โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปวิธีเอาตัวรอด รับมือวิกฤตสงคราม วางแผนการเงิน-หนี้สิน-ค่าเดินทาง

Thaiger

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

จากศึกปะทุ ปากีสถาน–อัฟกานิสถาน ไปจนถึงความตึงเครียดตะวันออกกลางที่กดดันราคาพลังงาน ตลาดผันผวนเร็ว สิ่งที่พนักงานประจำต้องทำ คือ วางแผนเงินสด-หนี้-ค่าเดินทาง-ข้อมูลข่าวสารให้รัดกุม

ความตึงเครียดระดับภูมิภาคในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ลากยาวมาจนถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ทั้งการปะทะกันระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน ซึ่งฝ่ายปากีสถานถึงขั้นเรียกสถานการณ์นี้ว่า สงครามเปิด (Open War) รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นจนหนุนให้ ทองคำ ถูกไล่ซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

เช็กลิสต์วางแผนการเงินช่วงวิกฤติสงคราม ทำได้จริงสำหรับมนุษย์เงินเดือน

สำหรับคนทำงานประจำในไทย แม้สงครามจะไม่ได้มาถึงหน้าบ้านทันที แต่สิ่งที่มาถึงก่อนคือ “ความผันผวน” ของราคาสินค้า ค่าเดินทาง และความกังวลต่อความมั่นคงของรายได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุชัดเจนว่า ไทยยังมีน้ำมันสำรองรวม (ดิบ/สำเร็จรูป/ระหว่างขนส่ง) อยู่ในระดับราว 60 วัน จึงไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้องตุนของแบบตื่นตระหนก แต่เป็นเวลาที่ต้อง “จัดระเบียบชีวิตการเงิน” ให้ทนแรงสวิงได้ดีขึ้น

ทำ กองทุนฉุกเฉิน ให้พอจริง ไม่ใช่พอปลอบใจ

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า คนไทยจำนวนมากยังมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงทันทีเมื่อค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น โดยให้เริ่มตั้งเป้าที่ 1-3 เดือนให้ได้ก่อน แล้วค่อยไต่ระดับไปที่ 6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน จากนั้นให้แยกบัญชี เงินฉุกเฉิน ออกจากบัญชีใช้จ่ายปกติ เพื่อป้องกันการเผลอนำมาใช้

จัดการหนี้ให้ เบาแรงกระแทก

ในช่วงที่เงินเฟ้อและราคาพลังงานแกว่งตัว หนี้ผ่อนรายเดือนจะเป็นตัวกินสัดส่วนรายได้จนขาดสภาพคล่อง

  • หนี้ดอกสูง: เช่น บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ควรโฟกัสปิดให้เร็วที่สุด

  • หนี้ระยะยาว: เช่น บ้านหรือรถ ควรพยายามสำรองค่างวดล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 งวด เพื่อกันเหตุฉุกเฉินหากรายได้สะดุด

วางแผน ค่าเดินทาง หัวใจสำคัญของค่าครองชีพ

แม้ไทยจะยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองว่าเพียงพอราว 60 วัน แต่ราคาขายปลีกยังคงผันผวนตามตลาดโลก คำนวณใหม่ ตั้งเพดานค่าเดินทางต่อเดือนให้ชัดเจน

หากเป็นไปได้ ลองเจรจาขอทำงานแบบ Work From Home (WFH) หรือแบบยืดหยุ่น 1-2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดต้นทุนค่าเดินทางโดยตรง

ทำ กองทุนฉุกเฉิน ให้พอจริง ไม่ใช่พอปลอบใจ

เตรียมของจำเป็น 72 ชั่วโมง

แนวทางจากหน่วยงานฉุกเฉินในสหรัฐฯ (Ready.gov) แนะนำให้เตรียมชุดของจำเป็นที่ช่วยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ 3 วัน

เตรียมน้ำดื่มและอาหารแห้งที่เก็บได้นาน 2-3 วัน, ยาประจำตัวสำหรับ 7 วัน, แบตสำรอง (Power Bank), และเงินสดสำรองจำนวนหนึ่ง

ถ่ายภาพเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน และกรมธรรม์ประกันภัย เก็บไว้บนระบบคลาวด์

ตั้ง “กติกาเสพข่าว” กันสมองพัง

องค์การอนามัยโลก (WHO) มีคู่มือจัดการความเครียดในภาวะวิกฤต โดยเน้นเทคนิคอย่างการทำ Grounding และจัดการความคิดที่วนซ้ำ ขณะที่สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) แนะนำให้รักษาความเป็นปกติของชีวิตประจำวัน เลือกเช็กข่าวเพียงวันละ 2 ช่วง (เช้า/เย็น) และเลือกรับข่าวจากแหล่งข่าวหลัก (รัฐบาล/สื่อใหญ่) เพื่อลดความตื่นตระหนกจากข่าวลือในโซเชียล

กันความเสี่ยงด้าน งานและรายได้

สงครามอาจทำให้บางอุตสาหกรรมชะลอตัว แต่บางสายงาน เช่น โลจิสติกส์ พลังงาน และความปลอดภัยไซเบอร์ อาจมีความต้องการสูงขึ้น

  • Upskill: อัปเดตเรซูเม่และโปรไฟล์ LinkedIn ให้พร้อมเสมอ

  • New Skills: ฝึกทักษะที่ใช้ข้ามสายงานได้ เช่น การใช้ AI เบื้องต้น การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการจัดการการเงินส่วนบุคคล

3 สิ่งที่ ไม่แนะนำให้ทำ ในช่วงข่าวสงครามร้อนแรง

1. รีบกู้หนี้หรือผ่อนเพิ่ม

อย่าคิดว่าสถานการณ์จะผ่านไปเร็ว เพราะดอกเบี้ยอาจกลายเป็นภาระที่ยาวนานกว่าวิกฤต

2. ตุนของเกินความจำเป็น

นอกจากจะทำให้เงินจมแล้ว ยังเสี่ยงต่อของหมดอายุ ซึ่งปัจจุบันไทยยังยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้อีกนานถึง 60 วัน

3. เชื่อข่าวลือในโซเชียลไวเกินไป

การตัดสินใจบนความตื่นตระหนกมักนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงินเสมอ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลจาก : https://www.ready.gov/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...