โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ของกินเน้นบำรุง "ตับ-ไต" เคลียร์ร่างกายให้โล่ง ไม่ป่วยง่าย

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
7 อาหารจากธรรมชาติ บำรุงตับ-ไต ช่วยร่างกายขับของเสีย ไม่ป่วยง่าย สุขภาพดีจากภายใน

ในยุคที่รอบตัวเราเต็มไปด้วยมลภาวะ ฝุ่นควัน และสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร การดูแลระบบภายในร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "กินอาหารล้างพิษ" หรือ "เคลียร์เลือดสะอาด" แต่ในความเป็นจริงตามหลักการแพทย์ ร่างกายของเรามีเครื่องกรองสารพิษที่ทรงพลังที่สุดอยู่แล้ว นั่นคือ "ตับ" และ "ไต" หน้าที่ของเราคือการเลือกทานอาหารที่ดี เพื่อไป บำรุงและสนับสนุนให้ตับกับไตทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และนี่คือ 7 สุดยอดอาหารจากธรรมชาติที่จะช่วยเพิ่มพลังให้ระบบขับของเสียในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

เปิดลิสต์ 7 อาหารบำรุงระบบขับของเสีย บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

1. กระเทียม (Garlic)

สมุนไพรก้นครัวรสเผ็ดร้อนที่มีสาร "อัลลิซิน" (Allicin) ซึ่งเป็นสารประกอบกำมะถันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง

  • ดีต่อร่างกายยังไง: มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลินตรีย์ ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับในการจัดการกับสิ่งแปลกปลอม และช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบทางเดินอาหาร

  • เคล็ดลับการทาน: ควรบด สับ หรือหั่นกระเทียมสดแล้วทิ้งไว้สัก 5-10 นาทีก่อนปรุงอาหาร เพื่อให้สารอัลลิซินเปิดตัวได้เต็มที่

2. ผักชีและผักชีฝรั่ง (Cilantro / Parsley)

ผักใบเขียวกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และ "คลอโรฟิลล์"

  • ดีต่อร่างกายยังไง: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ และช่วยสนับสนุนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งเป็นการลดภาระให้ระบบขับของเสียในร่างกาย

  • เคล็ดลับการทาน: ใช้โรยหน้าเมนูซุป แกง ยำ หรือจะนำไปปั่นรวมกับผลไม้ตระกูลเบอร์รีเป็นสมูทตี้ดื่มเพื่อความสดชื่นก็ดีเยี่ยม

3. หัวบีทรูต (Beetroot)

ผักหัวสีแดงเข้มที่อุดมไปด้วยสารฟิโตนิวเทรียนต์ และสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเบตาเลน (Betalain)

  • ดีต่อร่างกายยังไง: มีคุณสมบัติช่วยปกป้องเซลล์ตับ (Hepatoprotective) และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในตับ ทำให้ตับสามารถกรองและจัดการกับสารพิษต่างๆ ได้ดีขึ้น

  • เคล็ดลับการทาน: นำไปคั้นสดแยกกากผสมน้ำผลไม้เพื่อลดกลิ่นดิน หรือจะนำไปย่าง ต้ม สไลด์ใส่ในสลัดจานโปรด

4. ขมิ้นชัน (Turmeric)

เครื่องเทศสีเหลืองทองที่เป็นเอกลักษณ์ อุดมไปด้วยสารสำคัญอย่าง "เคอร์คูมิน" (Curcumin)

  • ดีต่อร่างกายยังไง: มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่รุนแรง ช่วยปกป้องตับจากการถูกทำลายโดยสารพิษ และกระตุ้นการผลิตน้ำดีทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

  • เคล็ดลับการทาน: ชงเป็นชาขมิ้นชัน แนะนำให้เหยาะพริกไทยดำลงไปด้วยเล็กน้อย เพราะพริกไทยดำจะช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารเคอร์คูมินให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นหลายเท่าตัว

5. พริกป่นคาเยนน์ (Cayenne Pepper)

พริกป่นสไตล์ตะวันตกที่มีสาร "แคปไซซิน" (Capsaicin) ที่ให้ความเผ็ดร้อน

  • ดีต่อร่างกายยังไง: ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เร่งระบบเผาผลาญ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องอวัยวะภายในจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ

  • เคล็ดลับการทาน: โรยพริกป่นคาเยนน์เล็กน้อยในซุป สตูว์ หรือซอส (สำหรับใครที่อยากทานในรูปแบบอาหารเสริมสกัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน)

6. มะนาว (Lemon)

ผลไม้ตระกูลซีตรัสที่เป็นแหล่งของวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด

  • ดีต่อร่างกายยังไง: วิตามินซีในมะนาวช่วยกระตุ้นการทำงานของตับในการผลิตเอนไซม์ และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นในตอนเช้า

  • เคล็ดลับการทาน: บีบน้ำมะนาวครึ่งซีกผสมน้ำอุ่นดื่มในตอนเช้า (ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีปัญหาโรคกรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่าง)

7. น้ำเปล่า (Water)

สิ่งที่เรียบง่ายที่สุด แต่ สำคัญและจำเป็นที่สุด ต่อระบบล้างพิษของร่างกาย!

  • ดีต่อร่างกายยังไง: น้ำคือพาหนะหลักที่ "ไต" ใช้ในการกรองและขับของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความหนืดของเลือดให้ไหลเวียนได้สะดวก นำพาสารอาหารไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เคล็ดลับการทาน: ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (ประมาณ 2-3 ลิตร) โดยใช้วิธีจิบเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำ

สรุปส่งท้าย: อยากสุขภาพดี ร่างกายสะอาด ต้องทำอย่างไร?

การทานอาหารทั้ง 7 ชนิดนี้เป็นเพียง "ตัวช่วยเสริม" ที่เข้าไปบำรุงอวัยวะภายในให้ทำงานได้ราบรื่นขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดการสะสมของสารพิษในร่างกายได้อย่างยั่งยืน คือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตครับ:

  • ลด ละ เลิก: อาหารแปรรูป, อาหารรสจัด (เค็มจัด หวานจัด มันจัด) รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ตับและไตต้องทำงานหนัก

  • นอนหลับให้เพียงพอ: เพราะช่วงเวลาที่เรานอนหลับ คือช่วงที่ตับและระบบภายในจะทำการซ่อมแซมตัวเองและเคลียร์ของเสียได้ดีที่สุด

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยขับของเสียออกทางเหงื่อ และกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

หันมาเริ่มดูแลตับและไตตั้งแต่วันนี้ด้วยอาหารจากธรรมชาติ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย และสดชื่นจากภายในสู่ภายนอกกันค่ะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...