โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต

BT Beartai

อัพเดต 08 ก.ย 2566 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2566 เวลา 09.22 น.
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต

การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้

Good Girl Syndrome คืออะไร?

แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป

โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร”

ให้ลองนึกถึงคำว่า “ผู้หญิงดี” ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร

เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม “คนดี” ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome

Good Girl Syndrome ไม่ใช่ภาวะสุขภาพจิตที่สามารถวินิจฉัยได้ มันเหมือนกับการรวมกลุ่มของลักษณะพฤติกรรมบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่อพฤติกรรมเหล่านั้นถูกนำมาใช้อย่างไม่มีลิมิต ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะมองตัวเองในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณได้ปฏิบัติตนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของคุณจริง ๆ หรือไม่

หากความจำเป็นในการเป็น “ผู้หญิงที่ดี” ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความสุขในชีวิตประจำวัน รวมถึงความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง อาจถึงเวลาที่คุณต้องหยุดมัน!

สำหรับคนที่มีอาการ Good Girl Syndrome จะมีคุณลักษณะ 6 ประการ ดังนี้

1.ต้องการความสมบูรณ์แบบ

การเป็นทุกสิ่งสำหรับทุกคนนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่หลายคนก็ยังไม่หยุดพยายามที่จะเป็นทุกสิ่ง การมีความคาดหวังต่อตนเองสูง จะช่วยทำให้คุณมีทิศทางและระเบียบวินัยที่ชัดเจนก็จริง แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อคุณยึดถือความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองจากสิ่งที่คุณทำสำเร็จ หรือหากคุณกำลังเผชิญกับกลุ่มอาการ Good Girl Syndrome ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าก็จะก็ขึ้นอยู่กับวิธีที่คนอื่นมองคุณ

2.ต้องเป็นที่ถูกใจของคนอื่น

การทำให้ผู้คนพอใจเป็นอีกอาการหนึ่งของ Good Girl Syndrome และมักจะเก่งในการคาดการณ์สิ่งที่คนอื่นต้องการ รู้สึกถึงความปลอดภัย รวมถึงความคุ้มค่าเมื่อได้ตอบสนองความต้องการของคนอื่นได้สำเร็จ แต่ผลเสียก็คือคุณจะไม่พูด หรือโต้แย้งใด ๆ หากถูกคนเหล่านั้นปฏิบัติอย่างโหดร้าย หรือสั่งให้คุณทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ

ถือว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีเลยที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมีประโยชน์ต่อผู้อื่นเท่านั้น ผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome จะจ้องไปที่การเติมเต็มความต้องการที่ใหญ่โตและยากที่จะควบคุมได้ เช่น การเป็นคู่ชีวิตในอุดมคติ เป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

3.ให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อน

คุณเคยได้ยินคำว่า “การละทิ้งตนเอง” บ้างไหม ? มันหมายถึงการเสียสละเพื่อผู้อื่น บางทีคุณอาจละทิ้งงานที่คุณรักเพื่อเลี้ยงลูกเพราะคนรักของคุณไม่เต็มใจที่ทำสิ่งนี้ บางทีคุณอาจตกลงที่จะไปร้านอาหารกลางวันจานโปรดของเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าคุณจะอยากลองร้านอาหารใกล้ ๆ ก็ตาม บางทีคุณอาจขับรถไปกลับ 3 ชั่วโมง เพื่อเยี่ยมพ่อแม่ทุกสุดสัปดาห์ แม้ว่าพี่สาวของคุณจะยังอาศัยอยู่แถวบ้านก็ตาม

ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome จะให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้อื่นมากกว่าตนเองเสมอ

4.ปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์ร่างกาย

ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกว่าตนเองต้องมีลักษณะบางอย่างเพื่อทำให้ผู้อื่นพอใจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมความผิดปกติของการรับประทานอาหาร กับกลุ่มคนที่มีอาการ Good Girl Syndrome จึงมักมาคู่กัน

คนที่เป็น Good Girl Syndrome อาจทำสิ่งที่ทำลายตนเองภายใต้เงื่อนไขของความงามเช่นกัน คุณอาจทำศัลยกรรมเพื่อให้ดูเหมือนคนอื่น ใช้เงินมากมายเพื่อซื้อกระเป๋าหรู ใช้สารหรือยาในทางที่ผิดเพื่อพยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเอง

5.ปัญหาทางเพศ

ปัญหาทางเพศเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ Good Girl Syndrome ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่าผู้หญิงเหล่านี้มักถูกมองว่าไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ ซึ่งทำให้เกิดภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อพวกเธอต้องถูกตัดสินด้วยเรื่องทางเพศ โดยอาการจะมีดังนี้

  • กลัวหรือรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีความต้องการเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกิจกรรมทางเพศที่คุณต้องการไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ทั่วไปของผู้หญิงที่ดี
  • เกิดความยากลำบากในการทำความเข้าใจความต้องการและความปรารถนาทางเพศของตัวเองเพราะคุณให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของคู่คุณก่อนเสมอ
  • การประหม่าเกี่ยวกับร่างกายหรือสิ่งอื่นที่ขัดขวางไม่ให้คุณมีความสุขอย่างเต็มที่กับคู่นอน
  • ความกดดันต่อเรื่องเพศหรือกิจกรรมทางเพศที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก

6.บาดแผลจากอดีต

ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ผู้ที่ต่อสู้กับอาการ Good Girl Syndrome ในรูปแบบที่รุนแรงมักจะประสบกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก บางครั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการนี้ เช่น บุคคลที่เติบโตมาในครอบครัวที่ถูกทารุณกรรมทางร่างกาย พวกเธออาจจะเงียบขรึม ยอมตาม และเอาแต่ใจตัวเอง พวกเธออาจพยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดู “สมบูรณ์แบบ” เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และพวกเธออาจได้รับการฝึกฝนให้ซ่อนอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง

การที่ต้องอยู่ในความรู้สึกกลัว วิตกกังวล จากประสบการณ์ในอดีตอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) และความวิตกกังวล ระบบประสาทของคุณมีความตื่นตัวมากเกินไปเพราะต้องการให้คุณปลอดภัยจากอันตรายที่เคยประสบมา นี่เป็นวิธีที่สมเหตุสมผลสำหรับสมองในการตอบสนองต่อบาดแผลเก่า ๆ แต่การตื่นตัวตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน จะทำให้เกิดความเครียดอย่างมากต่อร่างกายและสมองของคุณ

Good Girl Syndrome ส่งผลต่อสุขภาพจิต

การทำดีต่อผู้อื่นหรืออยากให้คนอื่นมองว่าเราเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรรู้ว่าการบังคับตัวเองให้ทำบางอย่างเพื่อความสุขของผู้อื่นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ดีต่อสุขภาพจิตของคุณอย่างยิ่ง

กลุ่มอาการ Good Girl Syndrome เป็นอุปสรรคต่อหลายสิ่งที่คุณใฝ่ฝัน เนื่องจากคุณมักจะกังวลเกี่ยวกับตัวเอง เช่น คำพูดหรือการกระทำของคุณจะทำให้คุณผิดหวังในตัวเองหรือคนอื่นอาจต้องผิดหวังในตัวคุณ นั่นเป็นสาเหตุที่กลุ่มอาการนี้มักทำให้คุณเติบโตได้ยาก โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์

ในความเป็นจริงคุณไม่จำเป็นต้องบังคับและทรมานตัวเองเพื่อพิสูจน์ความดี ดังนั้น ปลดปล่อยตัวเองจากแรงกดดันทางสังคม ก่อนที่ความกดดันเหล่านั้นจะทำให้สุขภาพจิตคุณแย่ขึ้นไปเรื่อย ๆ

เอาชนะการเป็น Good Girl Syndrome

หากคุณเห็นตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการตามที่กล่าวมา ให้ลองปรับตัวดังนี้

1.พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อระบุและตรวจสอบความรู้สึกของตัวเอง

เมื่อคุณเป็น Good Girl Syndrome สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่คุณจะต้องดำเนินการในการบำบัดคือการระบุและยืนยันความรู้สึกของตัวเอง

คนที่เป็น Good Girl Syndrome มักจะดูมีความสุขตลอดเวลา ลึก ๆ แล้วอาจรู้สึกโกรธ เดือดดาล ขุ่นเคือง จึงจำเป็นต้องปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองออกมา

2.เรียนรู้ที่จะกำหนดขอบเขต

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณปฏิบัติตามความรู้สึกเหล่านั้นและฝึกกำหนดขอบเขต เช่น พวกเขาอาจช่วยให้คุณเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” กับคนอื่นโดยไม่รู้สึกว่าคุณกำลังทำอะไรผิด แม้ว่าบางครั้งการยืนหยัดเพื่อตัวเองอาจทำให้คนรอบตัวคุณมีปฏิกิริยาเชิงลบก็ตาม สิ่งสำคัญคือคุณควรถามตัวเองว่า “ฉันกำลังตอบสนองความต้องการของตัวเอง หรือเป็นเพียงการตอบสนองความต้องการของผู้อื่นเท่านั้น ?

3.ทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง

เมื่อคุณไม่ฟังสัญชาตญาณของตัวเอง มันจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบหรือตกอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายมาก หากคุณกลัวที่จะหยาบคาย คุณอาจไม่ฟังสัญชาตญาณของตัวเองและถอยห่างจากคนที่เป็นพิษหรือเป็นอันตราย ซึ่งความจริงแล้วคุณอาจกำลังพยายาม “แก้ไข” พวกเขาหรือเอาชนะใจพวกเขาให้ได้ บางทีการทำตามความรู้สึกและสัญชาตญาณความต้องการของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเป็นทุกข์หรือฝืนทำอะไรเพื่อเป็นการเอาชนะใจผู้อื่น

Good Girl Syndrome จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กผู้หญิงและผู้หญิงวัยทั่วไปยึดหลักวัฒนธรรมเกี่ยวกับวิธีที่พวกเธอ “ควร” ประพฤติตนเพื่อเป็นผู้หญิงที่ดี พฤติกรรมเหล่านั้นอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณได้ อย่าลืมว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้เสมอ

และแม้ว่าจะไม่ใช่ภาวะทางการแพทย์ที่สามารถวินิจฉัยได้ แต่ Good Girl Syndrome ก็สามารถเป็นอันตรายได้เช่นเดียวกัน และมักต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักบำบัดเพื่อเอาชนะอาการนี้ เพราะการเลิกพฤติกรรมที่ต้อง “เป็นคนดี” ตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายามเพื่อสุขภาพจิตของตัวคุณเอง

ที่มา clevelandclinic , cxomedia

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...