“ฟิทช์ เรตติ้ง” ปรับเพิ่มอันดับเครดิตโปรตุเกส สู่ระดับ A- แนวโน้มมีเสถียรภาพ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฟิทช์ เรตติ้ง (Fitch Ratings) ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลของ โปรตุเกส ขึ้นหนึ่งระดับเป็น "A-" จาก "BBB+" และแนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยกล่าวถึงอัตราส่วนหนี้สินของประเทศอยู่ในแนวโน้มลดลงอย่างมาก
ฟิทช์ เรตติ้ง กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (29 ก.ย.66) ว่า นับเป็นครั้งแรกที่โปรตุเกสได้รับการจัดอันดับเครดิตในช่วง A จาก Fitch, Moody's หรือ Standard & Poor's นับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่โปรตุเกสได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและสหภาพยุโรป
“เราเชื่อว่ามีความมุ่งมั่นในระดับสูงในการรวมงบการเงินจากรัฐบาลโปรตุเกสชุดปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระในปี 2569”
ทั้งนี้เศรษฐกิจของโปรตุเกสคาดว่าจะชะลอตัวในปี 2566 หลังจากที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 โปรตุเกสมีอัตราส่วนหนี้สินสูงเป็นอันดับ 3 ในเขตยูโรในปี 2565 และคณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ในเดือนพฤษภาคมว่าจะอยู่ในอันดับที่ 5 ในปี 2566 เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินลดลงต่ำกว่าระดับของสเปนและฝรั่งเศส
ในเดือนมิถุนายน 2566 ธนาคารกลางโปรตุเกสได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2566 เป็น 2.7% โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หนี้รัฐบาลลดลงเหลือ 112.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2565 และรัฐบาลตั้งเป้าที่จะขาดดุลงบประมาณ 0.4% ของ GDP ในปี 2566
อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ เรตติ้ง มองว่าโปรตุเกสเกินดุลงบประมาณ 0.5% ของ GDP ในปี 2566 และเกินดุลเล็กน้อยในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยอ้างถึงการหมดอายุของมาตรการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและราคาพลังงาน ซึ่งชดเชยผลกระทบของการลดภาษีที่ประกาศเมื่อปีที่แล้ว คาดหนี้ภาครัฐลดลงเหลือ 104.3% ของ GDP ปีนี้
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร อายุ 10 ปีของโปรตุเกสอยู่ที่ 3.60% ในวันศุกร์ เทียบกับประมาณ 3.18% เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว โดยพุ่งสูงสุดที่ 18% ในปี 2555 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวิกฤตหนี้ของภูมิภาคยูโร