“อิหร่าน” ขู่ปิดทุกเส้นทางส่งออกพลังงาน หลังปิดฮอร์มุซ จับตา “บับเอลมันเดบ” จุดเสี่ยงใหม่
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ขู่ปิดทุกเส้นทางส่งออกพลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐ-พันธมิตร นักวิเคราะห์จับตาความเสี่ยงที่กลุ่มฮูตีอาจปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า อิหร่านพร้อมปิดเส้นทางส่งออกทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐและพันธมิตร หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง
สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า "การส่งออกพลังงานของภูมิภาค จะต้องเป็นประโยชน์ร่วมกันสำหรับทุกฝ่าย หรือจะไม่มีใครได้รับประโยชน์เลย"
คำประกาศดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะใช้ กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตร เข้าไปปิด ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ประตูเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก
ช่องแคบบับเอลมันเดบเป็นเส้นทางที่น้ำมันส่งออกจากซาอุดีอาระเบียและเรือสินค้าจำนวนมากต้องใช้ผ่าน หากถูกปิด จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตด้านอุปทานพลังงานโลก หลังช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความตึงเครียดอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮูตี เตือนว่าพร้อมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ หากซาอุดีอาระเบียยังคงโจมตีเยเมน พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจผลักดัน ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เมื่อต้นสัปดาห์ กลุ่มฮูตียังยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย หลังกล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียโจมตีสนามบินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม ถือเป็นการยุติข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี
ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อการค้าโลกได้ โดยหลังสงครามกาซาปะทุในเดือนตุลาคม 2566 กลุ่มได้โจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีเรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากกองทัพสหรัฐประกาศเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ เพื่อทำลายศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐระบุว่า ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 7 ลำ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต สูญหาย หรือได้รับบาดเจ็บเกือบ 12 คน
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพได้โจมตีเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน โดยปฏิบัติการใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง
IRGC ประกาศปิดฮอร์มุซจนกว่าความชั่วร้ายของอเมริกาจะสิ้นสุดIRGC ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป จนกว่าความชั่วร้ายของอเมริกาจะสิ้นสุดลง ทั้งที่ก่อนเกิดสงครามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก
นอกจากนี้ IRGC ยังอ้างว่าได้โจมตีฐานบัญชาการ ศูนย์โลจิสติกส์ คลังเชื้อเพลิง และคลังยุทโธปกรณ์ของกองเรือที่ 5 ของสหรัฐในบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ
พร้อมกันนี้ยังอ้างว่าได้ทำลายฐานส่งกำลังบำรุงของสหรัฐที่เมือง มินา อับดุลลาห์ ในคูเวต และโจมตีฐานทัพสหรัฐที่เมืองอัซรัค ในจอร์แดน โดยมุ่งเป้าไปยังโรงเก็บอากาศยาน พร้อมระบุว่าการโจมตีบางส่วนของสหรัฐถูกปล่อยจากฐานทัพในจอร์แดน
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวทางการคูเวตรายงานเพียงว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ที่ถูกโจมตีได้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นจุดเดียวกับที่ IRGC กล่าวอ้างหรือไม่
ด้าน จอร์แดน เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดและยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน 3 ลูก ที่รุกล้ำน่านฟ้าประเทศได้สำเร็จ
ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า สหรัฐอาจโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานในอิหร่านในสัปดาห์หน้า หากเตหะรานไม่กลับเข้าสู่การเจรจา
"ผมจะเก็บเป้าหมายด้านพลังงานไว้เป็นลำดับสุดท้าย แต่สุดท้ายเราจะโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน" ทรัมป์กล่าว ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า ผู้แทนเจรจาของสหรัฐได้ส่งสารถึงอิหร่านให้กลับมาเจรจาโดยเร็ว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ภายหลังยกเลิกแนวคิดดังกล่าว และหันไปผลักดันการลงทุนร่วมกับประเทศอ่าวอาหรับแทน
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากวันก่อนหน้าปรับขึ้นกว่า 2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน โดยทั้ง Brent และ WTI ยังเดินหน้าปรับขึ้นต่อในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธ จากความกังวลว่าความขัดแย้งจะกระทบอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : www.reuters.com