WHA อัดงบ 1.65 หมื่นล้าน ขยายอินฟราฯ สีเขียวรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Corporation ประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ภายใต้พันธกิจ ‘WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND’ โดยวางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเป็นแกนหลัก เพื่อรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
แม้ปี 2568 บริษัทจะมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท และกำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เติบโต 16% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แต่สาระสำคัญของแผนปี 2569 อยู่ที่การเร่งลงทุน 16,500 ล้านบาท เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ พลังงานหมุนเวียน น้ำอัจฉริยะ และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ให้สอดรับกับกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับคาร์บอนมากขึ้น
‘จรีพร จารุกรสกุล’ ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท WHA Corporation กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และมาตรฐาน ESG ที่เข้มงวดขึ้น “นี่คือจังหวะที่ประเทศไทยต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่” โดยเฉพาะกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานสะอาด
นิคมอุตสาหกรรมยุคใหม่ ต้องลดคาร์บอนได้จริง
WHA เดินหน้าพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ ทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 2,500 ไร่ และเตรียมเริ่มโอนพื้นที่โครงการ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) ขนาด 6,490 ไร่
นอกจากเรื่องของที่ดินและสาธารณูปโภคพื้นฐานแล้ว การออกแบบนิคมอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ยังต้องเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียน ระบบจัดการน้ำ และแพลตฟอร์มบริหารคาร์บอนไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม ตอบโจทย์แรงกดดันด้าน Decarbonization และมาตรการการค้าคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น
ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด รองรับดีมานด์ไฟฟ้าสีเขียว
ในด้านพลังงาน ปี 2568 บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 1,026 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) สะสม 1,124 เมกะวัตต์ในปี 2569 โดยเน้นขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้ง Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA เพื่อตอบรับต่อความต้องการไฟฟ้าสีเขียวจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องการพลังงานสะอาดเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านคาร์บอนและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ
บริหารจัดการน้ำ เสริมความมั่นคงทรัพยากร
ด้านทรัพยากรน้ำ ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และผลักดันโซลูชัน Water Reclamation หมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่
มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญต่อกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าปกติ 12-16 เท่า การเพิ่มประสิทธิภาพและการรีไซเคิลน้ำจึงช่วยลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรในระยะยาว
EV Ecosystem-กรีนโลจิสติกส์ เชื่อมทั้งระบบ
สำหรับธุรกิจโมบิลิตี้ภายใต้แบรนด์ Mobilix ตั้งเป้าให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสม 637 คันในปี 2569 พร้อมพัฒนา Mobilix Software Solution สำหรับบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เสริมระบบกรีนโลจิสติกส์ในนิคมอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีพื้นที่รวมกว่า 3.24 ล้านตารางเมตร ยังถูกออกแบบให้รองรับโซลูชันพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการจัดเก็บและขนส่งสินค้า
ดิจิทัลแพลตฟอร์ม-บริหารคาร์บอนครบวงจร
การขับเคลื่อน Digital Transformation และ AI Transformation ของ WHA Group ถูกนำมาใช้เพื่อหนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านแพลตฟอร์ม CO2ZERO เพื่อบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และระบบติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้การลดคาร์บอนสามารถวัดผลได้ชัดยิ่งขึ้น
5 มิติยั่งยืน จาก ‘กรีนต้องกินได้’
WHA กำหนดกรอบความยั่งยืน 5 มิติ ได้แก่ การดูแลสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างสังคม ธรรมาภิบาลและนวัตกรรม ความเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว และบทบาทขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘กรีนต้องกินได้’ ที่มองความยั่งยืนเป็นโอกาสทางธุรกิจ ไม่ใช่ต้นทุน
ในบริบทที่โลกกำลังจัดระเบียบใหม่ด้วยกติกาคาร์บอน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวจึงเป็นการวางฐานขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หากนิคมอุตสาหกรรมสามารถจัดหาพลังงานสะอาด น้ำหมุนเวียน และระบบบริหารคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ไทยก็มีโอกาสยกระดับจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่ฐานการผลิตคุณภาพสูงในห่วงโซ่อุปทานโลกยุคใหม่ได้