โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทีเด็ด “ก๋วยเตี๋ยว 8 สูตร” ยุคจอมพล ป. ต่างจากปัจจุบันอย่างไร มี “ก๋วยเตี๋ยวไบกาน้า-ผัดกะทิ”?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ม.ค. 2568 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2568 เวลา 07.04 น.
(ภาพโดย Huahom จาก Pixabay)

ทีเด็ด ก๋วยเตี๋ยว ยุคจอมพล ป. ต่างจากปัจจุบันอย่างไร มี “ก๋วยเตี๋ยวไบกาน้า-ผัดกะทิ”?

“ก๋วยเตี๋ยว”เป็นเมนูอาหารยอดฮิตที่คนไทยคุ้นชินลิ้นและกินกันเป็นประจำ ด้วยส่วนประกอบที่สามารถเลือกสรรเองได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเส้น ทั้งเส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นบะหมี่ ฯลฯ หรือน้ำซุปที่ปรุงได้อย่างต้องการ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล จึงทำให้ก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นอาหารที่มีสูตรเฉพาะมากมาย และได้ชื่อว่าเป็นเมนูแห่ง“ประชาธิปไตย”

ย้อนไปในยุค จอมพล ป. พิบูลสงครามผู้บุกเบิกก๋วยเตี๋ยวให้มีชื่อเสียงในหมู่คนไทย ก็ได้รังสรรค์สูตรอาหารประเภทเส้นนี้ไว้ถึง 8 สูตร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปัจจุบัน แต่ก็มีบางชื่อหรือบางสูตรที่แทบไม่เคยเห็นในใบเมนูตามร้านทั่วไปอย่าง“ก๋วยเตี๋ยวไบกาน้า” (ใบคะน้า)และ “ก๋วยเตี๋ยวผัดกะทิ”

ก๋วยเตี๋ยว ยุคจอมพล ป. 8 สูตร มีอะไรบ้าง…

สูตรก๋วยเตี๋ยวแห้ง

สูตรนี้กล่าวไว้ว่า เครื่องปรุงนั้นต้องประกอบไปด้วย เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ ถั่วงอก น้ำมันหมู กะเทียมเจียว เนื้อหมู ตับหมู กุ้งแห้งตัวเล็ก หรือกุ้งฝอย ถั่วลิสงป่น เต้าหู้เหลือง น้ำปลา น้ำตาล ตั้งฉ่าย น้ำส้มหรือมะนาว ผักชี ต้นหอม พริกแห้งป่น พริกดอง

วิธีปรุงก็ไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก คือต้มเนื้อหมูและตับหมูให้สุก หั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมบาง ๆ ส่วนเต้าหู้เหลืองหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ถั่วลิสงคั่วบุบพอแตก จากนั้นต้มน้ำให้เดือด เอาเส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก ใส่ในตะกร้อลวดตาข่ายลวกประมาณ 10 วินาที

แล้วนำไปสลัดน้ำ ใส่ถ้วย ผสมกับกระเทียมเจียวกลิ่นหอมคลุ้งชวนหิว คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาล กุ้งแห้ง ตั้งฉ่าย พริกป่น ถั่วลิสง เนื้อสัตว์ น้ำส้มหรือมะนาว พริกดอง ต้นหอมหั่น โรยด้วยผักชี หากใครต้องการเพิ่มรสชาติใดเป็นพิเศษก็เพียงแค่ปรุงตามใจชอบ

ก๋วยเตี๋ยวน้ำ

สูตรนี้ไม่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวแห้งมากนัก มีส่วนประกอบที่เหมือนกัน แต่วิธีการปรุงนั้นจะแตกต่างเล็กน้อย โดยต้องเอากระดูกหมูและกระดูกไก่ใส่ลงไปในหม้อต้ม ปรุงรสด้วยเกลือจำนวนหนึ่ง เพื่อรสชาติที่เข้มข้น แต่ถ้าจะให้รสชาติอร่อยเหมือนแสงออกปากต้องใส่ “กุ้งแห้งและปลาหมึก”เพิ่ม นำเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อต้มด้วยกัน ก่อนจะลวกเส้นตามแบบฉบับสูตรแรก

เมื่อเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างเรียบร้อยก็เอาทุกอย่างลงถ้วย ใส่ผักโรยหน้าหลากชนิดลงไป เช่น ต้นหอม ผักชี จนถึงตั้งฉ่ายหรือผักกาดเค็มลงไปพอสมควรเพื่อรสชาติกลมกล่อม ตรงนี้แตกต่างจากปัจจุบันนัก เพราะหลายร้านน่าจะไม่ใส่แล้ว มีเพียงร้านโบราณเท่านั้นที่ยังคงปฏิบัติอยู่ หลังจากนั้นก็จัดเสิร์ฟให้คนที่กำลังนั่งรอจนท้องหิว

ผ่านไป 2 สูตร ก็ถึงตา “สายเนื้อ” ที่ห้ามพลาดกับ“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว” สไตล์ยุคจอมพล ป. เครื่องปรุงก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่มีเส้นเล็กหรือใหญ่ตามชอบ ถั่วงอก ใบผักกาด ต้นหอม น้ำเต้าหู้ยี้ น้ำปลา พริกดอง น้ำส้ม

เริ่มต้นให้เอากระดูกวัวและเครื่องในวัวลงไปต้มในหม้อ คล้ายคลึงกับก๋วยเตี๋ยวน้ำที่ใส่หมู ส่วนเส้นก็นำไปลวกในน้ำซุปร้อน ๆ หอมกรุ่นประมาณ 15 วินาที สูตรนี้จะไม่ใส่ตั้งฉ่ายหรือผักกาดเค็ม แต่จะมีทีเด็ด ใส่เพียงผักกาดหอมไว้ที่ก้นชาม นำวัตถุดิบจากแป้งที่มีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม สุกเต็มที่วางไว้ในชาม เติมเครื่องโรยหน้ามากมาย และทำน้ำจิ้มเคียงจากพริกดองและน้ำส้ม รสชาติเปรี้ยวชูให้วัวเนื้อนุ่มหวานเด้ง เข้ากันจนแทบขึ้นสวรรค์!

ตามมาติด ๆ ด้วย “ก๋วยเตี๋ยวไก่”และ “ก๋วยเตี๋ยวปูทะเล”สูตรนี้ก็ง๊ายง่าย ทำเหมือนกับก๋วยเตี๋ยวน้ำเด๊ะ ๆ เพียงแค่เปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นไก่หรือปูทะเล

ต่อมาคือ“ก๋วยเตี๋ยวผัดถั่วงอก”มองจากเครื่องปรุงที่ถูกบันทึกไว้แล้วนั้นคลับคล้ายคลับคลากับ “ผัดไทย”ที่เรารู้จักกัน เพราะประกอบไปด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ถั่วงอก ไข่เป็ด หัวผักกาดเค็ม ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำตาล ใบกุ้ยช่าย พริกป่น มะนาว น้ำมันหมู กระเทียมเจียว ผักหัวปลี ผักใบบัวบก หรืออาจจะใส่ผักอื่น ๆ ที่ชื่นชอบแล้วแต่ใจปรารถนา

วิธีปรุงก็เอาเส้นก๋วยเตี๋ยว 1 ส่วน ตามด้วยถั่วงอก 2 ส่วน พรมน้ำนิดหน่อยให้เส้นและถั่วงอกนิ่มขึ้นในกระทะร้อนจัด ผัดทุกอย่างให้เข้ากันดี จากนั้นแหวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้มีช่องตรงกลาง ต่อยไข่ลงไป 1 ฟอง ผัดรวมกันก่อนที่จะนำวัตถุดิบอื่น ๆ ใส่ตามลงมา แล้วเสิร์ฟคู่กับพริกป่น มะนาวซีกเล็ก หัวปลี และใบบัวบก เป็นอันรับประทานได้

แต่ทีเด็ดที่ไม่อยากให้หลายคนพลาดคือ 2 เมนูท้ายที่น่าจะไม่ค่อยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเท่าไหร่นัก จานแรกคือ “ก๋วยเตี๋ยวกวางตุ้ง”หรือ“ก๋วยเตี๋ยวผัดไบกาน้า”มีลักษณะคล้ายกับราดหน้าที่เราเข้าใจกัน หากอิงตามเครื่องปรุงและวิธีการทำ

เครื่องปรุงประกอบไปด้วย ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ น้ำมันหมู กระเทียม น้ำปลา แป้งมัน ไบกาน้า พริกดอง น้ำส้ม โดยนำเอาเนื้อสัตว์นานาชนิดใส่ไว้ในกระทะที่มีน้ำมันเดือด โยนกระเทียมลงไปพร้อมกัน ผัดให้สุกมีสีสันน่ากิน ใส่เส้นพร้อมกับแป้งมันละลายน้ำลงไปนิดหน่อย จากนั้นทุบและหั่นไบกาน้าลงไปผัดให้เข้ากัน ก็เสร็จเรียบร้อย

ส่วนอีกจานหนึ่งซึ่งเป็นจานสุดท้าย เชื่อว่าหลายคนน่าจะไม่เคยชม ชิม และคิดไม่ถึงกับการนำเส้นไปผัดกับน้ำกะทิ จนเกิดเมนูชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัดกะทิ”เพียงแค่มีก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ถั่วงอก เต้าหู้เหลืองถั่วลิงสงป่น กุ้งแห้งป่น ตั้งฉ่าย หรือผักกาดเค็ม ใบกุ้ยช่าย น้ำปลา น้ำตาล มะนาว น้ำกะทิ หัวปลีก็สามารถทำได้

นำเอาทั้งหมดนี้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เริ่มจากเส้น ถั่วงอก ผัดกับน้ำกะทิที่เคี่ยวไว้แล้ว ตามด้วยเต้าหู้เหลืองหั่นเล็ก ๆ ถั่วลิสงป่น กุ้งแห้ง หัวผักกาดเค็มหรือตั้งฉ่าย น้ำปลา น้ำตาล ใบกุ้ยช่าย ผัดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะตักใส่จานแนมกับหัวปลี และเสริมรสด้วยมะนาวข้างจานเป็นอันเสร็จสรรพ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นริศ จรัสจรรยาวงศ์. 2475 ราสดรส้างชาติ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2566.

https://thestandard.co/noodles-food-of-all-classes/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีเด็ด “ก๋วยเตี๋ยว 8 สูตร” ยุคจอมพล ป. ต่างจากปัจจุบันอย่างไร มี “ก๋วยเตี๋ยวไบกาน้า-ผัดกะทิ”?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...