สหรัฐ บวกแรง ยุโรปฟื้น แต่เอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากหุ้นชิป
#ทันหุ้น – ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 874 จุด (+1.7%) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเพียง 0.4% สะท้อนการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ไปยังหุ้นในกลุ่มอื่นที่มีมูลค่าน่าสนใจมากขึ้น แรงหนุนสำคัญของตลาดมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ Brent กว่า 2.8% หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ปัจจัยหลักที่นักลงทุนให้ความสำคัญยังคงเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี
ด้าน Broadcom รายงานผลประกอบการเติบโตได้ดี แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และกดดันดัชนี Nasdaq (ปิด -0.53%) อย่างไรก็ตาม เงินทุนยังคงหมุนเวียนอยู่ในตลาด โดยมีการโยกย้ายเข้าสู่กลุ่มการเงิน ค้าปลีก และธุรกิจบริการมากขึ้น ขณะที่ธีมการลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นแนวโน้มระยะยาวที่ได้รับความสนใจ เพียงแต่หุ้นหลายตัวในกลุ่มดังกล่าวอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา สำหรับคืนนี้ นักลงทุนติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ตำแหน่ง และมีอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.3% โดยหากตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจเพิ่มความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้น ดัชนี STOXX 600 ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะหุ้นของ Abivax บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากฝรั่งเศสที่ปรับตัวขึ้นกว่า 17% หลังฟื้นตัวจากแรงขายในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะฟื้นตัวได้ในวันดังกล่าว แต่ STOXX 600 ยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดน
ลบเล็กน้อย เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้บริการได้เพียงบางส่วน ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ร่วงลงกว่า 4% หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของ Broadcom ที่ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนยังคงมีความไม่แน่นอน หลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะยังไม่ถอนกำลังทหารออกจากเลบานอน ส่งผลให้แนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ และอิหร่านยังคงมีความซับซ้อน และนักลงทุนยังรอหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่ากระบวนการเจรจาจะสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ Sideways ถึง Sideways Down โดยมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก หลังตลาดเริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) ไปยังหุ้นกลุ่มมูลค่า (Value Stocks) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOM26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่าระยะสั้นภายในวันยังคงเป็น Sideway