โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สหรัฐ บวกแรง ยุโรปฟื้น แต่เอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากหุ้นชิป

ทันหุ้น

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น – ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 874 จุด (+1.7%) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเพียง 0.4% สะท้อนการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ไปยังหุ้นในกลุ่มอื่นที่มีมูลค่าน่าสนใจมากขึ้น แรงหนุนสำคัญของตลาดมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ Brent กว่า 2.8% หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ปัจจัยหลักที่นักลงทุนให้ความสำคัญยังคงเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี

ด้าน Broadcom รายงานผลประกอบการเติบโตได้ดี แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และกดดันดัชนี Nasdaq (ปิด -0.53%) อย่างไรก็ตาม เงินทุนยังคงหมุนเวียนอยู่ในตลาด โดยมีการโยกย้ายเข้าสู่กลุ่มการเงิน ค้าปลีก และธุรกิจบริการมากขึ้น ขณะที่ธีมการลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นแนวโน้มระยะยาวที่ได้รับความสนใจ เพียงแต่หุ้นหลายตัวในกลุ่มดังกล่าวอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา สำหรับคืนนี้ นักลงทุนติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ตำแหน่ง และมีอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.3% โดยหากตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจเพิ่มความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้น ดัชนี STOXX 600 ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะหุ้นของ Abivax บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากฝรั่งเศสที่ปรับตัวขึ้นกว่า 17% หลังฟื้นตัวจากแรงขายในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะฟื้นตัวได้ในวันดังกล่าว แต่ STOXX 600 ยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดน

ลบเล็กน้อย เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้บริการได้เพียงบางส่วน ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ

ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ร่วงลงกว่า 4% หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของ Broadcom ที่ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนยังคงมีความไม่แน่นอน หลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะยังไม่ถอนกำลังทหารออกจากเลบานอน ส่งผลให้แนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ และอิหร่านยังคงมีความซับซ้อน และนักลงทุนยังรอหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่ากระบวนการเจรจาจะสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ Sideways ถึง Sideways Down โดยมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก หลังตลาดเริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) ไปยังหุ้นกลุ่มมูลค่า (Value Stocks) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOM26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่าระยะสั้นภายในวันยังคงเป็น Sideway

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...