูเข้ามายิง ซึ่งตนก็จำไม่ได้ว่าใครเพราะไม่คุ้น

สำหรับความสัมพันธ์กับโยมลำไย ตนก็ชอบพอกันมานับ 10 ปีแล้ว ซึ่งก็อยากจะสึกออกไปอยู่ด้วยกัน แต่ดันมาป่วยซะก่อน ซึ่งปัจจุบันเป็นโรคหัวใจก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว จึงอยู่เหมือนพี่เหมือนน้องดูแลกันไปแบบนี้แหละ

นางลำไย นึ่งผู้ที่ถูกตำรวจเรียกตรวจมาสอบสวนเพิ่มเติม

วันเกิดเหตุนางลำไยก็เข้ามาที่วัดเพื่อทำหน้าที่ปกติ ทั้งทำความสะอาดล้างปิ่นโตและให้อาหารหมา ซึ่งช่วงหลังตนก็รู้ข่าวบ้างว่า นายเพลินชอบพอกับนางลำไยแต่จะให้ตนไปออกหน้าออกตาก็คงไม่ได้เพราะเป็นพระ

ถ้าถามว่าเรื่องหึงหวงตนจะต้องไปฆ่าเขามากกว่าที่เขาจะมาฆ่าตน ซึ่งที่ผ่านมานางลำไยก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเกี่ยวกับนายเพลิน พอได้ยินว่าประเด็นพุ่งเป้าไปที่นายเพลินอันนี้ตนก็ไม่รู้หรืออาจจะเป็นแค่น้ำผึ้งหยดเดียว ใจคนเราก็ไม่รู้ ถามว่าตนสงสัยไหมก็สงสัย แต่ถ้าเขาจะทำจริงมันจะมีประเด็นอะไรที่ทำให้เขาต้องก่อเหตุ

ด้าน นายทองชุบ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ลูกศิษย์ที่อาศัยอยู่ในวัดกับเจ้าวาสตลอดเวลา กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ในห้องมารู้อีกทีตอนตำรวจมาเรียกว่าหลวงพ่อถูกยิง ส่วนประเด็นชู้สาวตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งคนรอบข้างทั่วไปอาจจะคิดแบบนั้น

ปกตินางลำไยเวลาเข้ามาที่วัดก็มาทำภารกิจต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ออกไป ส่วนนายเพลินนาน ๆ จะเข้ามาที ส่วนเรื่องเงินตนว่าไม่น่าเกี่ยวข้องที่จะก่อเหตุได้ หากเป็นเรื่องชู้สาวอันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ตนมีหน้าที่ดูแลหลวงพ่อ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ต้องมาเฝ้าตลอดเวลา

ขณะที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานอีกครั้งที่บ้านนายเพลิน โดยนำรองเท้าบูทซึ่งนายเพลินบอกว่าเป็นของคนงาน โดยตำรวจได้เก็บหลักฐานไปตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมเชิญตัวนายเพลินไปสอบปากคำอีกครั้ง

ซึ่งระหว่างเชิญตัวออกจากบ้านชั่วคราวได้สอบถามนายเพลินว่าเกี่ยวข้องกับการยิงพระและประเด็นชู้สาวหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและขอให้ยาเขียนประเด็นเรื่องชู้สาว

ต่อมาที่ สภ.กำแพงเพชร พบนางลำไยที่ถูกเรียกตัวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน โดยระหว่างรอพบ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เจอนายเพลินไหม ได้รับคำตอบว่า ไม่ ซึ่งก็ยอมรับว่าเครียดกับการถูกเรียกสอบหลายครั้ง แต่ก็ต้องมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ส่วนรองเท้าบูทที่เจอในบ้านเป็นของคนงานที่ใส่ไปเทปูน ซึ่งเก็บไว้นานแล้วจำนวน 2 คู่ ซึ่งตนก็ไม่ตกใจที่หลวงพ่อบอกว่าแอบชอบตน โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุตนและนายเพลินอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็มีรูปถ่ายและพยานชัดเจน

นายเพลินก็ไปมาหาหาสู่อยู่กับบ้านตนได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่คบหากันนายเพลินก็เข้าวัดปกติ นายเพลินก็เคยตัดพ้อกับตนว่าเข้าไปทำไมในวัดบ่อย ๆ นาน ๆ ตนก็บอกว่าไปช่วยงานวัดปกติ แต่ก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องนี้ ตนบริสุทธิ์ใจกับเรื่องนี้ และ ณ ตอนนี้ตนก็เชื่อว่านายเพลินเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำนายเพลินและนางลำไยอย่างละเอียด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าอาวาส เผยนาทีคนร้ายบุกยิงในกุฏิวัด เปิด 1 ปมสงสัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...