โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

รีวิวคอนเสิร์ต Sam Smith โชว์สุดเลิศ ครบรส ขายเสียงสุด แซ่บมากค่ะแม่!

BT Beartai

อัพเดต 05 ต.ค. 2566 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 14.06 น.
รีวิวคอนเสิร์ต Sam Smith โชว์สุดเลิศ ครบรส ขายเสียงสุด แซ่บมากค่ะแม่!

สิ้นสุดไปแล้วสำหรับการกลับมาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศไทยครั้งที่สองของนักร้อง นักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลแกรมมี อวอร์ด ‘แซม สมิธ’ (Sam Smith) กับเวิลด์ทัวร์จากอัลบั้มชุดที่สี่ ‘Gloria the Tour’ ซึ่งนี่ถือเป็นโชว์เปิดเอเชียทัวร์ของ ‘คุณแม่แซม’ อีกด้วย

อย่างที่ทุกคนทราบ ก่อนเริ่มโชว์ไม่กี่ชั่วโมง ได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่บริเวณพื้นที่ของห้างดังใจกลางเมือง แน่นอนว่าในช่วงเวลาก่อนเริ่ม ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะหดหู่ และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็โชคดีที่สถานการณ์กลับมาสงบเร็ว ทำให้โชว์ไม่ได้รับผลกระทบถึงขั้นต้องยกเลิก แต่ด้วยสภาพอากาศโดยรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้โชว์ถูกเลื่อนรอคนที่รถติดประมาณ 20 นาที

พอถึงเวลาประมาณ 20:51 น. สมิธขึ้นเวทีและเปิดโชว์ของตัวเองด้วยเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Stay With Me” ก่อนจะเมดเลย์เชี่อมเข้าอีกหนึ่งเพลงฮิตอย่าง “I’m Not the Only One” น่าเสียดายที่สองเพลงแรก ซาวด์โดยรวมอาจจะยังไม่ลงตัวนัก เสียงกลองดูยังไม่ซิงก์กับเครื่องริทึมเซสชันอย่างกีตาร์และเบส ที่สำคัญเสียงเปียโนที่เป็นหัวใจของโชว์มาตลอด กลับมีโทนที่ไม่โดดเด่นขึ้นมา ทำให้ช่วงแรกเสียอรรถรสไปเล็กน้อย

แต่เมื่อถึงเพลงที่ 3 อย่าง “Like I Can” ภาพรวมของซาวด์ก็เริ่มนิ่งขึ้น บวกกับเพลง “Too Good at Goodbyes” ที่สมิธนำมาทำใหม่ในรูปแบบของอะคูสติกกีตาร์ ผสมผสานกับทีมคอรัสอันทรงพลัง นำโดย ลาดอนนา ฮาร์ลีย์-ปีเตอร์ส (LaDonna Harley-Peters), แพทริก ลินตัน (Patrick Linton) และ ลูซิตา จูลส์ (Lucita Jules) ก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า ความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

”กรุงเทพฯ เป็นไงบ้าง ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้อยู่ที่นี่ ผมอยากจะบอกก่อนเข้าเพลงว่า ผ่านมา 5 ปีแล้วที่เราไม่ได้มาที่นี่ ผมอยากจะบอกจากใจว่า “ขอบคุณค่ะ!” (ภาษาไทย) ขอบคุณที่อยู่ข้างกันมาตลอด พวกคุณช่วยกันทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราได้บินไปทัวร์รอบโลกมาหลายเดือน นี่คือโชว์เเรกในเอเชีย ถ้าพวกคุณอยากเต้น เต้นเลย! นี่คือโชว์ที่ปลอดภัย ไร้ซึ่งความกดดัน มันคือโชว์ที่เกี่ยวกับความรัก และอิสรภาพ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับค่ำคืนนี้” สมิธพูดกับแฟน ๆ ครั้งแรก

สำหรับ ‘Gloria the Tour’ ตัวโชว์ถูกแบ่งออกเป็น 4 พาร์ตใหญ่ ๆ โดยทุกพาร์ตจะมีชื่อเรียกที่เป็นตัวแทนอารมณ์ของเพลงกลุ่มนั้น ๆ ซึ่งสี่เพลงแรกที่สมิธหยิบมาร้องนั้น ถูกเรียกว่า Prelude หรือเป็นการ ‘โหมโรง’ ด้วยเพลงดัง ๆ เพื่อเอาใจแฟน ๆ และเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าพาร์ตแรก

สมิธตั้งชื่อพาร์ตแรกของโชว์ว่า ‘Love’ โดยนักร้องวัย 31 ปี ขนเพลงฮิตมาร้องในช่วงนี้เพียบ ทั้ง “Perfect”, “Diamonds”, “How Do You Sleep?” และ “Dancing With a Stranger” เพลงส่วนใหญ่ในพาร์ตนี้ ทั้งหมดจะเป็นเพลงที่สอดคล้องกับแนวทางดนตรียุคใหม่ของเจ้าตัว ความแซ่บ ขี้เล่น เกิดขึ้นจากกลิ่นอายของดนตรีร็อกและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไวบ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะแตกต่างจากเพลงในช่วงแรก

พาร์ตสองถูกเรียกว่า ‘Beauty’ สมิธเปิดด้วยเพลงช้า ๆ อย่าง “Kissing You” ก่อนจะไต่ระดับความนุ่มลึกไปกับ “Lay Me Down” ที่ได้ ลาดอนนา ฮาร์ลีย์-ปีเตอร์ส มาร้องดูเอต (Duet) คู่กับเขา เช่นเดียวกับเพลง “Love Goes” ที่ได้ แพทริก ลินตัน มาร่วมร้องประสานในเพลงนี้ด้วย

ลาดอนนา ฮาร์ลีย์-ปีเตอร์ส
ลาดอนนา ฮาร์ลีย์-ปีเตอร์ส

ช่วงกลางของโชว์ถือเป็นไฮไลต์อย่างแท้จริง โชว์เริ่มมีการใช้แดนเซอร์เข้ามาช่วยเพิ่มสีสัน ปลุกเร้าอารมณ์มากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนคุณกำลังติดอยู่ในบาร์สักแห่งหนึ่ง ซึ่งสมิธก็ได้พูดติดตลกกับแฟน ๆ ในฮอลล์ว่า “คิดซะว่าคุณกำลังอยู่ในบาร์เกย์ละกันนะ” ก่อนที่เจ้าตัวจะทยอยเล่นเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายของเขา เริ่มตั้งแต่ “Gimme”, “Lose You”, “Promises”, “I’m Not Here to Make Friends”, “Latch” และ “I Feel Love” (คัฟเวอร์ ดอนนา ซัมเมอร์)

พาร์ตสุดท้ายถูกเรียกว่า ‘Sex’ สมิธกลับขึ้นมาสู่เวทีพร้อมกับเพลง “Gloria” โดยเพลงนี้เจ้าตัวสวมผ้าคลุมสีขาวทั้งตัว บริเวณศีรษะสวมมงกุฎ ที่ดูรวม ๆ แล้วเหมือนแม่แซมคอสเป็นพระแม่มารีย์อย่างใดอย่างนั้น เพลงนี้สมิธและวงทำออกมาได้ทรงพลังและดูขลังมาก ๆ เหมือนกับเพลงสวดในโบสถ์จริง ๆ

หลังจบเพลงสมิธทิ้งท้ายความแซ่บของตัวเองด้วยการสลัดผ้าคลุมสีขาวนั้นทิ้งไป เหลือเพียงกางเกงในสีดำหนึ่งตัว เป็นสัญลักษณ์ของการปลดเปลี้อง ที่นำไปสู่อิสรภาพทางเพศสภาพของตัวเอง ก่อนจะคัฟเวอร์เพลงดังของมาดอนน่าอย่าง “Human Nature” และทิ้งท้ายคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยเพลง “Unholy”

ภาพรวมโชว์ในครั้งนี้ เรื่องคุณภาพเสียงอาจจะดรอปกว่าครั้งก่อน ตัวโชว์ไม่ได้เน้นขายเทคนิค หรือใส่ใจในรายละเอียดของเสียงมากนัก เช่นการสร้างแอมเบียนต์ เล่นกับความเงียบ เล่นกับเสียงรีเวิร์บ หรือแม้กระทั่งการเค้นเสียงอันทรงพลังของสมิธออกมาเหมือนโชว์ครั้งก่อน ที่สำคัญเสียงเปียโนของ รูธ โอ’มาโฮนี เบรดี (Ruth O’Mahony Brady) ก็ออกเบาบางเกินไป เหมือนกับว่าเสียงเปียโนที่เป็นเสน่ห์ของสมิธมาตลอด กำลังถูกลดความสำคัญไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ‘Gloria the Tour’ ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ในเรื่องความครบรสมากกว่าครั้งก่อน ไม่ได้เดาทางง่าย หรือออกหน้าเดียวเหมือนเก่า เซตลิสต์มีความหลากหลาย มีเพลงอัปบีตหลายเพลงที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในเรื่องความสนุก และชวนให้คนดูอยากลุกขึ้นมาเต้นจริง ๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือการออกแบบเวที และการทำโชว์ให้มีบรรยากาศของละครบรอดเวย์ โอเปรา หรือแม้กระทั่งบัลเลต์ เวทีถูกออกแบบเป็นโทนสีทองล้วนคล้ายคนนอนคว่ำหน้า มองมุมหนึ่งก็คล้าย ’พระนอน’ ของบ้านเราไม่น้อย แถมฉากยังให้อารมณ์ของวัฒนธรรมอียิปต์ผสมผสานกับช่วงเวลาก่อนคริสตกาล มีแดนเซอร์ที่เป็นตัวแทนของการสรรเสริญ มีการกระโดดคล้ายท่าบัลเลต์ มีการใช้ body language สร้างเรื่องราวตามเนื้อเพลง ผสมผสานกับคอสตูมที่จัดเต็มสุด ๆ ของสมิธ ทำให้โชว์ดูมีสีสัน มีเรื่องราว และน่าค้นหามาก ๆ ที่สำคัญช่วงการต่อพาร์ตต่าง ๆ ทำออกมาได้ดี เดดแอร์น้อย โชว์กระชับไม่ยืดเยื้อ

ถือว่าแฟนเพลงที่อิมแพ็ค อารีนาโชคดีมาก ๆ ที่ประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกของสมิธในเอเชีย เพราะจากการพักผ่อนที่มากพอ ทำให้เสียงร้องของสมิธอยู่ในระดับที่ทรงพลัง และพร้อมสุด ๆ คงไม่ผิดอะไร ถ้าจะบอกว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้แม่แซมโชว์ ‘ขายเสียง’ ได้แบบเลิศ ๆ ชนิดที่ว่าเป็นเดอะแบกของโชว์เลยทีเดียว นี่ถือเป็นอีกหนึ่งโชว์ความยาว 1 ชั่วโมง 37 นาทีที่ครบรสมาก ๆ ในปีนี้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...