ซูเปอร์เอลนีโญเสี่ยงกระทบไทย นักวิชาการเตือนจับตาปลายปี 2569
นักวิชาการด้านสภาพภูมิอากาศและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด โดยประเมินเบื้องต้นว่า ปี 2569 มีโอกาสประมาณร้อยละ 65 ที่จะพัฒนาเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 77 ปี และส่งผลกระทบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2570
รองศาสตราจารย์วิษณุ อัถวานิช ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเอลนีโญเริ่มส่งสัญญาณตั้งแต่เดือนมิถุนายน จากสภาพอากาศร้อนจัดและฝนทิ้งช่วง ก่อนมีแนวโน้มทวีความรุนแรง และคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงสุดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570
ข้อมูลการศึกษายังระบุว่า แม้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เอลนีโญรุนแรง แต่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะปรับตัวสูงขึ้นตามมาภายหลัง โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งตรงกับฤดูแล้งของประเทศไทย ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่ช่วงสงกรานต์ปี 2570 ประเทศไทยจะเผชิญอากาศร้อนกว่าปกติ หากเอลนีโญพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญและทำสถิติความร้อนใหม่
จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2493 โลกเคยเผชิญปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญมาแล้ว 5 ครั้ง และการประเมินล่าสุดพบว่ามีโอกาสร้อยละ 65 ที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในช่วงปลายปีนี้
ผลกระทบที่น่ากังวลไม่ได้จำกัดเฉพาะสภาพอากาศ แต่ยังส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่มีความเปราะบางจากภาวะภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมีแนวโน้มลดลง ส่งผลต่อราคาอาหารที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อรับมืออากาศร้อนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ค่าไฟฟ้าปรับสูงขึ้นตามไปด้วย
รองศาสตราจารย์วิษณุระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานภาคการเกษตรมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านรายได้ ผลผลิต และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อจำกัดผลกระทบทั้งในระดับครัวเรือน ภาคการผลิต และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กนง.เพิ่มเป้า GDP ปีนี้ 2.3% หนุนหุ้นไทยฟื้น-แนะสะสมทองคำ
- "เอลนีโญ" แรง โลกปั่นป่วน! สั่นคลอนความมั่นคงอาหารโลก
- ไทยเสี่ยง “ฝนทิ้งช่วง” ยาว สทนช.ชี้ฝนสะสมต่ำกว่าปกติ 10% เร่งแผนบริหารน้ำสู้ “เอลนีโญ”
- เตือนแรง! Godzilla El Niño มาแน่ โลกเดือดจัด ภัยพิบัติรุมทุกทวีป
- สัญญาณเอลนีโญอันตราย! อาจรุนแรงสุดในประวัติการณ์ ไทยเสี่ยงร้อนแล้งยาว