โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มเพชรบูรณ์ ปลูก “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” 3,000 ต้น ขายง่าย ต้นทุนต่ำ สร้างรายได้ดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 17 ส.ค. 2566 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2566 เวลา 11.00 น.

“กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” เป็นกล้วยพันธุ์โบราณ นิยมปลูกกันมาช้านาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือผลของกล้วยชนิดนี้จะมีนวลสีขาวจำนวนมากติดที่เปลือกผลตลอดทั้งผล โดยเฉพาะเวลาผลสุกจะเป็นสีเหลืองนวลคล้ายมีแป้งเคลือบอยู่ จึงถูกตั้งชื่อว่า “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” และเรียกกันเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งความหมายก็คือ ขาวสดใสเอี่ยมอ่อง ส่วนรสชาตินั้นก็ไม่เป็นสองรองใคร จะรับประทานเป็นกล้วยน้ำว้าสุกเพื่อเพิ่มพลังงาน เสริมธาตุเหล็ก ก็อร่อยเหนียวนุ่ม หวานจัด หรือจะนำมาแปรรูปทำกล้วยปิ้ง ก็อร่อยกำลังดี เนื้อนุ่มไม่เละ เป็นที่ถูกอกถูกใจของพ่อค้าแม่ขายไม่น้อย

คุณไพบูลย์ ไกรทอง อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 12 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ อาชีพเกษตรกรรมถือเป็นอาชีพที่อยู่ในสายเลือดของชายคนนี้มาตลอด เพราะตั้งแต่จำความได้คุณไพบูลย์ก็เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร โตขึ้นมาก็เป็นเกษตรกร จนเกิดเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว ทุกวันนี้กลายเป็นเกษตรกรมืออาชีพ สามารถทำเกษตรผสมผสานแบบลดต้นทุน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อยู่อย่างสุขสบาย

คุณไพบูลย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า ตนนั้นเป็นเกษตรกรมาอยู่แล้วตั้งแต่เกิด เมื่อเริ่มโตขึ้นพอช่วยหยิบจับอะไรได้ ก็เริ่มมีการเรียนรู้ที่จะเป็นเกษตรกรตามรอยพ่อแม่เลย โดยเริ่มต้นจากที่ครอบครัวปลูกพืชผักตามที่ตลาดต้องการเกือบทุกชนิด เช่น พริก หอม กระเทียม ผักบุ้ง กวางตุ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย บอกวันนี้ก็คงไม่หมด ปลูกจนเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้ จากที่พ่อแม่เคยเช่าพื้นที่คนอื่นปลูก ก็ได้มีการขยับขยายซื้อที่ดินของตัวเองสะสมมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ครอบครัวของตนมีพื้นที่ทำการเกษตรเป็นของตัวเองกว่า 100 ไร่ และที่มีทุกวันนี้ได้ก็เกิดมาจากความสามัคคีของครอบครัว และการวางแผนการปลูกที่ดี ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดด้วยการปลูกพืชผสมผสาน ปลูกพืชที่เอื้อประโยชน์กันภายในสวน ดังนั้น ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนของสวนจะสามารถเด็ดกินผักกินผลไม้ได้ทุกต้น มีพืชผักผลไม้เก็บขายสร้างรายได้ทุกสัปดาห์ และที่วิเศษไปกว่านั้นคือ การที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ด้วยการปลูกพืชต้นทุนต่ำ อาศัยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับอาชีพเป็นเกษตรกรตั้งแต่เด็กมาประยุกต์ทำในสวนเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด แต่ยังคงได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเท่าเดิม

**“กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” พืชปลูกง่าย

ต้นทุนต่ำ สร้างรายได้ดีของสวน**

เจ้าของบอกว่า ภายในสวนผสมผสานปลูกพืชผักผลไม้ไว้หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้อยหน่า แก้วมังกร พุทรา มะขามหวาน มะขามเปรี้ยว มะขามเทศ กล้วยหิน มะพร้าว มะละกอ และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนพืชที่ยกให้เป็นที่สุดของสวนเพราะปลูกง่าย ขายง่าย ขายได้ทุกส่วน มีต้นทุนในการปลูกดูแลเพียงหลักพันก็ต้องยกให้ กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ที่มีวิธีการปลูกที่ง่าย ปลูกได้กล้วยๆ สมชื่อจริงๆ อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาด มีประโยชน์มากมายสามารถนำไปแปรรูปประกอบอาหารได้หลากหลาย นี่จึงเป็นที่มาของการจัดสรรพื้นที่การปลูกกล้วยให้มีพื้นที่มากกว่าพืชผักชนิดอื่นๆ

กล้วยน้ำว้าโดยทั่วไปแล้วสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ที่สวนตอนนี้ปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องทั้งหมดประมาณ 3,000 กว่าต้น เริ่มปลูกมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี ที่มีการปลูกกล้วยเพื่อสร้างรายได้ขึ้นมา โดยครั้งแรกที่เริ่มปลูกต้องบอกตามตรงว่าเริ่มจากการใช้สารเคมีในการปลูก แต่เมื่อสะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนมีวิธีที่ปลูกโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยได้แล้ว ก็หยุดใส่ปุ๋ยเคมีทันที นับเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี แล้วที่สวนปลูกกล้วยโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีใดๆ และผลผลิตก็ออกมาได้คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ พ่อค้าแม่ค้าชอบจนผลิตขายไม่ทัน ด้วยจุดเด่นกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องของสวนมีลูกใหญ่ สีสวย รสชาติดี รับไปขายก็ขายง่าย นี่จึงเป็นจุดดึงดูดให้พ่อค้าแม่ค้าแย่งกันซื้อ ส่วนเทคนิคการปลูกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนและไม่ได้มีวิธีการปลูกที่พิสดารไปจากคนอื่น เพียงแค่รักและใส่ใจหมั่นคอยดูแลตัดแต่งไม่ให้ต้นโทรม เพียงเท่านี้ก็จะได้ผลผลิตคุณภาพ ระบบน้ำไม่ต้องมีก็ได้

ขั้นตอนการปลูก

ของที่สวนไม่มีการเตรียมแปลงยกร่องใดๆ เพียงขุดหลุมแล้วปลูกได้เลย โดยขนาดความลึกของหลุมนั้นประมาณ 40-50 เซนติเมตร ความกว้างของหลุมเอาแค่พอต้นกล้วยลงได้ ระยะห่างระหว่างต้น 5×5 เมตร เพื่อง่ายต่อการจัดการ ไม่แออัดจนเกินไป ระหว่างต้นกล้วยก็จะนำเอาผลไม้ชนิดอื่นมาปลูกแซมในดงกล้วย เท่ากับเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็สามารถเก็บผลไม้กินได้ทุกต้น

ส่วนเหตุผลที่ต้องขุดหลุมลึกขนาดนี้ เนื่องจากที่สวนจะใช้วิธีการนำกล้วยสาวมาปลูก กล้วยสาวในที่นี้คือ กล้วยที่สมบูรณ์เต็มที่แล้ว จะมีขนาดความสูงของต้นประมาณ 1-1.60 เมตร ซึ่งวิธีนี้เกิดจากทดลองการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้ผลผลิตที่เร็วขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปตามคาด ได้ผลผลิตออกมาดีและเร็ว เพราะปกติถ้าปลูกโดยใช้หน่อกล้วยทั่วไป ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 8-9 เดือนกว่าจะได้เก็บผลผลิตรอบแรก แต่ถ้าปลูกกล้วยสาวจะให้ผลผลิตเร็วใช้ระยะเพียง 6-7 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว อีกทั้งยังได้ผลผลิตออกมาดีมาก ให้เครือใหญ่ หวีเยอะ ต้นแข็งแรง ไม่ล้มง่ายอีกด้วย

การดูแลจัดการ น้ำ-ปุ๋ย

ที่สวนไม่ต้องดูแลอะไรเลย ไม่มีระบบน้ำ ไม่มีการใส่ปุ๋ย ปลูกครั้งแรกแล้วรอเก็บผลผลิตอย่างเดียว ปัญหาศัตรูพืชตั้งแต่ปลูกมาก็ยังไม่เคยเจอ ก็จะเห็นได้ว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย เพียงแต่ขั้นตอนการเก็บผลผลิตจะต้องพิถีพิถันสักหน่อย ซึ่งในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สวนจะไม่จ้างคนงานเลย จะทำเองตัดเองมากกว่า เนื่องจากจ้างคนอื่นมาจะไม่ละเอียดเท่าเจ้าของสวน จ้างให้มาตัดเขาก็มาตัดอย่างเดียว จะไม่มีการดูแลทะนุถนอม แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นเจ้าของตัดเอง การดูแลรักษาก็จะต่างกัน ตัดอย่างใจเย็น ตัดไปตรวจไป ต้นไหนใบไหนหักเสียก็ตัดแต่งทิ้งไปด้วย พยายามทำให้ต้นมีความสมบูรณ์ที่สุด หรือถ้ากอไหนออกหน่อมาเยอะ ก็ขุดออกเหลือไว้ต่อกอไม่ต้องมากนัก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

ผลผลิต… ที่สวนจะเอาไว้ขั้นต่ำประมาณ 7 หวี ต่อ 1 เครือ น้ำหนักต่อเครืออยู่ที่ประมาณ 15 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นฤดูฝน น้ำหนักของกล้วยจะเพิ่มสูงขึ้นมาอีก บางครั้งขึ้นสูงถึง 20 กิโลกรัม ต่อ 1 เครือ ราคาขายส่ง หวีละ 15-18 บาท ตัดผลผลิตส่งขายเดือนละ 3 ครั้ง ปริมาณการส่ง ครั้งละ 500 กิโลกรัม เลือกตัดผลผลิตตามความต้องการของลูกค้า หากลูกค้าต้องการนำไปปิ้ง ก็ตัดที่ ความสุก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากรับประทานผลสด ก็จะตัดอยู่ที่ 80-100 เปอร์เซ็นต์พร้อมรับประทาน หรือถ้าเป็นกล้วยฉาบ จะตัดอยู่ที่ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ลูกค้าได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพและเหมาะสมกับจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้

รายได้… มีเข้ามาทุกสัปดาห์ อย่างน้อยๆ สัปดาห์ละ 2,000-3,000 บาท เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาท เฉพาะรายได้จากการขายกล้วย แต่ถ้ารวมกับพืชผักชนิดอื่นภายในสวนผสมผสานก็จะมีรายได้จากการทำเกษตรประมาณเดือนละไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาท ยังไม่รวมในส่วนของการขายหน่อกล้วย ราคาหน่อละ 20 บาท อีกด้วย ถือว่าเป็นรายได้ที่น่าพึงพอใจได้ทำงานที่ชอบ ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก แค่นี้ก็คุ้มค่ากับเหงื่อที่เสียไปแล้ว

**ผลผลิตคุณภาพ ขายที่ไหน

พ่อค้าแม่ค้าก็แย่งกันซื้อ**

เรื่องการตลาดนั้น คุณไพบูลย์ บอกว่า ไม่มีความกังวลใด เนื่องจากผลผลิตที่สวนได้คุณภาพ ไปส่งที่ไหนใครก็ว้าว! เพราะผลผลิตลูกใหญ่ หวีดก สีสวย โดนใจพ่อค้าแม่ค้า ไปขายที่ไหนก็ชอบกันหมด จนตอนนี้ผลผลิตของสวนกลายเป็นขวัญใจตลาดตามหัวเมืองใหญ่ อย่าง ตลาดอู้ฟู่ขอนแก่น ตลาดไทที่กรุงเทพฯ ตลาดหล่มสักเพชรบูรณ์ และตลาดในชุมชน เรียกได้ว่าตอนนี้มีผลผลิตเท่าไรก็ยังไม่พอขาย ซึ่งในอนาคตได้มีการวางแผนที่จะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีกกว่า 1,000 ต้น

แนะนำมือใหม่หัดปลูกดีไหม

“ต้องแนะนำก่อนว่า ไม่ว่าจะเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง หากมีความตั้งใจก็ถือว่าประสบผลสำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง และอีกที่เหลือคือการขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ ทดลองทำจนกว่าจะประสบความสำเร็จ และหากท่านใดสนใจอยากจะทดลองปลูกกล้วยเป็นอาชีพเสริม ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่ดีไม่น้อย เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่ตลาดมีความต้องการอยู่ตลอด ปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ปลูกแบบไม่พึ่งสารเคมีก็ได้ มีเพียงเงินหลักพันในการซื้อต้นพันธุ์มาปลูก ส่วนที่เหลือการเตรียมดิน ขุดหลุม ให้ใช้แรงงานภายในครอบครัว ส่วนเรื่องระบบน้ำ การใส่ปุ๋ยไม่ต้องใช้ ใช้เพียงความขยันหมั่นตรวจแปลงบ่อยๆ ดูแลทะนุถนอมให้เหมือนลูกสาว เพียงเท่านี้ท่านก็จะได้ผลผลิตออกมาได้คุณภาพ ตามความต้องการของตลาดโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนชีวิตที่สูงก็ทำได้เช่นกัน” คุณไพบูลย์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียด การปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง เพิ่มเติม หรือสนใจซื้อต้นพันธุ์ ติดต่อ คุณไพบูลย์ ไกรทอง ได้ที่เบอร์โทร. 095-323-1263

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...