โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจนนี่ รัชนก” แจงปมเชื้อ HPV ยันไม่ได้โทษห้องน้ำสาธารณะ ลั่นฟ้องคอมเมนต์พาดพิง

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เจนนี่ รัชนก” แจงไม่ได้โทษห้องน้ำสาธารณะเป็นสาเหตุติดเชื้อ HPV ยืนยันพูดในภาพรวม เตรียมฟ้องคอมเมนต์พาดพิง-สร้างความเสียหาย พร้อมนำเงินช่วยผู้ยากไร้ฉีดวัคซีน HPV

จากกรณีที่ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ออกมาเปิดเผยว่าตรวจพบเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และติดเชื้อมานานกว่า 5 ปี จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในสังคมอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด เจนนี่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รัชนก สุวรรณเกตุ ขอบคุณแพทย์หลายท่านที่ติดต่อเข้ามาให้คำปรึกษา รวมถึงผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุและแนวทางการรักษาการติดเชื้อ HPV

เจนนี่ระบุว่า ก่อนหน้านี้ยอมรับว่ามีความกลัวและวิตกกังวลอย่างมาก ถึงขั้นเกิดอาการแพนิก เนื่องจากมีคนใกล้ตัวหลายคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง แต่หลังจากได้รับข้อมูลทางการแพทย์มากขึ้น ทำให้เข้าใจว่า การติดเชื้อ HPV ยังไม่ใช่โรคมะเร็ง และหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็มีโอกาสรักษาและหายได้มากกว่า

เธอยังเชื่อว่า ยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่อาจละเลยเรื่องดังกล่าว เพราะสำหรับตัวเธอเองเคยมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่เคยศึกษา ไม่เคยฉีดวัคซีน และไม่เคยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เนื่องจากช่วงวัยรุ่นมุ่งทำงานหาเงินเป็นหลัก จนลืมใส่ใจสุขภาพของตัวเอง

เจนนี่กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้กลับมาทบทวนชีวิต และตั้งใจว่าจะลดการทำงานลงเพื่อหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับลูกและครอบครัวให้นานที่สุด

ในส่วนของการรักษา แพทย์ได้นัดตรวจติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ โดยเธอระบุว่าจะนำผลมาติดตามอัปเดตให้แฟนคลับและผู้หญิงคนอื่น ๆ ได้รับทราบ พร้อมฝากเตือนให้ทุกคนหมั่นดูแลสุขภาพ ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกัน HPV โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นหรือมีเพศสัมพันธ์แล้ว เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการติดเชื้อ

นอกจากนี้ เจนนี่ยังโพสต์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากออกมาเปิดเผยเรื่องการติดเชื้อ HPV โดยมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย

สำหรับข้อดี เธอระบุว่า การออกมาแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้อาจเป็นกรณีศึกษาให้ผู้หญิงหลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ รวมถึงช่วยให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนในช่วงวัยที่เหมาะสม

ขณะที่ข้อเสียคือ การถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกด้อยค่าจากผู้หญิงด้วยกันเอง มีทั้งการโพสต์แซะ แสดงความคิดเห็นเชิงสะใจ รวมถึงพาดพิงเรื่องการนอกใจและเปลี่ยนคู่นอน จนส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวถึง โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง

เจนนี่ยังชี้แจงถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยกล่าวถึงสาเหตุของการติดเชื้อ HPV ในภาพรวมว่า อาจเกิดได้ทั้งจากการมีเพศสัมพันธ์หรือการใช้ห้องน้ำสาธารณะ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงหรือโยนความผิดให้กับห้องน้ำสาธารณะ

เธออธิบายว่า การยกตัวอย่างดังกล่าวเป็นเพียงการพูดถึงความเป็นไปได้ในภาพรวม เนื่องจากช่วงหนึ่งของชีวิตต้องเดินทางแสดงคอนเสิร์ตตลอดทั้งปี ใช้ชีวิตอยู่บนรถเป็นส่วนใหญ่ และต้องแวะใช้ห้องน้ำตามปั๊มน้ำมันวันละหลายครั้ง จึงเคยตั้งข้อสงสัยและพูดถึงประเด็นดังกล่าวเท่านั้น

พร้อมย้ำว่า ไม่ได้รู้สึกอับอายหากสาเหตุของการติดเชื้อจะมาจากการมีเพศสัมพันธ์ เพราะตนมีแฟนมาตั้งแต่อายุ 17-18 ปี แต่ที่เลือกสื่อสารในลักษณะดังกล่าวเพราะไม่ต้องการให้เกิดการพาดพิงบุคคลใดจนได้รับความเสียหายจากการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้

ท้ายที่สุด เจนนี่ประกาศว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับทุกความคิดเห็นที่สร้างความเสียหาย โดยจะเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว และตั้งใจนำเงินที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการฉีดวัคซีน HPV

“ขออนุญาตยืนยันตรงนี้ ว่าฟ้องเรียกค่าเสียหายกับทุกคอมเมนต์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และเอาเงินมาให้คนที่ไม่มีเงินฉีดวัคซีน รอเลยนะคะ ใครฐานะยากจนเดี๋ยวเจนนี่ออกค่าวัคซีนให้เป็นเคส ๆ ไปค่ะ เด็กน้อยโตขึ้นจะได้ไม่ต้องมามีความกังวลเหมือนที่เจนนี่ต้องเจอในตอนนี้” เจนนี่ ระบุในโพสต์ดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อสงสัย เชื้อ HPV ติดจากห้องน้ำสาธารณะได้หรือไม่ ? หลัง “เจนนี่ รัชนก” พบเชื้อนานกว่า 5 ปี

รัฐบาลจัดซื้อ “ฮอร์โมนข้ามเพศ” สิทธิบัตรทองแล้ว พร้อมเริ่มบริการ มิ.ย. 69

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจนนี่ รัชนก” แจงปมเชื้อ HPV ยันไม่ได้โทษห้องน้ำสาธารณะ ลั่นฟ้องคอมเมนต์พาดพิง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...