โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชัชชาติ‘ โชว์ผลงาน 4 ปี Traffy Fondue แก้ปัญหาได้ล้านเรื่อง

The Reporters

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ภารกิจสุดท้าย ‘ชัชชาติ‘ เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนจาก รร. หาดใหญ่วิทยาลัย โชว์ผลงาน 4 ปี Traffy Fondue แก้ปัญหาได้ล้านเรื่อง ลั่นไม่อ่อนข้อต่อทุจริต

วันนี้ (18 พ.ค. 69) เวลา 13.40 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้อนรับนักเรียนในโครงการนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

นายชัชชาติ กล่าวว่า โลกสมัยปัจจุบันเป็นเรื่องของเทคโนโลยี กรุงเทพมหานครมีประชากกว่า 6ล้านคน ปัญหา 108 จะแก้ปัญหาอย่างไรให้ ระบบราชการบางทีไม่ตอบโจทย์ ประชาชนไม่ค่อยไว้ใจ ตอนตนเองมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 4 ปีก่อน ปัญหาหลักของ กทม. ไม่ได้ขาดงบประมาณแต่ขาดความไว้วางใจ ประชาชนไม่ไว้ใจ กทม. ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ น้ำท่วมก็ไม่แก้ เราเองก็ไม่ไว้ใจประชาชน ประชาชนร้องเรียนอะไรก็ไม่ค่อยสนใจ เป็นเรื่องปกติของราชการ แต่จะปรับปรุงหรือเปลี่ยนระบบราชการอย่างไร หลายคนบอกว่าต้องเปลี่ยนกฎหมาย ปรับพระราชบัญญัติ ซึ่งไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นจึงต้องหาทางออกแก้ปัญหาให้ตอบโจทย์ประชาชน จึงใช้แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งมาจากคำว่า “ฟ้องดู”

การสร้างความไว้วางใจกับประชาชน ต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ฟังประชาชนเยอะ ๆ ต้องมีความโปร่งใส ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน ไม่มีเส้น มีส่วนร่วมใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามระบบราชการเป็นระบบ Pipeline ซึ่งเป็นการถ่วงเวลาการให้บริการ ทำให้ความไว้วางใจน้อยลง เราไม่มีเงินไปติดตั้งทั่วกรุงเทพฯ จึงให้ประชาชนเป็นเซนเซอร์โดยไม่ต้องเสียเงิน ให้ประชาชนถ่ายรูปปัญหาและเขียนด่ามาใน Traffy Fondue ใช้เทคโนโลยีในการกระจายอำนาจ ไม่ต้องรอให้ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการ ซึ่งวันแรกที่เปิดใช้งาน Traffy Fondue มีประชาชนบ่นเข้ามา 20,000 เรื่อง

อย่างไรก็ตามผ่านมา 4 ปี มีประชาชนร้องเรียน มาแล้ว 1,303,654 เรื่อง แก้แล้ว 1,605,786 เรื่อง ตนเองบอกข้าราชการที่บ่นมา ไม่ใช่ว่าเราไม่ดีหรือแย่ แต่ประชาชนไว้ใจเรา ประชาชนกับภาครัฐไว้ใจซึ่งกันและกันทำให้เดินหน้าไปได้

ในในช่วงถามตอบ นายชัชชาติ ได้ตอบคำถามเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตว่า ความทุจริตเกลียดแสงสว่าง ที่ผ่านมาจึงทำเป็น Open Data เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ หลายโครงการก็มีประชาชนช่วยตรวจสอบ เป็นสิ่งที่ดีเราต้องใช้ไฟฉายส่องให้ทุกคนช่วยดู เป็นมายด์เซตของผู้บริหารที่ต้องเอาจริงเเอาจริงเรื่องนี้ ไม่อ่อนข้อให้กับเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องนี้เป็นช้างที่อยู่ในห้องต้องช่วยกันตรวจสอบ

ส่วนคำถามที่ว่านโยบายแรกที่จะเริ่มทำคืออะไร นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. ไม่ได้มีนโยบายเดียวมีเป็นร้อยนโยบาย เพราะแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน หากบอกว่านโยบายแรกที่ทำจะเป็นการให้ความสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปแต่จะต้องขับเคลื่อนทุกเรื่องไปพร้อมกัน ดังนั้นมีประมาณ 200 กว่าเรื่องที่จะต้องเดินหน้าทำทันที ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายเดียวที่จะเปลี่ยน กทม. ได้ แต่จะต้องทำแผนให้ลึกซึ้ง และเดินหน้าในหลายมิติ

“หลักการวางยุทธศาสตร์จะต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ นโยบายภาพรวม และแผนปฏิบัติการที่ต้องมีรายละเอียด เพราะยุทธศาสตร์ที่ไม่มีแผนปฏิบัติการจะกลายเป็นแค่สโลแกน”

นายชัชชาติ กล่าวถึงนโยบายที่อยากจะสานต่อว่า มีบางโครงการที่ทำได้ช้า เช่น ย้ายศาลาว่าการฯ ไปที่ดินแดง และใช้พื้นที่นี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองให้ประชาชนได้ใช้งาน แต่ด้วยสถานที่ยังไม่พร้อมและข้าราชการก็ไม่อยากย้าย เป็นสิ่งที่ผู้บริหารชุดใหม่จึงต้องดูต่อไป

”กทม. ไม่ได้รวย ไม่มีเงินไปแจก แต่เราจะแจกความรู้ เช่น ให้เรียนฟรีล้านชั่วโมง เรียน AI เรียนภาษา ซึ่งปัจจุบันมีคนเรียนออนไลน์กว่า 4 แสนคนแล้ว เมืองกับคนต้องเติบโตไปด้วยกัน“

สำหรับภารกิจของนายชัชชาติ ในช่วงบ่ายหลังต้อนรับนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย นายชัชชาติ จะเคลียร์เอกสารที่ค้างคาให้เสร็จสิ้นก่อนหมดวาระ จากนั้นในเวลาประมาณ 15.00 น. จะสักการะกราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการ กทม. และเวลา 17.00 น. นายชัชชาติ จะขี่จักรยานไปขึ้นรถไฟฟ้า MRT ที่สถานีสามยอด ก่อนที่คืนนี้จะเดินทางไปหาบุตรชายที่สหรัฐอเมริกา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...