โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลั่น 15 วันรู้ผลเอาผิดขบวนการกักตุนน้ำมัน พบพิรุธเรือ 3 ลำลอยลำกลางทะเล

เดลินิวส์

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 20.45 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 13.45 น. • เดลินิวส์
“อธิบดีดีเอสไอ” เผยคดีกักตุนน้ำมันคืบหน้า เร่งขยายผลบริษัทน้ำมันในอ่างทองและคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ หลังพบหลักฐานสำคัญ เชื่อภายใน 15 วันสามารถเอาผิดไอ้โม่งได้ พร้อมโฟกัส 3 เที่ยวเรือ 3 บริษัทต้องสงสัย ลอยลำประวิงเวลา-เอกสารขนส่งผิดปกติ

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 พฤติการณ์กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเล และรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมเรือต้องสงสัย ซึ่งการประชุมดำเนินไปกว่า 2 ชั่วโมง ว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีการกักตุนน้ำมัน หลังจากที่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษในบางส่วนแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถแบ่งเรื่องสืบสวนใหญ่ ๆ ออกมาเป็น 3 เรื่อง คือ 1.บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) 2.บริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) 3.กรณีเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันออก เพื่อไปส่งน้ำมันยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยในที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรัดให้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากบางคดีใกล้ที่จะพิสูจน์ความผิดได้แล้วว่ามีความผิดในกรณีการกักตุนน้ำมัน โดยขอใช้เวลาประมาณ 15 วันจะสามารถดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อไปว่า สำหรับพยานหลักฐานที่บ่งชี้บางอย่างว่าบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันนั้น เนื่องจากพบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการทำน้ำมันจริง ซึ่งก็เป็นกรณีที่ไปพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับของบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร อีกด้วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนต่อไป นอกจากนี้ ในเรื่องว่าจะมีการเลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่นั้น เรายืนยันว่าจะตรวจสอบทุกอย่างทุกประเด็น เนื่องจากที่มาที่ไปของเรื่องนี้ มันมาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจราคาน้ำมันแพงในจังหวัดอื่น ๆ แต่เมื่อตรวจไล่มาดูก็พบว่าได้มีการซื้อน้ำมันมาจากบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทองดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รุดไปตรวจสอบและได้มีการดำเนินคดีบางส่วนไปแล้ว ส่วนทางดีเอสไอก็รับมาใช้ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี คาดว่าภายใน 15 วันหลังจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีความผิดอาญากับกรณีของบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) ในกรณีพบว่ามีพฤติการณ์กักตุนน้ำมัน ซึ่งแม้ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกว่าใครคือผู้ต้องหา แต่เมื่อพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นมีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีของบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันเรายังไม่พบการกระทำความผิดในเรื่องของการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบเรือจำนวน 99 เที่ยว ที่มีการแล่นในน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายกลางทะเลกว่า 60 ล้านลิตร ว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนจะต้องลงไปตรวจสอบที่ลำเรือ ซึ่งได้มีการนัดหมายว่าจะต้องไปตรวจในระบบ GPS และระบบ AIS ของเรือแต่ละลำด้วย อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าตอนนี้คือเราได้มีการตรวจสอบเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือ ซึ่งได้พบความผิดปกติจริง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีในพฤติการณ์ความผิดอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่รายละเอียดภายในใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือมีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมธุรกิจพลังงานที่ไม่ใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งการลงข้อมูลไม่ครบถ้วนก็อาจเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการกระทำความผิดได้ ทั้งนี้ เรื่องใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้ที่เราตรวจสอบก็เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากทางคณะทำงานชุดสุดซอยก่อนหน้านี้ ส่วนว่าใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้จะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลเช่นเดียวกัน

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า สำหรับเรื่องจำนวนเที่ยวเรือ ลำเรือ และบริษัทเจ้าของเรือ ที่พนักงานสอบสวนได้เคยออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีเชื่อมโยงกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากทั้งหมด 99 เที่ยวเรือ ที่มันกว้างก่อนหน้านี้ เราก็โฟกัสแคบลงมาพบว่า ตอนนี้มีเรือ 3 เที่ยว ซึ่งมีการใช้เรือจำนวน 3 ลำ ของ 3 บริษัทเรือ ที่มีการเดินทางในน่านน้ำผิดปกติ มีลักษณะการจอดลอยลำ ไม่เข้าเทียบคลังน้ำมันบนท่า เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 บริษัทเรือเหล่านี้ ทางกรรมการบริษัทฯ ยังไม่เคยได้เข้าให้การในฐานะพยานมาก่อน เนื่องจากเพิ่งพบข้อมูล แต่หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้มีการนัดหมายออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยานต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...