โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

item monster ไอเทม มอนสเตอร์

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 พ.ค. 2567 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2567 เวลา 13.36 น. • w.wit
พรสวรรค์ไอเทมมอนสเตอร์ ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนศพมอนสเตอร์ที่ตัวเองสังหารให้กลายเป็นไอเทมสุดแข็งแกร่งได้ เป็นสิ่งที่ใช้พึ่งพาต่อสู้กับโลกที่กำลังถูกมอนสเตอร์จากโลกต่างมิติรุกราน จงกลายเป็นไอเทมให้ฉันซะ!

ข้อมูลเบื้องต้น

ลุค ชายหนุ่มผู้ทำงานสองกะ เพื่อหาเงินมาดูแลน้องสาวที่มีร่างกายอ่อนแอ หลังจากพ่อแม่ได้จากไป

แต่ 3 ปีให้หลังกลับมีมาเฟียสุดอันตรายมาบอกว่าครอบครัวเขาเป็นหนีที่ต้องชดใช้

เขาถูกบีบบังคับจนต้องไปเป็น ฮันเตอร์เถื่อน เพื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์สุดแสนจะอันตรายในดินแดนที่เรียกว่าชิ้นส่วนโลกต่างมิติ

การต่อสู้ครั้งแรกก็ทำให้เขาต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิต เมื่อต้องเจอกับหมาป่าขนเหล็ก มอนสเตอร์สุดอันตรายในคลาส F ทุกคนถูกฆ่าตายจนสิ้น เหลือเพียงเขาคนเดียวที่รอดชีวิตและท่ามกลางความสับสน จึงดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ทำให้เขาบังเอิญปลุกพลังของตนเองขึ้นมาได้ในที่สุดและกลายเป็น "เหนือมนุษย์"

เหนือมนุษย์ คือ ผู้มีพลังความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทุกด้าน และยังได้ครอบครองพรสวรรค์ ไอเทมมอนสเตอร์ ที่มอบความสามารถในการเปลี่ยนซากศพมอนสเตอร์ที่ตัวเองสังหารเป็น ไอเทม

พลังแห่งไอเทม ทำให้เขาก้าวเดินไปบนเส้นทางของเหนือมนุษย์สุดแข็งแกร่งและยืนหยัดบนโลกที่ถูกรุกรานโดยมอนสเตอร์ต่างมิติ เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว

เรื่อง : item monster ไอเทม มอนสเตอร์

ผู้เขียน : W.Wit

ชิ้นส่วนโลกต่างมิติ

ตอนที่ 1 ชิ้นส่วนโลกต่างมิติ

ก้อนเมฆสีขาวเข้มลอยไปตามทิศทางของสายลมสลับกับสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้า ภายใต้เงาเมฆและท้องฟ้าเคลื่อนตัวปกคลุมเมืองที่ขนานนามว่า “เมืองปลายฝน”

เมืองปลายฝนถือเป็นเมืองขนาดเล็ก ประชากรอาศัยอยู่เพียงหนึ่งแสนคน

ในเมืองมีแม่น้ำสายไม่เล็กไม่ใหญ่ทอดยาวเคียงคู่ไปกับเมือง สุดสายของแม่น้ำเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กกินเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ถูกทิ้งร้างไว้เมื่อหลายปี เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษทำให้บริษัทเจ้าของโรงงานหลายแห่งปิดตัวลงไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ส่งผลกระทบมาถึงโรงงานเหล่านี้ด้วย

บนถนนปูนซีเมนต์สีเทาเข้มแตกทรุดเสียหายมีต้นหญ้าสีเขียวสดและน้ำตาลที่แห้งเหี่ยวขึ้นตามรอยแตกของปูนและขอบถนนที่มีตะไคร่น้ำขึ้นในบางจุด

รถรถเก๋งสีดำเงาจำนวน 5 คันขับนำเส้นทางไปพร้อมกับมีรถมินิบัสบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันรถขับตามหลัง ขบวนรถกำลังขับผ่านเส้นทางไปด้วยความเร็วที่มั่นคงเข้าไปในโรงงานร้าง

จุดหมายปลายทางของขบวนรถเป็นลานกว้างแห่งหนึ่งภายในโรงงาน

บริเวณประตูทางเข้ามีป้อมยามเก่าผุพังไปครึ่งหลังตามกาลเวลา เหล็กกั้นประตูถูกยกทิ้งไว้ตรงกอหญ้าข้างทาง

บริเวณรอบมีสายเทปกั้นเขตสีเหลืองสลับดำถูกพันติดไว้รอบทั้งบริเวณเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล สิ่งนี้มีไว้สำหรับถึงอันตรายของพื้นที่ด้านใน

แทบกั้นเขตมีสภาพใหม่เอี่ยมไม่เข้ากับสถานที่รอบข้าง เพราะพึ่งถูกนำมาปิดล้อมพื้นที่รอบ ๆ เมื่อไม่นานมานี้

กลางถนนทางเข้ามีผู้ชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่เดินวนไปวนมา ห่างไปไม่ไกลมีรถมอเตอร์ไซต์จอดอยู่หนึ่งคัน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและร้อนใจอยู่ไม่น้อย แต่พอเห็นได้เห็นขบวนรถที่กำลังวิ่งเข้ามาก็คล้ายโล่งใจขึ้นมา

รถเก๋งสีดำคันหน้าสุดขับมาจอด ก่อนคนขับจะลดกระจกข้างลงมาพูดคุย

“เรียบร้อยดีไหม”

“แน่นอน พึ่งเกิดไม่นาน”

เมื่อได้รับคำตอบคนขับพยักหน้าให้ มือล้วงไปหยิบซองสีน้ำตาลที่อัดแน่นไปด้วยเงินมอบให้ เจ้าหน้าที่คนนั้นรับซองเงินสด ไม่คิดจะแกะดูและรีบจากไปในทันที

เมื่อทางสะดวกขบวนรถก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ลานกว้าง โดยไม่สนใจแทบกั้นเขตที่ถูกรถชนจนขาดปลิวออกไปกองอยู่ข้างทางจากลมปะทะของรถที่วิ่งผ่านไป

ขับไปไม่ถึง 100 เมตร ก็พบว่าด้านหน้าของพวกเขามีสิ่งหน้าเหลือเชื่อปรากฏอยู่ มันคือรอยแยกมิติ รอยแยกมิตินี้เป็นจุดหมายของพวกเขา รถทุกคันก็หยุดและดับเครื่องยนต์กันทันที

บนรถมินิบัสมีชายหนุ่มร่างสูงผอม ใบหน้ามีสิวและผิวหมองคล้ำ ผมสั้นดำขลับ คิ้วเข้ม แววตาดูเหนื่อยล้า แถมยังมีรอยฟกช้ำตามใบหน้าและมุมปาก

เขามีชื่อว่า “ลุค”

ลุคนั่งอยู่ที่นั่งเบาะติดหน้าต่าง สายตากำลังจับจ้องจากบนรถไปยังรอยแยกมิติด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง ในใจยากจะคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่

“มองกี่ครั้งก็ยังน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนเดิม เคยเข้าไปไหม?”

เสียงหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา

ลุคหันหัวกลับไปมองที่นั่งข้างตัวเอง

ชายวัยกลางคนไว้หนวดและเคราสั้นไม่ยาวมากนัก หน้าตาหมองคล้ำและมีกลิ่นเหล้าออกมาเล็กน้อย เป็นคนที่พูดกับเขาเมื่อครู่

สายตาของชายคนนั้นกำลังมองออกไปด้านนอก ก่อนมองกลับมาที่ลุค

“ไม่เคย คุณเคยเข้าไป?”

“3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 วันก่อน”

ชายไว้หนวดยกมือขึ้นโชว์ 3 นิ้วมือที่ค่อนข้างหยาบกร้านเป็นคำตอบ

ลุคประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่พบว่าชายคนนี้จะมีประสบการณ์ด้านในมากขนาดนั้น

“คุณรอดมาได้ยังไง”

“ฉันรอด เพราะคนอื่นตาย”

ได้ยินคำตอบจิตใจลุคก็หนักอึ้งและกลัวอยู่ไม่ใช่น้อย ยิ่งจ้องมองไปที่รอยแยกมิตินั้นยิ่งทำให้เขากลัวขึ้นมา จึงใช้มือจับไปที่จี้สร้อยที่หน้าอกของตัวเอง เพื่อทำให้มีความกล้ามากขึ้น

ผู้คนในรถมินิบัสรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเจอนั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่มีทางเลือกมากนัก เนื่องจากว่าผู้คนทั้งหมดในที่นี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนี้ของกลุ่มคนชุดดำในรถเก๋งสีดำเงาเหล่านั้น

ปัง!

ประตูรถมินิบัสที่ค่อนข้างเก่าถูกเปิดออกเสียงดัง ทำเอาคนในรถสะดุ้งและหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน

ผู้ชายชุดดำท่าทางเคร่งขรึมคนหนึ่งเดินก้าวเท้าขึ้นมาบนรถ

“ลงมาจากรถ พวกแกมาถึงที่ทำงานแล้ว” ชายชุดดำตวาดเสียงดัง

ผู้คนบนรถมินิบัสถูกพาลงมารวมตัวกันยังลานกว้าง

ลุคกวาดสายตามองดู พบว่ามีคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาไม่น้อยกว่า 30 คน โดยแต่ละคนมีอายุต่างกันไป ตั้งแต่วัยรุ่นที่อ่อนกว่าเขาตลอดจนถึงคนแก่ผมขาว ส่วนใหญ่เป็นชายมีหญิงไม่กี่คนเท่านั้น สีหน้าของทุกคนหน้าดำคร่ำเครียด

นอกจากพวกเขาก็มีกลุ่มคนชุดดำที่ออกมาจากรถเก๋งทั้ง 5 คันรวมกันประมาณ 10 คน ทั้งหมดยืนล้อมพวกเขาไว้ตรงกลาง คนเหล่านี้คือ มาเฟีย

“มีพวกลูกหนี้แค่นี้เหรอ”

“ใช่ครับ”

“ช่างเถอะแค่นี้น่าจะพอ”

หนึ่งในมาเฟียกำลังยืนตอบคำถามของชายที่นั่งอยู่ในรถคันหน้าสุด

สิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึงนั้นก็คือพวกคนที่ถูกพาตัวมา ส่วนใหญ่แล้วทุกคนนั้นเป็นลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการพนันหรือการกู้เงินนอกระบบ ถ้าใช้หนี้พวกมันไม่ได้ มาเฟียพวกนี้ก็จะยื่นข้อเสนอให้กับลูกหนี้เป็นฮันเตอร์เถื่อนมาเคลียร์ชิ้นส่วนโลกต่างมิติให้กับพวกมัน

ชิ้นส่วนโลกต่างมิติ คือสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีใครรู้สาเหตุ ทางเข้านั้นถูกเรียกว่า “ประตูมิติ” ที่พาเข้าไปยังพื้นที่ต่างมิติที่เรียกว่า “ชิ้นส่วนโลก” ขนาดและความอันตรายของพื้นที่ต่างมิติจะขึ้นอยู่กับระดับของชิ้นส่วนโลกนั้น ๆ

ระดับของชิ้นส่วนโลกมีการแบ่งไว้คือ A B C D E F ส่วนสูงกว่านั้นถูกเรียกว่า “โลกสมบูรณ์” ด้านในชิ้นส่วนโลกมีสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายอย่างมากอยู่ มันถูกเรียกว่า “มอนสเตอร์”

และชิ้นส่วนโลกด้านหน้านี้คือระดับ F ที่ถูกจัดเป็นชิ้นส่วนโลกที่มีระดับต่ำสุดในบรรดาชิ้นส่วนโลกทั้งหมด ซึ่งมีมอนสเตอร์คลาส F อยู่ด้านในแน่นอน

นี่คือความรู้พื้นฐานที่คนในโลกนี้ต่างก็รู้กันเป็นอย่างดี

“เริ่มได้แล้ว” ผู้ชายในรถสั่งลูกน้อง

ลูกน้องมาเฟียไปเปิดท้ายรถ เพื่อเอาอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ออกมา

ลุคกับคนอื่น ๆ ที่เคยมาเป็นครั้งแรกหันไปมองการกระทำของมาเฟีย เขาเห็นมาเฟียสองสามคนทยอยเปิดฝากระโปรงท้ายรถที่ด้านในเต็มไปด้วยอาวุธประเภทดาบ

มาเฟียเริ่มแจกจ่ายดาบให้กับลูกหนี้ทั้ง 30 คนด้วยความรวดเร็ว แต่ละคนรับมาและถือไว้ในมือ คนที่เคยมาก่อนจะถือมันไว้แน่ เพราะถือเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตได้

ดาบที่ยาวประมาณ 2 ไม้บรรทัดกว่า สภาพดาบดูไม่ได้มาตรฐานสักเท่าไหร่และมีคราบสีดำคล้ำติดอยู่ไม่น้อย

‘ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของคนหรือมอนสเตอร์’ ลุคจ้องมองดาบในมือของตัวเอง

คนที่พึ่งเคยมาก็มองไปที่ดาบด้วยความสงสัยและเริ่มสีหน้าไม่ค่อยดีแล้ว อันที่จริงลูกหนี้ทุกคนเริ่มจริงจัง เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะเผชิญกับอะไรอยู่

นอกจากดาบแล้วพวกเขายังได้รับไฟฉายคาดศีรษะกันคนละกระบอกด้วย

ตอนนั้นลูกพี่มาเฟียที่นั่งในรถก็เปิดประตูออกมาและได้เดินหยุดเบื้องหน้าเพื่อกล่าวกับทุกคน

“ฟังให้ดี!”

เพียงเอ่ยปากพูดก็ตะเบ็งเสียงดังด้วยความดุดัน ทำให้คนอื่น ๆ ตื่นกลัวอยู่ไม่น้อย

“วันนี้ต้องเคลียร์ชิ้นส่วนโลกระดับ F นี้ให้เสร็จ ฆ่ามอนสเตอร์ด้านในแล้วเอาเนื้อพวกมันออกมาเนื้อเหล่านั้นคือสิ่งที่จะช่วยปลดหนี้ที่ติดไว้กับพวกเราได้ ถ้าพวกแกคนไหนทำไม่สำเร็จก็ไม่ต้องออกมาจากในนั้นและรอเป็นอาหารของพวกมอนสเตอร์ด้านในได้เลย ส่วนใครกล้าถอยกลับหรือคิดหนีจะโดนแบบนี้”

หัวหน้ามาเฟียสั่งให้ลูกน้องไปลากชายคนหนึ่งในสภาพเปื้อนเลือดที่ถูกยัดไว้ท้ายรถออกมา ทุกคนมองว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ยังไม่ทันได้ตั้งสติ หัวหน้ามาเฟียคนนั้นก็รับปืนจากลูกน้องมาเฟียอีกคนมา ก่อนจะเล็งปืนไปที่ชายคนที่บาดเจ็บสาหัสคนนั้น

“อย่า ๆ” ผู้ชายที่ตัวอาบเลือดร้องขอชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ผู้ชายคนนั้นโดนยิงร่างล้มลงนอนจมกองเลือดตายต่อหน้าต่อตาทุกคนที่กำลังตื่นตกใจด้วยความกลัว

การกระทำและความโหดเหี้ยมของมาเฟีย อย่างการเชือดไก่ให้ลิงดู ดูท่าจะได้ผลอย่างมาก เพราะสร้างความหวาดกลัวและข่มขวัญเหล่าลูกหนี้เป็นอย่างมาก

ลุคหน้าขึงฉายแววตาแห่งความโกรธ เมื่อมองหัวหน้ามาเฟียคนนั้น เขารู้ชื่อมาเฟียคนนี้ เพราะเป็นมาเฟียคนเดียวกับที่เคยมาหาเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน

มาเฟียคนนี้มีชื่อว่า ซาด เป็นมาเฟียระดับสูงของกลุ่มมาเฟียจะเรียกว่าหัวหน้าก็ได้ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นหัวหน้าใหญ่สุดหรือเปล่า

ซาดมองท่าทีของทุกคนและพยักหน้าพึงพอใจที่เห็นว่าทุกคนเข้าในสิ่งที่ตัวเองจะสื่อสาร จึงสั่งให้เริ่มงานทันที นั้นคือการส่งทุกคนเข้าไปในชิ้นส่วนโลกต่างมิติ

โดยเริ่มจากคนที่ยืนด้านหน้าสุดให้เดินเข้าไป แม้จะมีความกลัวในการเดินเข้าไปในรอยแยกมิติ แต่ว่าศพที่นอนตายอยู่ทำให้เขากลัวมากกว่า

ลูกหนี้เดินถือดาบต่อแถวเดินเข้าไปในประตูมิติทีละคนสองคนด้วยสีหน้าขึงขัง

“มาร่วมมือกันไหม”

ขณะที่กำลังต่อแถวเดินเข้าไปประตูมิติผู้ชายไว้หนวดที่เคยพูดคุยกับเขาบนรถมินิบัสก็เข้ามาเสนอความร่วมมือ แต่ลุคยังไม่ทันกล่าวอะไร ซาดที่จ้องมองการกระทำของทุกคนอยู่ก็เดินเข้ามาหาลุค เพื่อพูดบางอย่างกับเขาเป็นการเฉพาะ

“แกควรทำให้ดีไม่อย่างนั้นพวกฉันจะไปเยี่ยมน้องสาวของแก เข้าใจไหม”

ลุคมองสายตาเย็นชา แต่เพียงไม่กี่วินาที เขาก็ข่มอารมณ์เก็บมันเป็นความแค้นในใจ และสาบานว่าจะต้องจัดการซาดให้ได้

ซาดเหลือตามองไปทางชายไว้หนวด

“เข้าไปได้แล้ว”

“ครับ ๆ”

ผู้ชายไว้หนวดรีบพยักหน้าตอบ และเมื่อเห็นว่าลุคโดนเพ่งเล็งโดยซาดก็ถอยออกมาและไปหารวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ เพื่อเข้าไปในประตูมิติแทน

ซาดไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของลุค เพราะสำหรับเขาลุคเป็นเพียงเด็กดวงซวยที่ต้องมาใช้หนี้แทนพ่อและแม่เท่านั้น ที่เขาสนใจคือเงินที่ลุคจะทำให้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยเกินไปเขาก็ยังไปเอาเด็กคนนี้ไปขายอวัยวะได้ ส่วนน้องสาวยิ่งเป็นของหายากในสายตาของเขา

ลุคข่มความโกรธและรู้ว่าตนทำอะไรไม่ได้

เมื่อ 7 วันก่อน ชีวิตเขายังดำเนินไปอย่างปกติ แต่แล้วพวกมันก็มาหาเขาและน้องสาว

มาเฟียพวกนี้อ้างว่า พ่อกับแม่ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 3 ปี ได้กู้ยืมเงินและหนี้พวกมันมากกว่า 5 ล้านเครดิต โดยที่มีลายเซ็นของพ่อเขาไว้อย่างชัดเจน

พวกมันต้องการให้เขาและน้องสาวใช้หนี้มันคืนภายใน 1 เดือน แน่นอนว่าลุคไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้อยู่แล้ว ต่อให้ขายสมบัติทุกอย่างออกไปคงหามาได้ไม่เกิน 10,000 เครดิตด้วยซ้ำ

พ่อกับแม่ได้ทิ้งเงินมรดกก้อนสุดท้ายไว้ให้เขาและน้องสาวที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายชั่วคราวเท่านั้นและเงินพวกนั้นก็กำลังจะหมดลงในไม่ช้า

ที่ผ่านมาลุคต้องทำงานที่ร้านอาหารและควบกับงานพนักงานร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้เงินพอใช้จ่ายและดูแลสุขภาพน้องสาวและส่งเรียนหนังสือไปด้วย

แต่ด้วยเงินและรายได้ที่มีเพียงน้อยนิดไม่มีทางจ่ายหนี้ที่เป็นเงินมากถึง 5 ล้านเครดิตได้

ดังนั้นพวกซาดจึงยื่นข้อเสนอเชิงบีบบังคับให้เขาเลือก คือ ให้มาเป็นฮันเตอร์ผิดกฎหมาย เพื่อล่ามอนสเตอร์ให้พวกมัน และหักหนี้จากเนื้อมอนสเตอร์ที่ล่าได้ แน่นอนว่าราคาคงไม่ยุติธรรมและเสี่ยงชีวิตที่อาจจะตายได้ตลอดเวลา

แต่ถ้าลุคไม่ตกลงทั้งเขาและน้องสาวจะโดนพวกมันจับไปขาย สำหรับเขาคงเป็นการโดนขายอวัยวะ ส่วนน้องสาวของเขาคงเลวร้ายยิ่งกว่า

ลุคเคยคิดจะไปแจ้งตำรวจ แต่น่าเจ็บใจคือมีตำรวจบางคนรับเงินของมาเฟีย ได้เอาเรื่องที่ลุคไปแจ้งความไปบอกให้กับกลุ่มมาเฟียทำให้ระหว่างทางกลับจากสถานีตำรวจ เขาถูกพวกมันดักทำร้ายและซ้อมจนแทบหมดสติ

ซาดเป็นคนมาจัดการเขาด้วยตัวเองและคิดจะไปที่บ้านเขา เพื่อจับตัวน้องสาวของเขาไปด้วย แต่ว่าลุคขอร้องและตกลงที่จะยอมรับข้อเสนอพวกมัน ทำให้ซาดปล่อยน้องสาวเขาไปและสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับน้องสาวของเขา ตราบใดที่ลุคยังเป็นฮันเตอร์ผิดกฎหมายให้พวกมัน

ลุคกำมีดสั้นในมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ถ้าเขาเป็นเหนือมนุษย์ เขาคงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่คนที่ยากจนจะเอาความหวังที่ไหนในการเป็นเหนือมนุษย์

“เดินเข้าไปได้แล้ว” ซาดผลักไหล่ของลุคให้เดินไปที่ประตูมิติ

ลุคเดินเข้าไปอย่างตึงเครียด

เขาเคยได้ยินมาว่ามอนสเตอร์นั้นโหดร้ายมาก พวกมอนสเตอร์มองมนุษย์เป็นเหมือนอาหารและการที่มันพยายามจะออกมาจากประตูก็เพื่อกินอาหาร

มีพวกนักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานว่า เหตุที่มอนสเตอร์โจมตีมนุษย์ เพราะพวกมันติดอยู่ในชิ้นส่วนโลกเป็นเวลานาน จึงกระหายในการกินมากและมนุษย์ก็อ่อนแอจึงเป็นเหยื่อที่ล่าง่าย

มีนักล่าที่หิวกระหายตัวไหนบ้างจะไม่อยากกินเหยื่อที่ฆ่าง่าย ๆ เพื่อเติมเต็มกระเพาะยามหิวกระหาย ซึ่งตอนนี้ลุคกำลังเดินเข้าไปหาพวกมันถึงถิ่น

ลุคเดินผ่านม่านแสงของประตูมิติที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับเดินผ่านม่านน้ำเย็น ๆ เพียงแต่ตัวไม่เปียก พอเข้ามาได้มาเฟียที่เหลือก็ตามมาในชิ้นส่วนโลกต่างมิติพร้อมกับปืนคนละกระบอก และทิ้งมาเฟียสองคนให้เฝ้าด้านนอกประตูมิติเท่านั้น

มาเฟียพวกนี้มาเพื่อควบคุมพวกเขาให้ต่อสู้ ถ้าใครไม่สู้คงโดนปืนในมือพวกมันยิงแน่ ส่วนเรื่องหนีนั้นตัดทิ้งไปได้เลย เพราะทางเข้าออกชิ้นส่วนโลกต่างมิตินั้นมีทางเข้าออกเพียงหนึ่งเท่านั้น

ลุคมองรอบตัว มันมืดพอสมควร แต่ทุกคนเริ่มทยอยเปิดไฟฉายคาดหัวของแต่ละคน ทำให้พวกเขามองเห็นสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

ถ้ำ!

ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ตั้งตัว ตอนนั้นก็มีแสงสีแดงปรากฏขึ้นมาทางด้านหน้าของพวกเขา ทุกคนต่างส่องไฟไปยังทิศทางนั้นกันในทันทีก็พบว่ามันเป็นหนู

หนูขนาดตัวเท่าสุนัขขนาดกลาง ขนพวกมันเป็นสีดำสลับสีเทายาวและดูหยาบ แต่ที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุดคือ ดวงตาสีแดงฉานสองข้างที่เปล่งประกายในความมืด

“มอนสเตอร์!”

มอนสเตอร์

ตอนที่ 2 มอนสเตอร์

“มอนสเตอร์!”

เป็นครั้งแรกที่ลุคเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ตัวเป็น ๆ แม้ที่ผ่านมาเขาจะเคยเห็นจากวิดีโอหรือภาพในเน็ต แต่ก็ไม่เคยเผชิญกับของจริงและตัวเป็น ๆ แบบนี้มาก่อน

“มอนสเตอร์หนูตาแดง”

หลายคนที่รู้จักสายพันธุ์ของมอนสเตอร์รีบตะโกนเสียงดังบอกคนรอบข้าง

มอนสเตอร์ “หนูตาแดง” ที่ได้รับชื่อนี้มาจากดวงตาที่เปล่งประกายแสงสีแดงสดท่ามกลางความมืดมิดได้ เหมือนกับอัญมณีวิเศษ เพียงแต่เจ้าของอัญมณีเหล่านี้เป็นพวกหนูคลั่งที่กินได้ทุกอย่างไม่เลือก พร้อมจะขย้ำคุณไม่เหลือ

มอนสเตอร์หนูตาแดงประมาณ 10 ตัวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอบสนองต่อแสงไฟ ทั้งฝูงหันหน้ามามองดูมนุษย์ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า

จี๊ด……….

เสียงร้องของมอนสเตอร์หนูตาแดงคล้ายกับเสียงกระจกกำลังเสียดสีกันดังกังวานอย่างต่อเนื่อง ทำเอาทุกคนขนลุกซู่กันทันที

ลูกหนี้ที่ตอนนี้จะเรียกว่าฮันเตอร์เถื่อน พวกเขาถือเพียงดาบในมือถอยหลังอย่างหวาดหวั่น เมื่อเจอกับหนูตาแดงที่ท่าทางขี้โมโหกำลังวิ่งตรงมาหาพวกเขา

ปัง!!!

เสียงปืนดังขึ้นสะท้อนไปทั่วทั้งถ้ำเป็นซาดที่ยกปืนยิงขึ้นด้านบน

“ฆ่าพวกมันซะ หรือจะโดนยิง!”

มาเฟียทุกคนเล็กปืนในมือของตนไปยังลูกหนี้ทั้ง 30 คนที่ยืนอยู่ด้านหน้า พวกลูกหนี้จะถอยก็ไม่ได้แล้ว เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมาเฟียยิงพวกเขาจริง ๆ แน่นอน

“ฆ่าพวกมันเลย เรามีคนมากกว่า”

“ใช่ มอนสเตอร์มีแค่ 10 ตัว”

“แค่มอนสเตอร์หนูตาแดงมันคงไม่แข็งแกร่งมากหรอกใช่ไหม?”

“เป็นพวกอ่อนแอสุดในคลาส F แล้ว”

พวกลูกหนี้ที่เคยเข้าชิ้นส่วนโลกต่างมิติมาแล้วหลายครั้งตะโกนบอกคนอื่น ๆ

หลายคนความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ตรงหน้ามากขึ้น เมื่อมีคนผู้นำพวกขาสู้ คนที่มีประสบการณ์จับดาบวิ่งนำเข้าปะทะกับมอนสเตอร์หนูตาแดงที่เข้ามาโจมตี

ส่วนคนที่มาใหม่ยังคงกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอเห็นว่าปืนเล็งมาทางตัวเองก็ร้องแหกปากวิ่งเข้าไปสู้กับมอนสเตอร์เช่นกัน

ลุคก็เข้าไปต่อสู้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บหรือตายจากการสู้กับพวกมอนสเตอร์เหล่านี้

ที่ผ่านมาประสบการณ์ที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่และกลายเป็นเสาหลักให้น้องสาว ได้หล่อหลอมนิสัยให้มีความเข้มแข็งมาก แม้ใจจะกลัว แต่รู้ว่าตนจะล้มไม่ได้

ลุคมองหาจังหวะลงมือที่จะเป็นคนฆ่ามอนสเตอร์ เพราะแบบนั้นเขาจึงจะได้เนื้อมอนสเตอร์ เพื่อให้พวกมาเฟียใช้หักหนี้

มาเฟียที่เหลือก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ พวกมันบางส่วนใช้ปืนยิงใส่มอนสเตอร์หนูตาแดง แต่น่าเสียดายที่อาวุธปืนของโลกนี้ไม่มีพลังและความสามารถในการฆ่ามอนสเตอร์

นั้นเพราะมอนสเตอร์ต่างมิติจะมีความพิเศษ อาจจะเรียกว่าเป็นความแตกต่างกันของมิติ หรือเพราะโลกในมิติของมนุษย์แบบพวกเขาอ่อนแอและต่ำชั้นกว่า จึงทำให้พวกมอนสเตอร์มีพลังในการต้านทานอาวุธจากโลกนี้จนลดความเสียหายลงไปมากกว่า 80% หรือแทบไร้ผลเลยก็มี

อาวุธปืนทั่ว ๆ ไปจึงไม่เหมาะในการกำจัดมอนสเตอร์ นี่คือเหตุผลที่มาเฟียใช้ปืนในการควบคุมคนเท่านั้นและมอบดาบที่สร้างมาด้วยวิธีพิเศษให้กับเหล่าลูกหนี้เพื่อสู้กับมอนสเตอร์

ดาบเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยการผสมชิ้นส่วนมอนสเตอร์เข้าไป ทำให้มันมีคุณสมบัติเหมือนกับมอนสเตอร์ เมื่อเป็นแบบนั้นก็เท่ากับว่ามันสามารถทำร้ายมอนสเตอร์ได้แล้ว

“หยุด พวกแกอย่าคิดหนี จะให้ฆ่าพวกแกเหรอเข้าไปสู้กับพวกมัน”

มาเฟียยังคุมเข้ม เมื่อเห็นว่ามีคนพยายามหนีพวกมันก็หันปืนเล็งใส่ทันที สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าหนีต่างพากันเข้าไปรุมฆ่ามอนสเตอร์หนูตาแดง

ต่อให้หนูตาแดงจะเป็นมอนสเตอร์คลาส F ที่น่ากลัวต่อคนธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังคงไม่อาจจะสู้กำลังคนที่มีมาถึง 30 คนในการเข้าโจมตีพร้อมกันได้

แน่นอนว่าหนูตาแดงก็ไม่ใช่มอนสเตอร์ไร้เขี้ยวเล็บ พวกมันกัดแขนบางคนขาด ทำคนบาดเจ็บไปหลายสิบคนและถึงขึ้นฆ่าคนไปได้ถึง 2 คน

สองคนนั้นตายอนาถมาก พอล้มลงก็โดนหนูตาแดง 5 ตัวรุมแทะกินทั้งเป็น แต่นี่กลับสร้างโอกาสให้คนอื่น ๆ ได้ไปรุมสังหารหนูตาแดงตัวอื่น ๆ

ดาบในมือพวกเขาแทงอย่างสะเปะสะปะสร้างบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ใส่มอนสเตอร์หนูตาแดงที่เหลือไม่หยุด พอตัวหนึ่งตาย คนสังหารมันได้ก็ร้องตะโกนด้วยความดีใจ

ซากหนูพวกนี้หมายถึง เงิน

คนอื่นเห็นก็อิจฉาพากันหันกลับไปฆ่ามอนสเตอร์ที่ยังไม่ตาย หวังว่าตัวเองจะเป็นผู้ปลิดชีพมอนสเตอร์เหล่านั้นสักตัว

แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่ฆ่าหนูเหล่านี้ได้เป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ที่มีกันไม่ถึง 10 คน พวกเขาช่วยกันฆ่าหนูตาแดงได้สำเร็จและจะแบ่งผลประโยชน์เท่า ๆ กัน จึงสังหารได้มากกว่าคนที่ไร้ทีม

หนูตาแดงจากทั้ง 10 ตัวเหลือเพียง 1 ตัวที่ยังไม่ตาย

“มันต้องเป็นของฉัน”

เด็กหนุ่มหน้าอ่อนคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่าลุคอยู่เล็กน้อย พอเห็นว่ามอนสเตอร์หนูตาแดงตัวสุดท้ายบาดเจ็บสาหัสจนใกล้ตายแล้วและคนอายุเยอะคนอื่นก็หมดแรงแล้ว เขาจึงฉวยโอกาสที่ตนยังเหลือพละกำลังอยู่จับดาบและตะโกนอย่างบ้าคลั่งวิ่งเข้าไปหาหนูตาแดงตัวนั้น

“ตายซะเจ้าปีศาจ” เด็กหนุ่มแทงดาบออกไปตรง ๆ โดยไม่มีท่าอะไรทั้งนั้น

แต่แล้วหนูตาแดงก็ระเบิดพละกำลังสุดท้ายออกมากระโจนหลบดาบที่แทงมั่ว ๆ กัดเข้าที่คอของเด็กหนุ่มหน้าอ่อน

อ่า!

เด็กหนุ่มร้องออกมาได้คำเดียว ก่อนจะโดนฟันที่เหลือคนของหนูตาแดงกัดจนเส้นเลือดใหญ่ที่คอขาดสะบั้นจากกัน โลหิตสีแดงเข้มไหลทะลักจากลำคอ ดวงตาแข็งค้าง ร่างชักกระตุกดิ้นอย่างทุกทรมานก่อนสิ้นใจตาย

หนูตาแดงที่แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังพยายามกลืนชิ้นเนื้อที่ติดอยู่ในปากลงคอ

เวลานั้นก็มีคนลอบเข้ามาทางด้านหลังฉกฉวยโอกาสสังหาร ฟาดฟันคมดาบจากทางด้านหลัง คมดาบฟันเข้าที่ท้ายทอยฝังลึกเข้าไปในหัวกะโหลกหนูตาแดง

ดาบติดคาอยู่แบบนั้นช่วงชิงชีวิตของมอนสเตอร์หนูตาแดงในพริบตา

“สำเร็จ”

ลุคพูดอย่างเหนื่อยหอบ สายตาเหลือบมองด้วยหางตาไปที่ศพของหนูตาแดงที่นอนตายอยู่บนร่างของเด็กหนุ่ม ดวงตาของเด็กหนุ่มจ้องมองแข็งค้างว่างเปล่า

ไม่รู้ว่าดวงตาคู่นี้มองตนหรือมองความมืดบนเพดานถ้ำกันแน่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไหนมันก็ไร้ความหมาย

ที่นี่มีใครที่สนใจชีวิตคนอื่นบ้างถ้าตัวเองก็ยังเอาตัวแทบไม่รอด เด็กหนุ่มคนนี้ประมาทในวินาทีสุดท้าย จึงถูกหนูตาแดงฆ่าตาย

ลุคเตือนตัวเองว่าจะไม่เป็นแบบนั้นเด็ดขาด

หลายคนเดินล้อมเข้ามาพร้อมกับดาบในมือ เขารู้ว่าคนพวกนี้คิดจะทำอะไร ทุกคนที่อยู่ที่นี่มาเพราะต้องการร่างมอนสเตอร์หนูตาแดงตัวที่เขาสังหาร

ลุคเผยแววตาดุร้ายมองคนรอบตัว

“หยุด!”

เสียงซาดตะโกนดังขึ้นหยุดการกระทำของทุกคนไม่ให้ต่อสู้กันเอง เพราะมันไม่มีประโยชน์ต่อพวกมาเฟีย

“ใครฆ่าได้คนนั้นก็ได้ ถึงฉันจะเป็นมาเฟีย แต่ยังไงก็ยังรักษาคำพูด”

ได้ยินคำพูดเด็ดขาดของซาด พวกคนที่เหลือจึงได้แต่ถอดใจไม่กล้าเข้าแย่ง

ซาดพยักหน้าพึงพอใจ ร่างของมอนสเตอร์หนูตาแดงทั้ง 10 ตัวนี้ทำเงินให้เขาได้หลายหมื่นเลยทีเดียว มันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการซื้อชิ้นส่วนโลกต่างมิตินี้มาแล้ว ส่วนมอนสเตอร์ด้านในจะเป็นกำไรของพวกเขา

“จดรายชื่อใครฆ่าได้กี่ตัวอย่าให้ตกหล่น”

เหล่าลูกหนี้ที่ฆ่ามอนสเตอร์หนูตาแดงมาได้ก็พากันลากมอนสเตอร์ที่ตนเองสังหารมารวมกันตรงซาดเพื่อให้คนจดรายชื่อให้พวกเขา และหลังจากขายซาดจะเอาพวกมันไปลดหนี้ให้หลังจากออกไป แต่ถ้าเกิดตายก่อนนั้นก็ถือว่าซวยไป

ส่วนคนอื่น ๆ ที่บาดเจ็บไม่มากพากันนั่งพักเหนื่อย และคนที่บาดเจ็บพยายามห้ามเลือดและปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้กับตัวเอง

ส่วนศพทั้งสามร่างที่ตายถูกปล่อยทิ้งไม่มีใครสนใจ

“พวกเขาไม่ไหวแล้ว”

“เอาพวกเขาออกไปหาหมอก่อนได้หรือเปล่า”

มีบางคนเข้าไปดูบาดแผลของคนที่แขนขาดและบางส่วนที่บาดเจ็บหนักจากการที่โดนหนูกัดหรือใช้กรงเล็บข่วนเป็นแผลทางยาว ซึ่งพวกเขาต้องการจะออกไปจากที่นี่เพื่อหาหมอ

“มีใครไปต่อไม่ไหวไหม” ซาดเอ่ยถาม

“ไม่…ไหว”

“ผมด้วย แขน ๆ แขนผม”

คนที่แขนขาดสองคนพยายามพูดด้วยสีหน้าซีดขาว เพราะเสียเลือดไปมาก ทั้งสองหวังว่าซาดจะเมตตาปล่อยพวกเขาสองคนไป

“ได้” ซาดกล่าวมาคำเดียว ก่อนจะหันไปมองมาเฟียคนที่อยู่ใกล้ ๆ

มาเฟียคนนั้นเดินเข้าไปหาทั้งสองคน สองคนนั้นคิดว่ากำลังจะได้ออกไป แต่ใครจะไปคิดว่ามาเฟียยกปืนเล็งไปที่ตน

ปัง!

กระสุนเข้าที่หัวหนึ่งนัดปลิดชีวิตทันที

“เดี๋ยว!” อีกคนตื่นตระหนก ยกมือขึ้นมาบังราวกับจะใช้มันกันลูกกระสุน แต่เนื้อหนังธรรมดาจะป้องกันยังไง กระสุนปืนยิงทะลุฝ่ามือเข้าที่เบ้าตาตกตายลงไปทั้งอย่างนั้น

ลุคตกใจไม่น้อย มาเฟียพวกนี้โหดร้ายยิ่งกว่ามอนสเตอร์เสียอีก ใครที่ใช้งานไม่ได้ก็ฆ่าง่าย ๆ เลย

มาเฟียฆ่าเพราะว่าคนบาดเจ็บภาระและตัวถ่วง จะพาไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้ ปล่อยไว้ก็ตายอยู่ดี สู้ฆ่าทิ้งในนี้ให้หายไปในชิ้นส่วนเลยง่ายดายกว่า

ลูกหนี้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก แววตาหวาดหวั่นขึ้นมา จินตนาการว่าถ้าตัวเองบาดเจ็บคงจุดจบไม่ต่างกัน ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดอาการบาดเจ็บของตัวเองอีกเลย

คนที่เคยเข้ามาก่อนหลายครั้งปิดปากก้มหน้าเงียบ สีหน้าเคร่งเครียด เตือนว่าตนจะต้องไม่ลงเอยแบบนั้น

ซาดให้เวลาพักไม่นาน เพราะยังต้องไปกันต่อ การเผชิญหน้าครั้งนี้พึ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น พวกเขาต้องเข้าไปยังส่วนลึกของชิ้นส่วนเพื่อเคลียร์ชิ้นส่วนโลกต่างมิติให้สำเร็จ

ขณะที่เดินเข้าไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็เจอเข้ากับมอนสเตอร์หนูตาแดงอีก 4-5 ตัว ไม่ต้องบอกลูกหนี้ทุกคนก็วิ่งเข้าฆ่าหนูตาแดงทันที

คน 25 คนรุมฆ่ามอนสเตอร์ 5 ตัว ไม่มีทางที่มอนสเตอร์จะหนีรอดไปจากเงื้อมมือพวกเขา สุดท้ายก็กลายเป็นซากให้พวกเขาเอาไปใช้หนี้ที่ติดไว้

ลุคไม่มีโอกาสได้ลงมือ อย่างมากกว่าฟันโดนหนูตาแดงสองสามครั้ง ก่อนจะโดนคนอื่นแย่งฆ่าไป

ซาดทำแบบเดิมจดชื่อคนที่ฆ่าและสั่งให้ทุกคนเดินเข้าไปด้านในต่อ ทุกคนรู้ว่ายิ่งเดินเข้าไปก็ยิ่งเผชิญหน้ากับอันตราย ไม่รู้ว่าด้านในจะมีมอนสเตอร์แบบไหนอยู่บ้าง

ตอนนั้นเองก็มีเสียงร้องของมอนสเตอร์หนูตาแดงดังขึ้นมาจากส่วนลึกของถ้ำ เสียงนั้นฟังน่าขนลุกมาก เพราะมันผสานกันจนแถบฟังไม่ออกว่ามีกี่ตัวกันแน่ นอกจากที่พวกเขารู้ว่าเยอะมาก ทันใดนั้นคู่แสงสีแดงก็โผล่ออกมาเรื่อย ๆ มันคือดวงตาของหนูตาแดง

ทุกคนส่องไฟไปทางนั้นทันที ทำให้เห็นว่ามีฝูงหนูตาแดงไม่น้อยกว่า 15 ตัวกำลังวิ่งตรงมาหาพวกเขา

ครั้งนี้มันเยอะกว่าครั้งแรกมาก แถมพวกเขายังบาดเจ็บและคนน้อยลงไปอีก การต่อสู้จะต้องยากลำบากแน่นอน

“อย่าถอยฆ่าพวกมันซะ” ซาดตะโกนใส่พวกเขาจากทางด้านหลัง

มาเฟียคนอื่น ๆ ก็ทำแบบเดียวกัน พวกเขาหันปากกระบอกปืนเล็งแผ่นหลังทุกคน ผลักให้พวกเขาออกไปฆ่ามัน

ลุครู้ว่ายังไงก็ต้องสู้เขาตั้งท่าเตรียมรับการโจมตีเต็มที่ แต่แล้วตอนนั้นเองก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมา ทำเอาคนทั้งหมดตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

แม้แต่หนูตาแดงก็มีท่าทางตื่นกลัว

เจ้าของเสียงคำรามปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว มันเป็นหมาป่าขนาดใหญ่ที่มีขนสีเทาราวกับเหล็กเส้นเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากทางด้านหลังของมอนสเตอร์หนูตาแดง

มันเข้าขย้ำหนูตาแดงได้อย่างง่ายดาย กันพวกมันจนตายเพียงครั้งเดียว

“หมาป่าขนเหล็ก”

มีคนร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความกลัว เพราะแม้จะเป็นคลาส F เหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งที่แสดงมานั้น หมาป่าขนเหล็กมีแข็งแกร่งกว่าหนูตาแดงอย่างแน่นอน

หมาป่าขนเหล็กมันเป็นมอนสเตอร์คลาส F และก็ตรงตามชื่อมันเป็นหมาป่าที่มีเส้นขนเหมือนเหล็ก เกราะป้องกันร่างอย่างดี แถมยังมีพละกำลังมาก โดดเด่นในด้านความรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่จะเหนือกว่าหนูตาแดงแม้จะอยู่ในคลาสเดียวกัน

นี่นับว่าเลยร้ายยิ่ง คนธรรมดาแบบพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ไม่ได้มีหมาป่าขนเหล็กแค่ตัวเดียว

หมาป่าขนเหล็กทยอยโผล่ออกมาทีละตัวทีละตัว นับได้ 20 ตัวเห็นจะได้และไม่รอช้ามอนสเตอร์หมาป่าขนเหล็กจัดการเข่นฆ่าสังหารมอนสเตอร์หนูตาแดง หนูตาแดงวิ่งหลบไปคนละทิศละทาง บางตัวรอดออกไปได้ แต่ส่วนใหญ่ตายอนาถ

“ฝูงหมาป่าขนเหล็ก!”

พวกแกมันปีศาจ

ตอนที่ 3 พวกแกมันปีศาจ

“ฝูงหมาป่าขนเหล็ก!”

“เราตายแน่!…”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าขนที่ดุร้าย แยกเขี้ยวขู่คำรามอย่างเหี้ยมโหด ทุกคนพากันตื่นตระหนกหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัว

หมาป่าขนเหล็กกำจัดมอนสเตอร์หนูตาแดงที่หลบหนีไม่ทันจนหมดก็หันมาสนใจกลุ่มมนุษย์ที่อยู่ไม่ไกล

“หนี”

หนึ่งในลูกหนี้ที่รวมกลุ่มกับอีกคนจำนวนหนึ่งที่ทำผลงานได้ดีที่สุด เขาถอยหลังด้วยความตื่นกลัว เขารู้ว่ามอนสเตอร์พวกนี้ไม่มีทางที่ตัวเองและคนอื่น ๆ จะจัดการได้และไม่ต้องพูดถึงทั้งฝูงเลย

ฝูงมาป่าหันมาเล่นงานพวกเขาทันที

หนี!

คำนี้ปรากฏขึ้นในหัวของทุกคน พวกเขาหันหลังเตรียมวิ่งหนีกันในทันที

ซาดเองก็ตกใจกลัวเช่นกัน เพียงแต่ว่าเขาไม่อาจจะปล่อยให้ลูกหนี้หันหลังหนีได้

“กลับไปสู้พวกมันสิวะ”

“ห้ามหนีเว้ย หรือว่าอยากตาย”

ปัง!

มาเฟียเริ่มยิงปืนข่มขู่ จนสุดท้ายซาดหมดความอดทนยิงปืนใส่หนึ่งในลูกหนี้คนหนึ่งจนล้มลงตายทันที

ทุกคนเห็นดังนั้นก็หยุดชะงักไม่กล้าหนีต่อ

“ใครวิ่งหนีอีกฆ่าได้เลย”

ซาดยื่นคำขาดสุดท้ายทุกคนจึงต้องหันหลังกลับไปสู้กับหมาป่าขนเหล็ก

“อีกนิดเดียว หนี้ก็จะหมดแล้ว ฉันไม่ยอมตายที่นี่หรอก”

“ขอแค่ฆ่ามันได้สักตัวหนี้ที่เหลือก็จะหมดลงทันที”

ชายไว้หนวดรู้ว่าไม่มีทางเลือกได้ตะโกนเสียงดังสร้างขวัญกำลังใจ คว้าจับดาบด้วยมือทั้งสองข้าง เตรียมสู้กับหมาป่าขนเหล็กตัวหน้าสุด

แต่แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องทำให้ทุกคนต้องสิ้นหวัง หมาป่าขนเหล็กกระโดดเข้าไปกัดศีรษะของชายไว้หนวดเหวี่ยงร่างมันลงกับพื้นจนคอหักจากแรงและน้ำหนักตัว เพียงครั้งเดียวก็กัดกะโหลกแตกเละสมองระเบิดในปากของหมาป่าขนเหล็ก โดยที่ชายไว้หนวดก็ไม่ทันได้โจมตีใส่หมาป่าขนเหล็กกลับไป

เฮือก!

เหตุการณ์ได้ทำให้ทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง พวกเขารู้ได้ถึงความต่างของตัวเองและมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง จึงหันหลังวิ่งโดยไม่สนใจเสียงเตือนพวกมาเฟียอีก

หมาป่าขนเหล็กตัวนั้นฆ่าไปหนึ่งคนก็รู้สึกติดใจเลือดเนื้อมนุษย์ในปาก ไล่โจมตีมนุษย์รอบตัวด้วยกรงเล็บอันแหลมคม การตบแต่ละครั้งด้วยกรงเล็บ ทำให้ตัวมนุษย์ผู้ชายหนัก 70 กิโลกรัมกระเด็นไปไกลนับ 10 เมตรพร้อมกับรอยแผลฉกรรจ์ที่ทำให้บาดเจ็บสาหัส

ถึงไม่ตาย แต่ก็โดนหมาป่าที่ตามหลังมารุมขย้ำตายอยู่ดี

คนอื่น ๆ พอตั้งสติได้ก็วิ่งหนีราวกับพึ่งแตกรังกลับไปยังทางออกกันออก หมาป่าขนเหล็กไล่ล่าสังหารอย่างดุร้าย พวกมันล่ากันเป็นฝูงต้อนสังหารคนที่ช้าที่สุด

“พวกเราถอยออกไปด้านนอก”

ซาดสั่งการพาลูกน้องมาเฟียของตนเองวิ่งหนีไปทางประตูมิติ ไม่มีใครคิดว่าจะต้องมาเจอกับหมาป่าขนเหล็กพวกนี้

พวกคนที่ถูกเกณฑ์เข้ามาเป็นนักล่าให้กับพวกมาเฟียก็วิ่งตามหลังไปด้วยความสิ้นหวัง มาเฟียอยู่ทางหลังสุดตอนที่เดินเข้าไปในชิ้นส่วนโลกต่างมิติ พอจะหนีไปทางประตูพวกเขาจึงได้เปรียบ

“สองคน บอกพวกมันกลับไปสู้ถ่วงเวลาให้พวกเรา”

ซาดสั่งลูกน้องทั้งสอง ถ้าหนีไปพร้อมกันแบบนี้พวกเขาอาจจะไปไม่ถึงประตู ลูกน้อง 2 คนหันกลับไปพร้อมกับปืนเล็งไปทางกลุ่มนักล่าที่วิ่งตามหลังมา

“กลับไปสู้ไม่งั้นตาย”

มาเฟียทั้งสองคนตะโกนบอก แต่ความวุ่นวายตอนนี้ใครจะมาสนใจคำพูด ความน่ากลัวของมาเฟียน้อยลงทันทีเมื่อเปรียบเทียบกับหมาป่าขนเหล็กที่วิ่งไล่หลังมา

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นทำให้ชายคนหนึ่งล้มลง หลายคนถึงกับหยุดชะงัก แต่ไม่ใช่กับลุค เขาไม่สนใจว่าจะโดนยิงหรือไม่ขอแค่เพียงวิ่งออกไปให้เร็วที่สุดก็พอ

“บอกให้หยุดไง!”

มาเฟียอีกคนหันปลายกระบอกปืนมาทางลุค แต่ทันใดนั้นหมาป่าขนเหล็กก็โผล่มา มันกระโจนเข้ามากัดเข้ากลางแขนของมาเฟีย ก่อนจะสะบัดอย่างแรงจนแขนหลุดออกจากร่าง

“อ๊าก!”

มาเฟียจ้องมองแขนที่ขาดและร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน หมาป่าขนเหล็กจะหันกลับมางับหัวและสะบัดอย่างแรง ร่างโดนสะบัดสนลำคอและหัวแยกออกมาจากร่าง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่โหดร้ายมาก

เมื่อเห็นโอกาสลุคและคนอื่นพากันวิ่งต่ออย่างไม่คิดชีวิต

มาเฟียอีกคนไม่มีใจจะมาคอยหยุดใครอีก แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว มันคือคนที่ถูกทิ้งรั้งท้ายแล้ว

เสียงโหยหวนอย่างสิ้นหวังดังไล่หลังมา จิตใจตึงเครียดด้วยความหวาดกลัว ลุคไม่กล้าหันกลับไปมอง เพียงแค่คิดว่าวิ่งให้เร็วกว่าคนอื่นก็พอ

วิ่งมาจนถึงประตูมิติ มาเฟียคนอื่นออกจากประตูไปก่อนแล้ว ลุคกระโดดผ่านม่านแสงของประตูมิติ ออกไปจากชิ้นส่วนโลกทันที

นอกจากลุคแล้วยังมีลูกหนี้ที่รอดมาได้อีก 10 คนที่ออกไปจากชิ้นส่วนโลกต่างมิติได้ทัน ก่อนหมาป่าขนเหล็กจะตามมา พวกมันออกมาไม่ได้ เพราะมีม่านแสงคอยขวางไว้

ตุบ!

ลุคล้มตัวลงกับพื้น เพราะเขากระโจนออกมาด้วยความรีบร้อน พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามาเฟียที่รอดออกมาได้ต่างเล็กปืนไปมาที่ตนเอง

ซาดแปลกใจที่เด็กคนนี้ยังรอดออกมาได้

ด้านหลังมีคนตามออกมาเพิ่ม ลูกหนี้มีสีหน้าตื่นตกใจมากและพอเห็นว่ามีปืนจะตนเองก็ยิ่งกลัว พากันยกมือและขอร้องไม่ให้มาเฟียยิงตัวเอง

ซาดไม่มีความคิดฆ่าคนพวกนี้ เขาเสียหายไปมาก เพราะนอกจากจะไม่ได้ศพของมอนสเตอร์หูตาแดงที่ฆ่าในตอนแรกกลับออกมาด้วย เขายังสูญเสียลูกน้องไปสองคน แถมข้างในชิ้นส่วนโลกต่างมิติก็ยังมีฝูงมอนสเตอร์หมาป่าขนเหล็กที่ดุร้ายอยู่อีก

กลับเข้าไปฆ่าพวกมัน เขาปฏิเสธความคิดนี้ทันที

“ไอ้… ทำไมชิ้นส่วนระดับ F ที่ต่ำที่สุดถึงมีพวกตัวแบบนั้นได้ มันเป็นไปได้ยังไง ครั้งนี้ขาดทุนแล้ว ช่างมันเอาคนพวกนี้ไปรวมกันก่อน”

ซาดหัวเสียและโมโหสุด ๆ สั่งให้ลูกน้องที่เหลือจับคนพวกนี้ไปรวมกลุ่มกัน

อย่างน้อยลุคก็ยังไม่ตาย เขาเดินตามมาเฟียไปรวมกันอย่างว่าง่าย

ขณะที่พวกเขาเดินห่างออกมาจากประตูมิติ ก็มีความผิดปกติเกิดขึ้นม่านแสงที่เป็นตัวขวางไม่ให้มอนสเตอร์ออกมาก่อนเวลา อยู่ ๆ ก็สั่นไหวและมีเงาของหมาป่าพร้อมเสียงหอนมาจากด้านในประตู

ม่านแสงเบาบางลงอย่างรวดเร็ว หมาป่าขนเหล็กตัวใหญ่พยายามแหวกม่านแสงออกมา

ทุกคนหันกลับไปมองเป็นสายตาพรั่นพรึงและถามคำถามกับตัวเอง

มันออกมาไม่ได้ใช่ไหม!

แม้ลุคจะเคยเข้าไปในประตูมิติเป็นครั้งแรก แต่เรื่องข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประตูก็พอจะทราบอยู่ แสงของประตูเป็นเหมือนพลังในการขวางกั้นมอนสเตอร์ไม่ให้ออกมาข้างนอก ชิ้นส่วนโลกต่างมิติระดับ F จะคงอยู่ได้ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากประตูมิติปรากฏขึ้นมา

ถ้าม่านแสงหายไปก็มีความหมายได้อย่างเดียวว่ามอนสเตอร์จะออกมาด้านนอกในโลกของพวกเขาได้

ลุครีบถอยห่างออกมาจากประตูมิติ คนอื่นกำลังขนพองสยองเกล้ากับภาพตรงหน้า มอนสเตอร์มันออกมาได้!

“นายหน้านั้นมันโกหก!”

ซาดพูดด้วยความกลัวปนโมโห โดนหลอกเรื่องประตูมิติและชิ้นส่วนนี้แล้วว่าพึ่งปรากฏมาแล้ว

ชิ้นส่วนโลกมิติระดับ F ที่พึ่งปรากฏออกมาจะมีม่านแสงที่เป็นชั้นแยกระหว่างมิติ ไม่ให้มอนสเตอร์ผ่านมายังโลกมนุษย์ได้ในเวลา 24 ชั่วโมง แต่ตอนนี้เวลายังไม่ถึงแน่นอน คำตอบเดียวคือชิ้นส่วนนี้ปรากฏออกมานานมากจนครบเวลาแล้ว

ปกติไม่มีมาเฟียหรือกลุ่มใต้ดินคนไหนอยากได้ของแบบนี้ เพราะเสี่ยงต้องเจอกับมอนสเตอร์สุดอันตราย

ม่านแสงฉีกขาหมาป่าขนเหล็กตัวใหญ่โผล่ออกมาได้แล้ว มันแยกเขี้ยวราวกับเยาะเย้ยมนุษย์ด้านนอก

“หนี” แน่นอนว่าไม่ทันแล้ว

หมาป่าขนเหล็กพุ่งออกมาจากประตูมิติ กระโจนเข้าไปกลางวงล้อมมาเฟีย ก่อนจะกัดหนึ่งในมาเฟียที่โชคร้าย พวกมาเฟียรุมยิงมันทันที

หมาป่าขนเหล็กตัวอื่น ๆ ก็พยายามฉีกม่านแสงออกมาตรงรอยขาดที่ค่อย ๆ สลายหายไป เพื่อออกมาจากประตูอย่างต่อเนื่อง

หมาป่าขนเหล็กออกมาจากชิ้นส่วนโลกต่างมิติมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันออกมาได้ก็ไล่เข่นสังหารมนุษย์ที่แสนจะอ่อนแอตรงหน้าไม่หยุดหย่อน ราวกับว่ากำลังสนุกกับการฆ่า

ซาดยังรวมกลุ่มกับลูกน้องมาเฟียใช้ปืนยิงใส่หมาป่าตัวใหญ่ไม่หยุด ยิงไปถอยไป ยิงไปถอยไป แต่ก็สร้างความเสียหายไม่มากพอที่จะฆ่ามันได้ ปืนทำได้เพียงยื้อเวลาตายออกไปเท่านั้น

หมาป่าหัวเสียกับปืนที่ยิงมา จึงหันไปฆ่าพวกคนที่ฆ่าง่าย ๆ อย่างพวกลูกหนี้ที่มีเพียงดาบ

บรืน…

คนขับรถมินิบัสที่รอด้านนอกเห็นสถานการณ์เลวร้ายก็สตาร์ทรถเพื่อหลบหนี

“ไอ้เวร รอพวกเราด้วย”

พวกมาเฟียพยายามไปที่รถมินิบัส แต่เสียงของเครื่องยนต์ดูจะดึงดูดความสนใจหมาป่าหลายตัว พวกมันพากันวิ่งไปโจมตีรถมินิบัส คนขับตื่นกลัวสุดขีดเหยียบคันเร่งเต็มแรง กระจกรถมินิบัสธรรมไม่อาจจะทนทานการโจมตีได้ทำให้หมาป่ากระแทกมันจนแตกแทรกคมเขี้ยวเข้าไปกัดตัวคนขับด้วยแรงมหาศาลเพียงครั้งเดียวจนตายคาอยู่ในรถ

คนขับตายคาที่ ตัวรถเสียมินิบัสเสียหลักพุ่งชนรถเก๋งที่จอดอยู่อีกฝั่งอย่างรุนแรง

ตูม!

เสียงระเบิดดังขึ้นทำเอาพวกมาเฟียมองด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เพราะรถเก๋งที่คิดจะใช้หนีกลับระเบิดเสียหายไปแล้ว แน่นอนว่ายังมีเหลืออีกคัน ซึ่งเป็นคันที่ซาดนั่งมา แต่มันมีหมาป่าตัวใหญ่ขวางอยู่

“ไอ้เวรเอ๊ย!” ซาดสบถคำหยาบไม่หยุด เช่นเดียวกับพวกลูกน้อง ทุกคนอยากจะไปฆ่าคนขับจริง ๆ ถ้าไม่ติดว่ามันตายไปแล้ว

ลุคไม่ได้สู้ เขาพยายามวิ่งหนีไปจากที่นี่ แต่ว่าทันทีที่แยกออกจากกลุ่มคน จะดูดดูดความสนใจของหมาป่าขนเหล็กและตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งเขารอดมาได้ เพราะตอนหนีมีอีกคน อย่างที่บอกไม่ตายเพราะคนอื่นตาย

“พวกมันฉลาดมาก มันกำลังล่าเป็นทีม”

ลุคได้แต่กลับไปหาที่หลบ เพื่อมองหาทางรอดอื่น โดยการรีบวิ่งไปแอบข้างรถมินิบัสและรถเก๋งที่พังเสียหายมีควันขึ้นอยู่ ควันและไฟใช้บังตาและหลบจากหมาป่าขนเหล็กได้สักพัก

แน่นอนว่ามีชายอีกคนที่เป็นลูกหนี้ก็คิดแบบเดียวกับเขา และไปหลบแอบอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของชายคนนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ร่างสั่นไม่หยุดพยายามสวดภาวนาต่อพระเจ้าขอให้ตนรอดไปได้

‘เราทำยังไงดี’

ลุคหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาได้แต่มองรอบตัวที่กำลังเต็มไปด้วยความโกลาหล เขาอับจนหนทางในการหนีออกไป สิ่งเดียวที่ทำได้คือต้องมีสติ

มาเฟียพยายามยื้อต่อสู้และยิงหมาป่าขนเหล็ก เวลาผ่านไปก็ยิ่งทำให้มีหมาป่าขนเหล็กมาทางพวกเขามากขึ้น เพราะคนที่รอดให้พวกมันล่าน้อยลงเรื่อย ๆ

ซาดและมาเฟียแย่งเอาดาบออกมาจากศพลูกหนี้ที่ตาย พวกเขาช่วยกันโจมตีหมาป่าขนเหล็กตัวหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดจนบาดเจ็บสาหัส แต่แลกมากับการเสียลูกน้องไปอีก 3 คน

ซาดไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปฆ่าหมาป่าขนเหล็ก ยิ่งมอนสเตอร์บาดเจ็บก็ยิ่งดุร้าย แต่ยังไงก็ต้องฆ่ามัน เพราะหมาป่าขนเหล็กตัวนี้ขวางระหว่างพวกเขากับรถที่เหลือรอดคันสุดท้าย

ตอนนั้นก็หันมาเห็นลูกหนี้สองคนที่หลบอยู่ไม่ไกลจากพวกตน จึงโยนหน้าที่ฆ่าหมาป่าขนเหล็กให้ทันที

“แกออกมาเอามีดไปฆ่ามัน”

ไอ้…นี่!

ลุคหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเดือดดาล เขาทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ยอมเคลื่อนไหว

“จะไปไหม!”

ซาดหันมาตวาดลุคและอีกคนที่หลบอยู่ด้วยกัน ปัง! เสียงปืนดังกระสุนยิงเฉียดหัวพวกเขาไปนิดเดียว ทำเอาลุคและอีกคนรีบก้มหัวหลบด้วยความตกใจ

“เลือกเอาจะไปฆ่ามันหรือตาย” ซาดยื่นคำขาด เพราะเวลามีไม่มาก

“ไม่ ๆ พวกแกมันชั่ว พวกแกมันปีศาจ ไปให้พ้น นี่มันไม่จริง นี่มันไม่จริง” อีกคนเอามือปิดหูด้วยพูดราวกับคนเสียสติไม่หยุด

ปัง!

ชายซาดจัดการยิงศีรษะชายคนนั้นตายในทันที

เลือดสีแดงและชิ้นเนื้อของชายคนนั้นกระเด็นใส่หน้าของลุค ลุคเอื้อมมือไปสัมผัสด้วยมือที่สั่นเทา

“แกละเอายังไง จะให้ฆ่าทิ้งตรงนี้หรือไปฆ่ามัน บอกไว้ก่อนมึงตาย กูก็จะไปหาน้องสาวมึงให้เธอชดใช้หนี้แทน” ซาดใช้จุดอ่อนของลุคมาเล่นงานเขา

ลุคยืนขึ้นมองด้วยสายตาเย็นชา และหันไปหาหมาป่าขนเหล็กตัวนั้น เขากัดฟันด้วยความเกลียดชังวิ่งเข้าใส่หมาป่าขนเหล็กพร้อมกับดาบในมือทันที

“ช่วยมัน!” ซาดสั่งลูกน้องโจมตีหมาป่าขนเหล็กเพื่อสร้างโอกาสให้กับลุค

หมาป่าที่มัวแต่สนใจพวกมาเฟียทำให้ลุคเข้าไประยะประชิดมันได้ แต่ยังไงหมาป่าก็ยังเป็นหมาป่า มันรับรู้ได้ว่ามีคนแอบเข้ามาใกล้จึงหันกลับไปโจมตีใส่ลุค

ลุครีบกระโดดม้วนตัวหลบไปกับพื้นทำให้รอดมาได้ เขารีบถอยหนี หมาป่าขนเหล็กตามมาโจมตี แต่ตอนนั้นลูกน้องมาเฟียที่ซาดสั่งให้มาช่วยก็ได้ใช้ดาบแทงเข้าไปที่ข้างลำตัวหมาป่าขนเหล็กด้วยแรงทั้งหมดที่มี

ถึงหมาป่าขนเหล็กจะมีขนคล้ายกับเหล็กเส้นเล็ก ๆ ที่เรียงซ้อนกันทำให้ของมีคมฟันไม่เข้า แต่ใช่ว่าจะป้องกันได้ทุกการโจมตี ถ้าแทงผ่านเส้นขนเข้าที่ผิวหนังตรง ๆ ก็สามารถสร้างความเสียหายให้หมาป่าขนเหล็กได้ แถมดาบที่ใช้ยังเป็นดาบที่ใช้โจมตีมอนสเตอร์โดยเฉพาะ

โฮก…

หมาป่าขนเหล็กร้องด้วยความเจ็บปวดหันกลับไปใช้กรงเล็บตบร่างมาเฟียคนนั้นจนร่างกระเด็นไปไกลจนกระแทกกับพื้น จนร่างมีรอยแผลฉกรรจ์เลือดไหลอาบไปทั้งตัวด้วยการโจมตีครั้งเดียว

มาเฟียกระอักเลือดสองสามครั้ง ก่อนจะตายลงไป ร่างของมาเฟียที่เหลือก็โดนหมาป่ารุมกินอีกต่อทันที

‘ต้องฆ่ามัน!’

ลุคเองก็หินถึงวิธีการของลูกน้องมาเฟียคน ถึงจะฆ่ามันไม่ได้ แต่ถ้าแทงในตำแหน่งจุดตายก็ไม่แน่ ลุคดีดตัวยืนจับดาบพุ่งเข้าไปหาหมาป่าขนเหล็กที่อยู่ห่างไม่กี่ก้าว และเสียบดาบแทงใส่ที่คอของหมาป่าขนเหล็ก หมาป่าขนเหล็กไม่ทันระวังหันกลับมาก็โดนดาบแทงเข้าคอแล้ว

เลือดไหลตามดาบอาบหน้าของลุค ลุคยิ่งออกแรงมากขึ้นกรีดเปิดปากแผลด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนแผลกว้างมากขึ้นหลายสิบเซนติเมตร สุดท้ายก็ผลักดาบด้วยแรงทั้งหมด จนดาบกดลงทะลุจนดาบแทงเข้าไปทั้งเล่ม ทำให้หมาป่าขนเหล็กขาดใจตายร่างล้มลงต่อหน้าเขาและมาเฟียที่เหลือรอด

“ไป”

ซาดเห็นว่าตัวที่ขวางทางตายแล้วก็วิ่งผ่านศพหมาป่าขนเหล็กตรงไปที่รถของตัวเอง มาเฟียที่รอดอีกสองสามคนวิ่งตามไป ทุกคนแยกย้ายกันไปคนละฝั่งของประตู แต่ทำได้เพียงเปิดประตูม่านแสงก็หายไปอย่างสมบูรณ์ หมาป่าขนเหล็กที่เหลือก็พุ่งออกมาจากประตูและเข้าไปฆ่าซาดกับมาเฟียคนอื่น ๆ จนหมดสิ้นทันที

“ไม่!”

“อ๊าก!”

เสียงร้องโหยหวนแห่งความสิ้นหวังของมาเฟียดังลอยในอากาศไปทุกทิศทาง บ้างโดนหมาป่าสองตัวรุมกัดหัวและขาพร้อมกันเสียงเคียวดังกรวบ ๆ ส่วนบางคนก็โดนกัดกลางลำตัวลากไปกับพื้นรอยเลือดเป็นทางยาวเปรอะเปื้อนพื้นปูนโดยที่สองมือขูดลากไปกับพื้น ซึ่งมีเพียงรอยเลือดจากนิ้วทั้งสิบที่เพิ่มมาเท่านั้น

ซาดเองก็ไม่ต่างกัน เผชิญกับคมเขี้ยวของหมาป่าขนเหล็กที่กัดร่างกาย ก่อนจะสะบัดเหวี่ยงกระชากเอาเนื้อออกมาเคี้ยวกลืน โดยที่ร่างของซาดที่ยังหลงเหลือกระเด็นตกกระแทกไถลเป็นทางยาวเลือดบนพื้นปูนห่างออกไปไม่ไกล

หมาป่าตัวอื่นรีบตามไปฆ่าอย่างสนุกสนาน

ลุคที่ยังรั้งรออยู่ตรงศพหมาป่าจึงรอดตายมาได้ เพราะมีมาเฟียไปเป็นเหยื่อล่อให้ชั่วคราว เขารู้ว่าถ้ายังรออยู่ต้องตายแน่ จึงอาศัยจังหวะที่หมาป่าขนเหล็กกำลังสนใจศพมาเฟีย วิ่งหลบหลีกหวังจะไปที่รถ โดยยังพยายามหยิบเอากุญแจที่ตกลงมา แต่ก็ไม่ทัน

หมาป่าขนเหล็กตัวหนึ่งหันกลับมาสนใจกระโดดเพียงครั้งเดียวก็โผล่ตรงหน้าลุคแล้ว

หมาป่าอ้าปากแยกเขี้ยวที่แหลมคมคิดจะกัดเขา ใช้เท้ายันตัวหลบไปทางด้านหลังได้ทันท่วงทีจึงรอดตายจากอันตรายมาได้ หมาป่ายังไม่ลดละความพยายาม เมื่อพลาดการกัดก็ใช้อุ้งเท้าโจมตีใส่ แต่เนื่องจากระยะที่ห่างทำให้กรงเล็บเฉี่ยวไปที่ขาของลุค

แม้จะแค่เฉียดก็ยังสร้างบาดแผลยาวหนึ่งคืบที่ขาของเขา

“อ่า! เชี่ย!”

ความเจ็บปวดจากขาทำเอาลุคครวญครางในลำคอ ลุคจึงกัดฟันทนความเจ็บรีบวิ่งไปที่รถเก๋งทางด้านหลังห่างไปไม่กี่ก้าวด้วยขาที่บาดเจ็บ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในรถ หมาป่าพุ่งตามมา โชคดีที่ลุคดึงประตูรถปิดได้ทันการไม่อย่างนั้นเขาคงกลายเป็นเนื้อในกระป๋องให้มันกินเล่นไปแล้ว

หมาป่าชนเข้ากับข้างรถเสียงดัง ปุง! กรงเล็บข่วนเสียงชัดเจนว่าตัวรถเป็นรอยฉีกขาด แต่หลังจากนั้นมันก็หยุดเงียบหายไป

ลุคที่เข้ามาหลบทางเบาะหน้ารถ หอบหายใจร่างอาบเหงื่อและเลือดไปทั้งตัว เขาพยายามมองไปผ่านกระจกหน้าต่างเพื่อหาว่าหมาป่ามันอยู่ตรงไหน

หมาป่าตัวนั้นเดินวนอยู่รอบรถไม่ยอมไปไหน ส่วนหมาป่าตัวอื่น ๆ ก็ฆ่าทุกคนจนหมด

ทั้งลานกว้างเหลือเพียงลุคที่รอดและแอบอยู่ในรถเก๋ง ลุคมองออกไปนอกตัวรถเห็นกุญแจรถตกอยู่ห่างไปประมาณ 4-5 เมตร แต่มันก็เป็นระยะทางที่สิ้นหวัง จึงทำได้เพียงก้มตัวหลบสายตาของหมาป่าขนเหล็ก

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...