ส่งออกมันสำปะหลัง ปี 68 ทะลุเป้า อานิสงส์ตลาดมันเส้น-มันเม็ด พุ่งสูงขึ้นกว่า 95%
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 10.21 น. • The Bangkok Insightกรมการค้าต่างประเทศ เผยตัวเลขส่งออกสินค้ามันสำปะหลังปี 2568 ขยายตัวเกินคาด ปริมาณส่งออกรวม 8.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 26.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการส่งออกมันสำปะหลังของไทยที่ขยายตัวอย่างชัดเจน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนม.ค. – ธ.ค. 2568 สถานการณ์การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไทยปรับตัวดีขึ้นมาก สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เน้นการดำเนินกิจกรรมเชิงรุกในการขยายตลาดไปยังประเทศและภูมิภาคใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการรักษาตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้น จะเห็นได้ว่ามีการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 95% จากปี 2567 ที่มีการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดเพียง 2.09 ล้านตัน ส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกิจกรรมขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2568 ทั้งในรูปแบบการจัดคณะผู้แทนการค้าเชิงรุก (Outgoing mission) และการต้อนรับผู้แทนจากต่างประเทศ (Incoming mission) เช่น การจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางไปขยายตลาดการค้ามันสำปะหลัง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้จัดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025 : WTC 2025) ซึ่งนับเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่สำคัญ โดยเป็นการรวมตัวระหว่างผู้ซื้อและผู้ใช้มันสำปะหลังจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้กิจกรรมขยายตลาดส่งออกทั้ง 2 รูปแบบข้างต้น ได้จัดให้มีการลงนามสัญญาการซื้อขาย (Purchasing Order) และบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทำให้สามารถสร้างความต้องการ (Demand) ล่วงหน้าได้ให้กับสินค้ามันสำปะหลังของไทยได้มากถึง 2.46 ล้านตัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ ส่งผลให้การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผลักดันการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดไปยังตลาดอาหารสัตว์ของจีนและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดหลักและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับมันสำปะหลังจากไทยได้อีกจำนวนมากในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จในการผลักดันตลาดส่งออกมันสำปะหลังไทยดังกล่าว ในปี 2568 กรมฯ ยังได้ดำเนินภารกิจในด้านการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังควบคู่ไปด้วยกันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ามันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย และรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังในประเทศ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ตลอดทั้งปีมีการนำเข้าหัวมันสำปะหลังสดลดลงถึง 70%
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าปริมาณการนำเข้าหัวมันสำปะหลังสดจะลดลง แต่ระดับราคาสินค้ามันสำปะหลังโดยรวมยังปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก สาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ ราคาข้าวโพดในตลาดโลก ปริมาณการใช้ในประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังในปี 2568 ปรับตัวลดลงประมาณ 8.20% จาก 3,146.15 ล้านดอลลาร์ ในปี 2567 เป็น 2,888.26 ล้านดอลลาร์ นปี 2568
แม้ว่าสินค้ามันสำปะหลังไทยจะเผชิญกับความไม่แน่นอนและปัจจัยท้าทายที่หลากหลายก็ตาม ในปี 2569 กรมการค้าต่างประเทศก็จะยังคงเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแสวงหาตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อขยายฐานการส่งออกและสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในระยะยาวต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- พาณิชย์ สั่งคุมเข้มนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชา ต้องขึ้นทะเบียนล่วงหน้า
- พาณิชย์ โชว์ส่งออกมันสำปะหลังพุ่งเฉียด 9 แสนตัน ปลุกตลาดจีนสำเร็จ
- การบริหารเงิน-สภาพคล่อง กุญแจอยู่รอดของคนไทย
ติดตามเราได้ที่