โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ภาวะซีดในเด็ก หรือ โรคโลหิตจาง หาสาเหตุพร้อมแนวทางดูแล

อีจัน

อัพเดต 02 มิ.ย. 2565 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 10.39 น. • อีจัน

ปัญหาภาวะซีดในเด็ก นับว่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งอาจเกิดจากการขาดสารอาหาร พ่อแม่อาจแปลกใจว่าทำไมลูกถึงมีภาวะขาดสารหารได้ ทั้งๆ ที่ลูกก็กินเก่ง แถมกินทั้งผัก ผลไม้ ครบถ้วนทุกอย่าง ภาวะซีดหรือภาวะโลหิตจางหมายถึงภาวะที่มีความเข้มข้นของเลือด หรือมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าค่าปกติตามช่วงอายุ ซึ่งภาวะซีดนั้นไม่ได้เกิดได้เฉพาะในผู้ใหญ่ หรือในเด็กโต เด็กทารกแรกเกิดก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะซีดได้เช่นเดียวกัน

ภาวะซีด หรือ โรคโลหิตจาง เกิดจาก ?

โดยสาเหตุภาวะซีด เกิดจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก โฟเลต และวิตามินบี 12 ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “โรคโลหิตจาง” ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการได้จาก เปลือกตาล่าง ริมฝีปาก หรือผิวเริ่มมีภาวะซีด ไม่มีเลือดฝาดเหมือนผิวเด็กปกติ และอาจมีอาการอ่อนเพลีย เป็นลม กินอาหารน้อยลง ร่วมด้วย ซึ่งหากพบว่าลูกมีอาการดังกล่าวควรพาไปตรวจเพื่อหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง

แนวทางการตรวจภาวะซีดในเด็ก

ในเด็กขวบปีแรกที่กินนมแม่ถึงจะได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่อาจจะได้รับธาตุเหล็กค่อนข้างน้อยจนทำให้เด็กมีภาวะขาดธาตุเหล็กได้ หากสงสัย แพทย์จะทำการตรวจภาวะความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และหาภาวะการขาดธาตุเหล็กในร่างกายของเด็ก ซึ่งแพทย์จะทำการวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าเด็กอยู่ในภาวะซีดแบบใด เช่น ซีดเรื้อรัง หรือซีดแบบฉับพลัน โดยจะใช้วิธีตรวจที่แตกต่างกันตามโรค ภาวะซีดเรื้อรัง เช่น โรคธาลัสซีเมีย และภาวะซีดแบบฉันพลัน เช่น ภาวะขาดเอนไซม์จีซิกพีดี ซึ่งเด็กจะมาพบแพทย์ด้วยอาการมีไข้ ผิวซีดฉับพลัน ปัสสาวะสีเข็ม เป็นต้น

ป้องกันอย่างไร

  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด แพทย์จะแนะนำให้รับประทานธาตุเหล็กเสริม

  • เด็กที่คลอดครบกำหนดและทานนมแม่ ในช่วงอายุ 6 เดือนที่เด็กเริ่มทานอาหารได้ อาหารตามวัย ควรจัดให้มีอาหารที่มีธาตุเหล็กประกอบ เช่น ผักใบเขียว เครื่องใน ไข่แดง เนื้อสัตว์ที่มีเนื้อแดง โดยรับประทาน 1-2 มื้อต่อวัน เพื่อให้มีปริมาณธาตุเหล็กเพียงพอต่อร่างกาย

  • พาเด็กมาคัดกรองภาวะซีด เพื่อตรวจหาธาตุเหล็กในร่างกาย และพิจารณาว่าอาหารที่เด็กทานตามวัยนั้นมีปริมาณธาตุเหล็กที่เพียงพอหรือไม่ โดยแนะนำให้พาเด็กมาคัดกรองเมื่ออายุ 9 เดือน-1 ปี

การดูแลรักษาภาวะซีดในเด็ก

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาการวินิจฉัยหาสาเหตุ โดยทั่วไปจะอาศัยการซักประวัติการคลอด ประวัติปัจจุบัน ประวัติเลือดออกผิดปกติ รวมถึงประวัติการฝากครรภ์ของมารดาและประวัติครอบครัว อาศัยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และอาศัยการเจาะเลือดเพื่อดูความเข้มข้นของเลือด ดูสไลด์เลือดเพื่อดูลักษณะของเม็ดเลือดแดง ซึ่งลักษณะของเม็ดเลือดแดงในแต่ละโรคจะมีความแตกต่างกัน รวมถึงอาจมีความจำเป็นต้องเจาะเลือดบิดามารดาเพื่อมองหาสาเหตุที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ เพิ่มเติม ตามแต่สาเหตุจำเพาะของภาวะซีดที่สงสัยต่อไป

การให้การรักษาภาวะซีดนั้น ก็ขึ้นกับสาเหตุเป็นหลัก โดยการรักษาอาจเป็นการให้ยากิน การให้ธาตุเหล็ก แต่ส่วนใหญ่หากมีภาวะซีดมาก หรือเด็กที่มีสัญญาณชีพเปลี่ยนแปลงก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้เลือดทางเส้นเลือดดำเพื่อให้ความเข้มข้นเลือดเพิ่มสูงขึ้นและสัญญาณชีพกลับสู่ภาวะปกติ ร่วมไปกับการรักษาสาเหตุของภาวะซีดต่อไป

โดยทางรพ.เจ้าพระยาคัดกรองภาวะซีดในเด็ก ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา ตระหนักถึงปัญหาภาวะซีดในเด็กไทยที่ส่วนใหญ่พบว่ามีสาเหตุมาจากภาวะขาดธาตุเหล็ก, พันธุกรรมธาลัสซีเมีย และความผิดปกติของฮีโมโกลบิน เป็นต้น ซึ่งหากเด็กเล็กขาดธาตุเหล็กเป็นเวลา

นานจะทำให้มีพัฒนาการช้า อารมณ์ผิดปกติ และมีผลเสียระยะยาวต่อความสามารถในการเรียนรู้ได้ จึงขอแนะนำโปรแกรมเหมาจ่ายตรวจคัดกรองภาวะซีดในเด็ก

โปรแกรมคัดกรองภาวะซีดในเด็ก

หมดเขต 30 เมษายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง โทร.02-884-7000

ขอบคุณข้อมูล : สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย // รพ.เจ้าพระยา

ด่ามิจฉาชีพยับกลางไลฟ์ กองสลากพลัสคลิปแนะนำอีจัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...