โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซูเปอร์เอลนีโญเสี่ยงกระทบไทย นักวิชาการเตือนจับตาปลายปี 2569

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิชาการเตือนไทยเฝ้าระวังซูเปอร์เอลนีโญ มีโอกาสเกิดร้อยละ 65 คาดส่งผลกระทบตั้งแต่ปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 เสี่ยงกระทบภาคเกษตร ราคาอาหาร ค่าไฟฟ้า และเศรษฐกิจไทย

นักวิชาการด้านสภาพภูมิอากาศและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด โดยประเมินเบื้องต้นว่า ปี 2569 มีโอกาสประมาณร้อยละ 65 ที่จะพัฒนาเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 77 ปี และส่งผลกระทบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2570

รองศาสตราจารย์วิษณุ อัถวานิช ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเอลนีโญเริ่มส่งสัญญาณตั้งแต่เดือนมิถุนายน จากสภาพอากาศร้อนจัดและฝนทิ้งช่วง ก่อนมีแนวโน้มทวีความรุนแรง และคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงสุดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570

ข้อมูลการศึกษายังระบุว่า แม้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เอลนีโญรุนแรง แต่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะปรับตัวสูงขึ้นตามมาภายหลัง โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งตรงกับฤดูแล้งของประเทศไทย ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่ช่วงสงกรานต์ปี 2570 ประเทศไทยจะเผชิญอากาศร้อนกว่าปกติ หากเอลนีโญพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญและทำสถิติความร้อนใหม่

จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2493 โลกเคยเผชิญปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญมาแล้ว 5 ครั้ง และการประเมินล่าสุดพบว่ามีโอกาสร้อยละ 65 ที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในช่วงปลายปีนี้

ผลกระทบที่น่ากังวลไม่ได้จำกัดเฉพาะสภาพอากาศ แต่ยังส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่มีความเปราะบางจากภาวะภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมีแนวโน้มลดลง ส่งผลต่อราคาอาหารที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อรับมืออากาศร้อนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ค่าไฟฟ้าปรับสูงขึ้นตามไปด้วย

รองศาสตราจารย์วิษณุระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานภาคการเกษตรมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านรายได้ ผลผลิต และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อจำกัดผลกระทบทั้งในระดับครัวเรือน ภาคการผลิต และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...