โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบคอมมานโดล่อซื้อ! จับ 2 นายหน้าคาห้างเมืองทอง ลอบขาย “บัญชีม้านิติบุคคล” ส่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เดลินิวส์

อัพเดต 8 มิถุนายน 2569 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตำรวจซ้อนแผนจับ “มิ้น-แม็ค” ยึดสมุดบัญชี หจก. พร้อมเอกสารตั้งบริษัท สารภาพรับจ้างปล่อยต่อกินหัวคิวหมื่นบาท เผยเป็นสินค้าพรีเมียมตลาดมืด วงเงินสูง น่าเชื่อถือ ตัดตอนขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 7 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ หลังสืบทราบเบาะแสขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติและกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ กำลังเร่งเสาะหาบัญชีเงินฝากในรูปแบบ “นิติบุคคล” เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและหลอกลวงประชาชนในวงกว้าง โดยปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ขณะกำลังนัดหมายส่งมอบของกลาง บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านเมืองทองธานี

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสายลับได้เข้าแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มผู้ค้าบัญชีม้ากำลังเร่งหาลูกค้าเพื่อขายสมุดบัญชีธนาคารพร้อมเอกสารจดทะเบียนบริษัท ซึ่งถือเป็นสินค้า “เกรดพรีเมียม” ในตลาดมืด เนื่องจากบัญชีนิติบุคคลสามารถทำธุรกรรมได้มูลค่าสูงและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบัญชีบุคคลธรรมดา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนวางแผนซ้อนแผนเข้าล่อซื้อ โดยทำทีเป็นผู้ต้องการซื้อบัญชีดังกล่าวเพื่อนำไปใช้งาน

เมื่อถึงเวลานัดหมายในช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณจุดนัดพบในย่านเมืองทองธานี กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้งสองราย คือ น.ส.บุณยานุช หรือ “มิ้น” อายุ 30 ปี และนายวรวุฒิ หรือ “แม็ค” อายุ 40 ปี เดินทางมายังที่เกิดเหตุด้วยท่าทีมีพิรุธ เมื่อสายลับส่งสัญญาณยืนยันว่ามีการเจรจาตกลงซื้อขายของกลางเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ต้องหาทั้งสอง

จากการตรวจค้นพบของกลางสำคัญอยู่ในซองไปรษณีย์สีเหลือง ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาในนาม “หจก.แห่งหนึ่ง ” จำนวน 1 เล่ม พร้อมเอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารพร้อมใช้งาน จำนวน 2 เครื่อง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง แต่ได้รับงานต่อมาจากเครือข่ายใหญ่อีกทอดหนึ่ง โดยนายวรวุฒิให้การว่าได้รับของกลางมาจากบุคคลชื่อ “เจมส์” ย่านพระราม 2 ซึ่งรับช่วงต่อมาจากนายหน้าอีกรายที่เรียกกันว่า “NB” ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยขบวนการนี้มีการแบ่งค่าตอบแทนกันอย่างเป็นระบบ โดยผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้รับส่วนแบ่งในฐานะนายหน้าคนละประมาณ 10,000 บาทต่อการส่งมอบแต่ละครั้ง

พฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวถือเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง เนื่องจากบัญชีในรูปแบบนิติบุคคลมักถูกนำไปใช้เป็นฐานในการรับโอนเงินจากการหลอกลวงเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน หรือใช้ฟอกเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาทั้งสองถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือเผยแพร่ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์” อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...