โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง’ปลื้มR&Iคงเครดิตประเทศไทย Thailand10Plusบูสศก./หนุนขึ้นVAT

ไทยโพสต์

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘คลัง’ ปลื้ม บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ R&I คงเครดิตประเทศไทยที่ระดับ A- และคง Outlook ที่ระดับมีเสถียรภาพ ชี้นโยบาย ‘Thailand 10 Plus’ บูสเศรษฐกิจโตถึง 3% จับตาวิกฤตพลังงานโลกหวั่นยืดเยื้อ ทำรัฐต้องปรับโครงสร้างทางการคลัง อาทิ ทบทวนรายจ่ายภาครัฐ-ปรับกลไกกองทุนน้ำมัน-ขึ้น VAT รักษาความยั่งยืน

15 พ.ค.2569 -นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดย R&I มองว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) ขยายตัวที่ 2.4% ในปี 2568 โดยภาคการส่งออกและดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)

ส่วนในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

สำหรับระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (Public Debt to GDP) อยู่ที่ 64.7% ณ สิ้นเดือนก.ย. 2568 โดย R&I เชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งดำเนินการตามแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium–Term Fiscal Framework : MTFF) เพื่อทยอยลดการขาดดุลทางการคลังให้ต่ำกว่า 3% ของจีดีพี ภายในปีงบประมาณ 2572 ขณะเดียวกันหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลในประเทศ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการจัดหาแหล่งเงินทุนของภาครัฐยังอยู่ในระดับจำกัด

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกยืดเยื้อ รัฐบาลอาจจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างทางการคลังเพิ่มเติม อาทิ การทบทวนรายจ่ายภาครัฐ การปรับกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ การปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง

นอกจากนี้ R&I มองว่า แม้ว่าพื้นที่ทางการคลังของภาครัฐมีอยู่อย่างจำกัด แต่รัฐบาลปัจจุบันยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบาย Thailand 10 Plus เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 3% ในระยะต่อไป

ส่วนภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) มีความแข็งแกร่ง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับเกินดุลจากการเติบโตของรายได้จากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) มีแนวโน้มไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าภาระหนี้ต่างประเทศซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต่างประเทศ (External Liquidity) อยู่ในระดับจำกัด

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่ R&I จะติดตามสำหรับพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศไทย คือ ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะต่างประเทศ (External Position) ในระยะปานกลาง

“จากผลการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคของไทยที่ยังคงมีเสถียรภาพ รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับวินัยทางการคลัง ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจใหม่” ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างให้เป็นโอกาสในการพัฒนา เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป”.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...