โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอีกมุม ‘ทราย สก๊อต’ เล่ากลางโหนกระแส ชีวิตนักอนุรักษ์ 6 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

เปิดอีกมุม ‘ทราย สก๊อต’ เล่ากลางโหนกระแส ชีวิตนักอนุรักษ์ 6 ปี ถามว่าช่วงแรกไปทำอะไร ก็อยู่กับทะเล ว่ายน้ำ เก็บขยะ เขาเป็นที่เดียว ที่เยียวยาจิตใจเราได้

หากพูดถึงถึงอีกหนึ่งที่หัวใจรักษ์โลกที่นาทีนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม คงต้องยกให้กับ ทราย-สิรณัฐ สก๊อต ชายหนุ่มวัย 28 ปี เจ้าของฉายา "มนุษย์เงือก" นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลชื่อดัง ผู้ที่เลือกอุทิศทั้งแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ส่วนตัว เพื่อขับเคลื่อนการปกป้องผืนน้ำอันดามันและฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ทราย สก๊อต

เปิดอีกมุม ‘ทราย สก๊อต’ เล่ากลางโหนกระแส ชีวิตนักอนุรักษ์ 6 ปี

ล่าสุด (18 พ.ค.)ทราย สก๊อต ได้มานั่งพูดคุยในรายการ โหนกระแส โดยช่วงหนึ่งของรายการ ทราย ได้เปิดใจว่า เรียนที่ไทย แล้วก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกา ไปอยู่ที่นั่นประมาณ 6 ปี แล้วก็กลับมาไทยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถามว่าพอกลับมาก็เป็นนักอนุรักษ์เลยไหม ทราย ก็บอกว่าประมาณนั้น

ตอนไปอยู่ต่างประเทศ ก็ใช้เวลาบำบัดตัวเองกับจิตวิทยา ไปทำงานกับหมอที่เป็นจิตแพทย์ แล้วค่อย ๆ อันล็อกกับเรื่องที่เราเจอตอนเด็ก จังหวะโควิดก็กลับมา จากนั้นก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ภาคใต้ เป็นนักอนุรักษ์ ถามว่าช่วงแรกไปทำอะไร ก็อยู่กับทะเล ว่ายน้ำ เก็บขยะ เขาเป็นที่เดียว ที่เยียวยาจิตใจเราได้

งานทุกแบบแค่หาเหตุผลที่จะอยู่กับทะเล ขอบคุณเขาทุกวัน เก็บขยะอุทยาน เป็นเจ้าหน้าที่ ว่ายน้ำทุกอย่าง นั่นก็คืองานที่ทำมา6 ปีแล้วมีเข้าป่าด้วยมันคือความสุขตอนอยู่กับธรรมชาติเราเป็นห่วงทรัพยากรเมื่อเรารู้ว่ามีปัญหาก็หาทางไปเรียนรู้อยากเข้าใจทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมตนมีทะเลและทรัพยากรเขาไม่เคยทำร้ายเรา

ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...