โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก 'คอนเทรล' | บัญชา ธนบุญสมบัติ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ก.ย 2566 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2566 เวลา 08.08 น.

หลายคนคงเคยเห็นเส้นสีขาวบนฟ้า ซึ่งบางครั้งก็เห็นเครื่องบินอยู่ด้วบ แต่บ่อยครั้งเครื่องบินก็บินลับหายไปแล้ว เส้นสีขาวที่ว่านี้ไม่ใช่ควันนะครับ แต่เป็นเมฆ และเป็นเมฆที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เรียกว่า คอนเทรล (contrail)

คำว่า contrail ย่อมาจาก condensation trail แปลว่า แนวเส้นที่เกิดจากไอน้ำกลั่นตัว บางครั้งฝรั่งก็เรียกว่า vapor trail หรือแนวไอน้ำ

ส่วนราชบัณฑิตยสภากำหนดให้เรียกคอนเทรลว่า แนวเมฆ หรือ แนวไอน้ำกลั่นตัว

คอนเทรลอาจจัดแบ่งประเภทได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ เกณฑ์แบบแรกใช้ ‘กลไกการเกิด’ เป็นตัวตัดสิน

ตามเกณฑ์นี้คอนเทรลแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ คอนเทรลที่เกิดจากไอเสีย และคอนเทรลเชิงอากาศพลศาสตร์

ลองมาดูแบบแรกคือ คอนเทรลที่เกิดจากไอเสีย (exhaust contrail) กันก่อนเพราะว่าเป็นแบบที่พบเห็นได้ง่ายกว่าและมักพบขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ในระดับความสูงเดินทาง (cruising level)

ไอเสียที่ถูกพ่นออกมาจากเครื่องยนต์มีทั้งอากาศร้อน ไอน้ำ และละอองลอย (ฝุ่นเขม่า) จากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ไอน้ำที่ออกมาพร้อมกับไอเสียรวมกับไอน้ำที่มีอยู่เดิมในอากาศจะเกิดจากควบแน่นโดยมีฝุ่นเขม่าทำหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัว

แต่เนื่องจากทีนี้เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ปกติจะบินสูงราว 9-12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับที่มีอุณหภูมิเย็นจัด (ต่ำกว่า 0 องศามาก) หากอุณหภูมิมีค่า -38 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า ผลก็คือหยดน้ำที่เกิดจากการควบแน่นจะแข็งตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กจิ๋วทันที เมื่อมองผลึกน้ำแข็งจำนวนมหาศาลในภาพรวมจะเห็นเป็นเส้นสีขาวพาดบนฟ้า

สังเกตดีๆ จะเห็นว่าคอนเทรลที่เกิดจากไอเสียไม่ได้ปรากฏขึ้นทันทีตรงปลายท่อของเครื่องยนต์ แต่มีบริเวณที่ดูเหมือนเว้นว่างระยะหนึ่ง บริเวณนี้เป็นอากาศยังร้อนเกินกว่าจะเกิดการควบแน่น

ผมลองค้นรายละเอียดจากงานวิจัยเรื่อง Formation and radiative forcing of contrail cirrus ที่ตีพิมพ์ใน Natura Communications มาฝาก พบตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้ครับ (ดูแผนภาพ)

0-0.1 วินาที : อนุภาคละอองลอยจากไอพ่น (ขนาด 10 นาโนเมตร)

0.1-1 วินาที : อนุภาคละอองลอยทำให้ไอน้ำโดยรอบควบแน่นเกิดเป็นหยดน้ำ (ขนาด 100 นาโนเมตร)

1-10 วินาที : หยดน้ำแข็งตัว และผลึกน้ำแข็งเติบโต (ขนาด 1000 นาโนเมตร)

10-100 วินาที : ผลึกน้ำแข็งเติบโตในส่วนบนของกระแสอากาศ และระเหิดหายไปในส่วนล่างของกระแสอากาศ

สังเกตว่ากว่าผลึกน้ำแข็งจะเริ่มเกิดขึ้นก็ใช้เวลาราว 1-10 วินาที จึงเกิดเป็นบริเวณที่ดูเว้นว่างหลังเครื่องยนต์นั่นเอง

คอนเทรลที่เกิดจากไอเสียยังอาจแบ่งเป็น 3 แบบย่อยขึ้นกับความระยะเวลาที่มันคงตัวอยู่

หนึ่ง – คอนเทรลอายุสั้น (short-lived contrail) : ปรากฏเป็นเส้นบางๆ ความยาวค่อนข้างคงที่ และดูเหมือนติดไปกับเครื่องบิน เมื่อเครื่องบินลับสายตาไป ก็จะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้เห็น

สอง – คอนเทรลอายุยืน (persistent contrail) : ยังคงปรากฏเป็นเส้นพาดฟ้าแม้เครื่องบินจะบินผ่านไปนานแล้ว แต่มีเส้นมีขนาดเล็ก โดยหากเรายื่นแขนออกไปจนสุด ก็จะพบว่าเส้นคอนเทรลหนาไม่เกิน 1 นิ้วมือ

สาม – คอนเทรลอายุยืนและแผ่กระจายออกไป (persistent spreading contrail) : นอกจากจะคงตัวอยู่นานแล้ว ยังแผ่ออกไปด้านข้างอีกด้วย

คอนเทรลอายุยืนและแผ่กระจายออกไปนี่สำคัญนะครับ เพราะหากแผ่ออกไปกลายเป็นเมฆซีร์รัสจะเรียกว่า คอนเทรลซีร์รัส (contrail cirrus) ส่วน International Cloud Atlas ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้กำหนดให้เรียกคอนเทรลคงตัวที่อยู่นานอย่างน้อย 10 นาทีว่า Cirrus homogenitus (ซีร์รัส โฮโมเจนิตัส) แปลว่า เมฆซีร์รัสที่เกิดจากมนุษย์ คำว่า homo คือ มนุษย์ + genitus คือ ให้กำเนิด นึกถึงคำว่า generate ที่แปลว่า ผลิต ก็ได้ครับ

วงการวิชาการสนใจคอนเทรลซีร์รัสกันมาก เนื่องจากส่งผลต่อสภาวะโลกร้อนได้ เนื่องจากรู้กันมานานแล้วว่าเมฆซีร์รัสทำให้โลกอุ่นขึ้นได้ ส่วนภาพที่ใหญ่กว่าก็คือ เมฆมีผลกระทบต่อเรื่องโลกร้อน และเป็นตัวแปรที่กำลังศึกษากันอย่างเข้มข้นนี่ เอาไว้ผมจะหาจังหวะนำเสนออีกที

คราวนี้มาดูคอนเทรลประเภทที่สองกันบ้าง เรียกว่า คอนเทรลเชิงอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic contrail) บ้าง แม้ว่าคอนเทรลประเภทนี้จะพบได้ยากกว่า แถมมักจะมีอายุสั้น แต่ก็มีแง่มุมนี่น่าสนใจมากทีเดียว

ลองดูบริเวณผิวบนของปีกเครื่องบินก่อน เมื่ออากาศไหลผ่านผิวบนของปีก ความดันอากาศใกล้ผิวบนจะลดลง ส่งผลให้อากาศบริเวณนี้ขยายตัวและเย็นลง หากอุณหภูมิลงลงต่ำกว่าจุดน้ำค้าง ไอน้ำจะเกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การควบแน่นเหนือปีก (condensation over wings)

การควบแน่นเหนือปีกนี้บ่อยครั้งมักจะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณเหนือปีกเครื่องบิน ซึ่งจะเรียกว่าคอนเทรลก็ไม่ถนัดปากนัก เนื่องจากคำว่า trail ในคำว่า contrail หมายถึงแนวเส้น แต่บางครั้งการควบแน่นนี้ก็อาจเกิดเป็นเส้นลากยาวออกไป ทำให้เห็นลักษณะของคอนเทรลตามความหมายของคำอย่างชัดเจน

การที่อากาศขยายตัวและเย็นลงนี้ ภาษาวิชาการเรียกว่า การขยายตัวแบบแอเดียแบติก (adiabatic expansion) และ การเย็นตัวลงแบบแอเดียแบติก (adiabatic cooling) คำว่า adiabatic หมายถึงไม่มีความร้อนเข้าหรือออกจากระบบ (บริเวณที่กำลังพิจารณา)

คราวนี้มีดูที่ปลายปีกกันบ้าง ในการทำให้เกิดแรงยกบนปีก ความดันอากาศใต้ปีกต้องสูงกว่าความดันอากาศเหนือปีก ผลก็คือสำหรับปีกซึ่งมีรูปร่างแบน ไม่งอนขึ้น ที่บริเวณปลายปีก อากาศจากบริเวณใต้ปีกซึ่งมีความดันสูงกว่าจะไหลขึ้นไปบริเวณเหนือปีก ส่งผลให้เกิดการไหลวนของอากาศเป็นรูปเกลียว เรียกว่า วอร์เทกซ์ปลายปีก (wingtip vortex)

การไหลวนของอากาศในวอร์เทกซ์นี้ส่งผลให้ความดันอากาศลดลง ผลก็คืออุณหภูมิลดลงตาม หากอุณหภูมิลดลงถึงจุดน้ำค้าง ไอน้ำที่บริเวณปลายปีกก็จะเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ ซึ่งเมื่อเครื่องบินเคลื่อนที่ไป เราเห็นเป็นเส้นคอนเทรลเชิงอากาศพลศาสตร์นั่นเอง

คอนเทรลเชิงอากาศพลศาสตร์มักจะเกิดในบริเวณที่มีอากาศค่อนข้างชื้นและมุมปะทะ (angle of attack) ค่อนข้างสูง เช่น ขณะที่เครื่องบินกำลังทะยานขึ้น หรือร่อนลง เป็นต้น

คอนเทรลยังมีแง่มุมสนุกๆ อีกมาก เอาไว้จะหาโอกาสเล่าให้อ่านกันอีกครับ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...