โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ชาวหนองหญ้าแก้วเดือด! ทวงความยุติธรรม ชรบ. หนุ่มถูกทหารซ้อมปางตาย

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วเดือด! ลุกฮือทวงความยุติธรรม ชรบ. หนุ่มถูกทหารซ้อมปางตาย อาเจียนเป็นเลือด-ชักเกร็ง ลั่นผิดจริงทำไมไม่ส่งตำรวจ

ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วเดือด! ลุกฮือทวงความยุติธรรม ชรบ. หนุ่มถูกทหารซ้อมปางตาย อาเจียนเป็นเลือด-ชักเกร็ง ลั่นผิดจริงทำไมไม่ส่งตำรวจ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ภายหลังชายหนุ่มสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รายหนึ่ง ทราบที่ชื่อคือนายสุรัช อายุ37 ปี หรือ โอ๋ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุด (ชรบ.) ในหมู่บ้าน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารแนวชายแดน จุดบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของชาวบ้าน ญาติพี่น้อง และกลุ่มเพื่อนร่วมงาน ชรบ. ที่รวมตัวกันเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบว่าบรรยากาศในหมู่บ้านยังเต็มไปด้วยความกดดันและความหวาดระแวง ชาวบ้านจำนวนมากยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลายคนยืนยันตรงกันว่า การรวมตัวของชาวบ้านที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาขับไล่ทหารออกจากพื้นที่ แต่ต้องการเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากเห็นการใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุอีก

นางจันทร์เพ็ญ เข็งสง่า อายุ 50 ปี และเป็นเจ้าหน้าที่ชุด (ชรบ.) บ้านหนองหญ้าแก้ว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุคนในชุมชนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เพราะผู้บาดเจ็บมีอาการหนักจนเกือบเสียชีวิต โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังเกิดเหตุที่ผู้บาดเจ็บเริ่มอาเจียนเป็นเลือดจำนวนมาก และมีอาการชักเกร็ง

“ถ้าวันนั้นไม่มีคนไปเจอน้อง เขาอาจเสียชีวิตอยู่ตรงนั้นเลย เพราะตอนที่ไปถึง เขาอ้วกเป็นเลือดเต็มพื้น พูดได้แค่ว่า ‘ผมจะตายแล้ว’ ตอนนั้นตกใจมาก รีบเข้าไปช่วยกันทำ CPR แล้วประสานรถพยาบาลทันที” นางจันทร์เพ็ญกล่าว

เธอเล่าว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บอาเจียนเป็นเลือด เธอรีบวิ่งไปดูทั้งชุดนอน เมื่อไปถึงพบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพอ่อนแรงอย่างหนัก มีเลือดกองอยู่ภายในห้องน้ำและตามพื้นจำนวนมาก ก่อนจะเริ่มมีอาการเกร็งจนต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ามารับตัวส่งโรงพยาบาล

นางจันทร์เพ็ญ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจคือ หลังเกิดเหตุ ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยหรือชี้แจงกับครอบครัวผู้บาดเจ็บทันที ทั้งที่หากมีการยอมรับหรือเข้ามาหารือกับผู้ใหญ่บ้านและญาติ อาจช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่ได้

“เราไม่ได้เหมารวมว่าทหารทุกคนไม่ดี คนที่ทำผิดก็คือคนที่ทำผิด แต่เขาควรออกมายอมรับและรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยเงียบ เพราะคนในหมู่บ้านเขาคาใจ” เธอกล่าว

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่า หากผู้บาดเจ็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง ก็ควรจับกุมและส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส พวกเราไม่ได้ปกป้องคนผิด ถ้าน้องมียา หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็จับส่งตำรวจไปเลย ให้กฎหมายจัดการ แต่ไม่ควรทำร้ายกันจนเกือบตายแบบนี้” ชาวบ้านกล่าว

ชาวบ้านอีกหลายคนยังยืนยันว่า จุดเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ชายแดนลึก แต่เป็นบริเวณทางเข้าภายในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านยิ่งรู้สึกหวาดกลัว เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้สัญจรและออกหากินกันเป็นประจำ

ด้านป้าทองมี อันทพิษ อายุ 74 ปี ชาวบ้านบ้านหนองหญ้าแก้ว กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชาวบ้านจำนวนมากเริ่มไม่กล้าออกจากบ้านในเวลากลางคืน โดยเฉพาะชาวบ้านที่มีอาชีพจับกบ จับปลา หรือหาของป่าตอนกลางคืน ต่างรู้สึกหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุซ้ำอีก

“ชาวบ้านกลัวกันหมด เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายแบบนี้อีก เวลาจะออกไปหากินกลางคืนก็ไม่มั่นใจแล้ว” ป้าทองมี กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลต่อความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหน้าที่ทหารหรือไม่ ป้าทองมี ตอบว่า ชาวบ้านยังแยกแยะได้ว่าไม่ใช่ทหารทุกนายจะเป็นเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมา ทหารจำนวนมากยังคงช่วยเหลือดูแลชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างดี

“เราไม่ได้เกลียดทหารทั้งหมด ทหารที่ดีเขาก็มี แต่คนที่ทำผิดก็ควรออกมารับผิดชอบ” ป้าทองมี กล่าว

ขณะที่อาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงต้องรักษาตัวอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยญาติระบุว่า แพทย์แจ้งว่ามีอาการภายในรุนแรง และยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังอยู่ในภาวะเสี่ยง

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความหวาดกลัวของประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...