โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง เที่ยวบินเข้าไทยวูบ 8.5% การบินไทยบินยุโรปเต็มทุกที่นั่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปิดน่านฟ้า อุตสาหกรรมการบินตะวันออกกลางชะงัก

วันนี้(วันที่ 3 มีนาคม 2569) สถานการณ์ความรุนแรงของการสู้รบที่ขยายวงกว้าง ไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ-อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศในตะวันออกกลาง ประกาศปิดน่านฟ้า รวมกว่า 8 ประเทศแล้ว ได้แก่ อิสราเอล อิรัก อิหร่าน คูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ที่ปิดน่านฟ้าทั้งหมดหรือบางส่วน

ส่งผลให้กระทบทันทีต่ออุตสาหกรรมการบินของตะวันออกกลาง ส่งผลให้ศูนย์กลางการบินสำคัญในการเชื่อมจุดบินยุโรป-เอเชีย อย่าง ดูไบ อาบูดาบี และโดฮา ต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราว

การปิดน่านฟ้าส่งผลกระทบต่อสายการบินและการเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะสายการบินยักษ์ใหญ่ในตะวันออกกลาง ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะมีเที่ยวบินจำนวนมาก อาทิ สายการบินเอมิเรสต์ สายการบินเอทิฮัด กาตาร์ แอร์เวย์ส

ขณะที่สายการบินนานาชาติอื่นๆ ที่มีจุดบินเชื่อมต่อตะวันออกกลาง เช่น ลุฟท์ฮันซ่า บริติซ แอร์เวย์ส แอร์ฟรานซ์ สายการบินเดลต้า ต่างประกาศระงับเที่ยวบินสู่หลายเมืองในตะวันออกกลางไปจนถึงช่วงวันที่ 4-7 มีนาคมนี้

ผลกระทบของอุตสาหกรรมการบิน จากการปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

“ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้สนามบินหลักในดูไบ อาบูดาบี และโดฮา ต้องปิดทำการ และสายการบินหลักในตะวันออกกลางยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 1,800 เที่ยวบิน

ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ด้านการบิน Cirium ระบุว่าจากเที่ยวบินประมาณ 4,218 เที่ยวบินที่กำหนดจะลงจอดในประเทศแถบตะวันออกกลางในวันเสาร์ มี 966 เที่ยวบิน (22.9%) ถูกยกเลิก และสำหรับวันอาทิตย์ มีเที่ยวบิน 716 เที่ยวบินจาก 4,329 เที่ยวบินที่กำหนดจะลงจอดในตะวันออกกลางถูกยกเลิกเช่นกัน”

EASA แนะนำหลีกเลี่ยงน่านฟ้า 10 ประเทศ

ทั้งสถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อมีการโจมตีในศูนย์กลางการบินของภูมิภาค จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติซายิด ในอาบูดาบี สนามบินนานาชาติดูไบ และสนามบินนานาชาติคูเวต

ทำให้สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้ออกคำแนะนำหลีกเลี่ยงน่านฟ้า 10 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตามการระงับบิน-เข้าออกประเทศของสายการบินต่างๆในตะวันออกกลาง ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างอยู่ทั่วโลก เฉพาะเครื่องบินแอร์บัสเอ 380 ของสายการบินเอมิเรตส์ ต้องหยุดให้บริการมากถึง 111 ลำ จาก 116 ลำ ซึ่งจอดกระจายอยู่ในประเทศต่างๆจากการยกเลิกเที่ยวบินมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ยังไม่รวมสายการบินอื่นๆของตะวันออกกลาง

CAAT เผยกระทบเที่ยวบินเข้าไทย 8.5%

ทั้งนี้เฉพาะเที่ยวบินเข้าไทย บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค.นี้ มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมกว่า 134 เที่ยวบิน และในวันที่ 2 มี.ค. สนามบินสุวรรณภูมิแจ้งว่ามีเที่ยวบินจากตะวันออกกลาง 47 เที่ยวบิน

สำหรับสายการบินต่างๆที่บินตรงในเส้นทางเชื่อมเอเชียสู่ยุโรป หรือ อเมริกา โดยไม่ผ่านฮับบินตะวันออกกลาง จะไม่ได้รับผลกระทบ จากการปิดน่านฟ้าที่เกิดขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลาบินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทบเที่ยวบินเข้าไทย 8.5% แต่ยังบริหารจัดการได้

โดยกลุ่มสายการบินตะวันออกกลางซึ่งปกติขนส่งผู้โดยสารเข้าไทยประมาณ 11,000 คนต่อวัน หรือคิดเป็น 8.5% ของผู้โดยสารเข้าไทยทั้งหมด (จากทั้งหมด 140,000 คนต่อวัน) ประสบปัญหาจำนวนที่นั่งหายไปชั่วคราว

มนัท ชวนะประยูร

แต่อย่างไรก็ตาม สายการบินไทยและสายการบินจากยุโรปยังคงสามารถรองรับผู้โดยสารได้บางส่วน โดยเฉพาะการบินไทยที่ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการและได้รับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในเส้นทางยุโรป

รวมทั้ง CAAT ยังประเมินปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบในระยะยาว โดย หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 4 สัปดาห์ ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม คือ

  • ราคานํ้ามัน มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นถึง 30% ของต้นทุนสายการบิน อาจส่งผลกระทบต่อราคาค่าโดยสารและอุปสงค์การเดินทางในระยะต่อไป
  • การบริหารจัดการสล็อตการบิน (Slot) ในระยะสั้นมีการผ่อนผันกรณีเหตุสุดวิสัย แต่ในระยะยาวอาจต้องพิจารณาจัดสรร Slot ของสายการบินตะวันออกกลางใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 7% ของ Slot ทั้งหมด

ทั้งนี้สายการบินของไทยได้มีการปรับเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าไว้แล้ว และ กพท. จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความสามารถในการรองรับที่นั่งทดแทนและราคานํ้ามัน เพื่อให้ระบบการบินกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดหากสถานการณ์คลี่คลาย

การบินไทย ยันไม่ได้รับผลกระทบ ยอดขายตั๋วยุโรปเต็มทุกเที่ยวบิน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในด้านการปฏิบัติการการบิน (Operation) การบินไทย ยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีเส้นทางที่บินผ่านพื้นที่สู้รบโดยตรง โดยยังคงใช้เส้นทางเดิมผ่านเติร์กเมนิสถานและอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ทั้งนี้ เวลาในการบินอาจเพิ่มขึ้นเพียง 5-10 นาที ซึ่งถือว่าไม่มีนัยสำคัญต่อการให้บริการ

ชาย เอี่ยมศิริ

ปัจจุบันการบินไทย มียอดการจองที่นั่งในเส้นทางบินยุโรปเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสายการบินในตะวันออกกลางไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ ทำให้ผู้โดยสารทั้งจากยุโรปที่จะมาไทย และจากไทยไปยุโรป ซึ่งเดิมเคยใช้บริการเปลี่ยนเครื่องบินในตะวันออกกลาง ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้บริการบินตรงของการบินไทยแทน

ทำให้เที่ยวบินเต็มเกือบทุกเที่ยวบิน ราคาจึงเป็นไปตามกลไกราคาตลาด (Dynamic Pricing) ที่ปรับตามความต้องการที่หนาแน่น นอกจากนี้การบินไทยยังได้การติดต่อขอเช่าเหมาลำ เครื่องบินเพิ่มขึ้นจากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติด้วย

ส่วนราคานํ้ามันในปัจจุบันยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้จะมีการดีดตัวขึ้นบ้างจากสถานการณ์ความไม่สงบแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และบริษัทมีการทำประกันความเสี่ยงราคานํ้ามัน (Hedging) ไว้รองรับในระดับหนึ่งเพื่อลดความผันผวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...