โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จา พนม’ เปิดใจอาการป่วย เผชิญโรคมะเร็งระยะ 3 สู้ให้ถึงที่สุด

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 02.36 น. • The Bangkok Insight

‘จา พนม’ เปิดใจอาการป่วย เผชิญโรคมะเร็งระยะ 3 สู้ให้ถึงที่สุด เล่าอาการที่สังเกตได้ว่าร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง

ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวของ ซูเปอร์สตาร์นักบู๊ระดับอินเตอร์อย่าง จา พนม หรือ โทนี่ จา ที่ได้มีการเปิดเผยว่าเจ้าตัวตรวจเจอว่าเป็นป่วยเป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดี ระยะที่ 3 อยู่ในขั้นตอนการรักษาอย่างใกล้ชิด ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

จา พนม

‘จา พนม’ เปิดใจอาการป่วย เผชิญโรคมะเร็งระยะ 3 สู้ให้ถึงที่สุด

ล่าสุด (1 มี.ค.) จา พนม ได้ออกมาเปิดใจถึงอาการป่วย ในรายการ 3 แซ่บ หลังพบป่วยโรคมะเร็ง พร้อมเล่าถึงอาการเริ่มต้นที่พบ รวมถึงช่วงเวลาที่เข้ารับการรักษาด้วย

อาการป่วยเป็นยังไงบ้าง?

จริง ๆ ตอนแรกไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เราก็แข็งแรง ออกกำลังอยู่สม่ำเสมอ โฟกัสการทำงาน แต่มาเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีความรู้สึกว่าร่างกายตื่นขึ้นมาปวดหน่วง ๆ ที่บริเวรท้อง เราสังเกตเรื่อย ๆ เราทำ แต่ก็ดูผิดปกติ ปัสสาวะเสียเปลี่ยนไป รู้สึกปวดข้างใน ดื่มน้ำกระหายน้ำ มีไข้ มองภรรยา ก็บอกให้มองตา ตัวเหลือง ตาเหลือง ตอนแรกสงสัยไม่ได้ดื่มน้ำมั้ง พอเปิดเสื้อออกมันเหลืองทั้งตัวเลย

ปวดท้องเยอะขึ้น มาสังเกตเรื่องไข้ มีไข้สูงสองวัน ทานยาก็ไม่ลดลง ตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพราะตัวเหลือง ตาเหลือง ไปตรวจเลือดต่าง ๆ สแกน ชัดสุดก็คือผลเลือกค่ามะเร็งสูง ตัวที่ไปส่องกล้องตรวจพบก้อนเนื้อท่อน้ำดี ผลตรวจก็คือเป็นมะเร็ง ผลออกมาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 ลามไปตับ ต้องผ่าตัดด่วน หมอบอกว่าผ่า 4 ชม. เสร็จ เอาจริง 8 ชม. เพราะมี 26 จุด ทั้งตับอ่อน ลำไส้เล็ก ฯลฯ แต่ที่ยากสุดคือใกล้กับหลอดเลือดดำซึ่งอันตรายมาก

ไม่ได้บอกใครเลย?

ไม่บอกใคร ไม่แจ้งข่าว เพราะไม่ต้องการเอาความทุกข์ไปบอกใคร ผมแค่สู้ให้ถึงที่สุด จังหวะที่รู้แล้วว่าเป็นก็จิตตก ตอนคุณหมอมาแจ้งว่าต้องผ่าตัด ก็แบบยังมีงานค้างอยู่ ห่วงงาน รันงานไปแล้ว ห่วงงาน ภรรยาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงอะไร ผ่าให้เร็วที่สุด

ขั้นตอนไหนหนักหนาสาหัสสุด?

ในชีวิตผมไม่เคยผ่าตัดมาก่อนเลย ไม่เคยต้องรักษาอะไรแบบนี้ เจาะเลือด 100 กว่าครั้งจนเส้นเลือดระเบิด ผ่าตัดเสร็จก็ต้องหิ้วถุงเลือดถุงฉี่ ฉายแสง 15 ครั้ง ครบหมดแล้ว เข้าอุโมงค์ ก็ต้องนอนนิ่งๆ 45 นาที ขยับไม่ได้ ไม่หายใจแรงด้วย เฮ้ย นี่มันเป็นการฝึกความตาย เข้าไปในอุโมงค์ เราก็กำหนดลมหายใจ อานาปานสติ 45 นาทีเลย มีเสียงดัง ๆ รอบ ๆ เลย ไป นน.จาก 75 ลดลงมาเหลือ 59 โล ใจก็คิดสู้ ๆ ไม่เป็นไร คนอื่นหนักกว่าเราก็ยังมีนะ

ที่สำคัญใจต้องคิดบวก คิดแต่ว่ามันต้องหายสิ เราต้องเชื่อมั่นในคุณหมอ การแพทย์ไทย ครอบครัว แฟนๆ ที่รักเรา บอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร เราต้องกลับมาอีกครั้งนึงนะ ตอนอยู่ รพ. พยาบาลเปิดประตูมาตี1-2 ตกใจเห็นผมรำมวย โยคะ เอาขาพาดคออยู่ ผมบอกปวดท้อง กำหนดจิตเอาความปวดออกไป เขาบอกตกใจหมด นึกกว่าองค์ลงปวดท้องทำไมไม่ขอยากิน คุณหมอยังบอกคนปกติยังทำไม่ได้แบบนี้เลยนะ

ขอบคุณ : 3 แซ่บ

จา พนม
จา พนม
จา พนม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...