โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตสวนมะพร้าว เมื่อธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อเอาตัวรอด แต่เกษตรกรยังรออยู่ที่หน้าสวน หรือโครงสร้างเกษตรไทย ทำได้แค่รอคนมารับซื้อและหวังให้รัฐอุดหนุน/ชดเชยราคา

The Structure

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 10.36 น. • The Structure

เมื่อราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนที่สงขลาดิ่งลงเหลือเพียง 2-3 บาท เสียงสะท้อนจากเกษตรกรและล้งในพื้นที่มุ่งเป้าโจมตีไปที่ “กลุ่มทุน” และ “ผู้ส่งออก” ที่หันมาลงทุนปลูกมะพร้าวเองจนครบวงจร แต่หากมองผ่านเลนส์ของระบบเศรษฐกิจและกลไกตลาด คำถามที่น่าสนใจและต้องทบทวนโครงสร้างกันอย่างจริงจังคือ… การที่ผู้ประกอบการสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบด้วยการปลูกเองนั้น “ผิดตรงไหน?”

ข้อเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลามหานครมะพร้าวน้ำหอม ที่ระบุว่าผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปและส่งออก พลิกบทบาทมาเป็นผู้ลงทุนปลูกมะพร้าวเองในแปลงขนาดใหญ่ ทำให้ไม่ต้องง้อผลผลิตจากล้งและเกษตรกรรายย่อย จนทำให้มะพร้าวสงขลาค้างต้นและราคาตกต่ำนั้น กำลังสะท้อนให้เห็นถึง “ความเปราะบางของโครงสร้างเกษตรกรไทย” อย่างชัดเจน

เมื่อธุรกิจต้องเอาตัวรอด แต่เกษตรกรยังรออยู่ที่หน้าสวน

ในมุมของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม การขยายกิจการแบบควบรวมแนวดิ่ง (Vertical Integration) ตั้งแต่ต้นน้ำ (ปลูก) ไปจนถึงปลายน้ำ (แปรรูปและส่งออก) คือหนึ่งในกลยุทธ์พื้นฐานเพื่อควบคุมต้นทุน รักษามาตรฐาน และลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของวัตถุดิบ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีกฎหมายข้อใดในประเทศไทยที่ห้ามผู้ส่งออกหรือโรงงานแปรรูปเป็นเจ้าของสวนเกษตร (หากดำเนินการภายใต้กฎหมายการถือครองที่ดินอย่างถูกต้อง)

คำถามตัวโตที่สังคมและภาคการเกษตรต้องหันกลับมามองคือ เหตุใดเกษตรกรไทยจึงยังคงยึดติดกับโมเดลธุรกิจแบบเดิม? นั่นคือการก้มหน้าปลูก เฝ้ารอผลผลิต และนั่งรอให้พ่อค้าคนกลางหรือล้งเข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน เมื่อห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยนผ่าน โรงงานมีแหล่งวัตถุดิบของตัวเอง เกษตรกรที่ขาดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ขาดทักษะการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และไม่รู้จักการหาช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ จึงกลายเป็นผู้รับเคราะห์จากกลไกตลาดที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘รัฐอุ้ม’ คือคำตอบของทุกวิกฤตจริงหรือ?

ข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลดันปัญหานี้เป็น “วาระพืชเศรษฐกิจแห่งชาติ” เพื่อจัดการกับระบบที่ถูกมองว่าบิดเบี้ยว อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การพึ่งพาความช่วยเหลือและการขอให้รัฐแทรกแซงราคาในทุกครั้งที่สินค้าเกษตรตกต่ำ เป็นเพียงการผลิตซ้ำวงจร “ปลูก-ราคาตก-ประท้วง-รัฐชดเชย” โดยไม่ได้เข้าไปแตะต้องแก่นแท้ของปัญหาโครงสร้าง

แน่นอนว่าประเด็นเรื่อง “นอมินีต่างชาติ” เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐต้องเข้าไปตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาอธิปไตยทางการค้า แต่ในมิติของการแข่งขันทางธุรกิจ หากเกษตรกรไทยยังไม่ยอมปรับตัวให้ทันโลก มัวแต่รอคอยให้ผู้ซื้อเดินมาหา และหวังพึ่งพากลไกของรัฐเพื่อแทรกแซงตลาดเมื่อพ่ายแพ้ สิ่งนี้อาจเป็น “หายนะ” ที่แท้จริงยิ่งกว่าการถูกทุนใหญ่แย่งส่วนแบ่งการตลาดเสียอีก

วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมสงขลาในครั้งนี้ จึงไม่ควรเป็นแค่เสียงสะท้อนความเดือดร้อนที่รอการเยียวยาชั่วคราว แต่ควรเป็น “บททดสอบสำคัญ” ที่บังคับให้เกษตรกรไทยต้องตั้งคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลุกขึ้นมาเรียนรู้การตลาด แข่งขัน และเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง แทนที่จะฝากความหวังไว้กับอดีตและเงินอุดหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว

#TheStructure
#TheStructureNews
#มะพร้าวน้ำหอม #การค้าระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...