โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดแผนที่ 6 ชาติถูกอิหร่านเอาคืน บททดสอบ 'ระบบต่อต้านขีปนาวุธ' ของสหรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความสามารถของ สหรัฐ อิสราเอล และประเทศรอบอ่าวอาหรับในการรับมือการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน จะขึ้นอยู่กับจำนวน "ขีปนาวุธสกัดกั้น" ที่พวกเขามีอยู่ และสต็อกอาวุธเหล่านี้ก็มีแนวโน้มลดลงอยู่ในระดับต่ำอย่างอันตราย หลังการสู้รบอย่างหนักกับอิหร่านเมื่อปีที่ผ่านมา

จำนวน 'ขีปนาวุธสกัดกั้น' คือเรื่องใหญ่

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า วิธีการโจมตีหลักของเตหะรานคือ การโจมตีระยะไกลด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรน ซึ่งอิหร่านได้ใช้ทั้งหมดหลังการโจมตีของอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2025

ในการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดนี้ อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลด้วยการยิงโจมตีแทบจะในทันทีไปยังอิสราเอล และประเทศต่างๆ ได้แก่ กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และบาห์เรน และอิรัก

การป้องกันอาวุธประเภทดังกล่าวต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นจำนวนมากยิ่งกว่า โดยตามหลักการทางทหารมักจะยิงขีปนาวุธสกัดกั้น 2-3 ลูกต่อเป้าหมายที่เข้ามาแต่ละลูก เพื่อเพิ่มโอกาสในการสกัดกั้นให้สำเร็จ

ผู้ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์เหล่านี้เปิดเผยว่า หากความรุนแรงของการโจมตีของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปในระดับปัจจุบัน สต็อกขีปนาวุธสกัดกั้นอาจลดลงจนอยู่ในระดับอันตรายภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

“ขีปนาวุธสกัดกั้นเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างมาก โดยเฉพาะขีปนาวุธที่ใช้สกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัว” เคลลี กรีโก นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Stimson Center กล่าว “เรากำลังใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นเร็วเกินกว่าที่เราจะผลิตได้ทัน”

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่เกิดปฏบัติการณ์โจมตีอิหร่าน และอิหร่านก็เปิดหน้าตอบโต้กลับในวันเดียวกัน มีการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านได้หลายสิบลูกหรือมากกว่านั้นทั่วทั้งภูมิภาค แต่ก็มีอย่างน้อยบางส่วนที่หลุดรอดไปได้

ผลจากการโจมตีต่อเนื่องคือ หากอิหร่านมีขีปนาวุธมากกว่าจำนวนขีปนาวุธสกัดกั้นของฝ่ายเป้าหมาย การโจมตีที่หลุดรอดจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น

วิลเลียม อัลเบิร์ก นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศ Pacific Forum กล่าวว่า “ขีดความสามารถของคลังอาวุธ (magazine capacity) ของสหรัฐและประเทศพันธมิตรอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้วหลังจากปีที่ผ่านมา”

ที่มา: Bloomberg, WSJ

อิหร่านโจมตี 6 ประเทศอ่าวอาหรับ

อิรัก - ฐานทัพอากาศเออร์บิล (แคว้นเคอร์ดิสถาน)
คูเวต - ฐานทัพอากาศสหรัฐ อาลี อัล ซาเล็ม
บาห์เรน - กองเรือที่ 5 ของสหรัฐ
กาตาร์ - ฐานทัพอากาศสหรัฐ อัล อูเดอิต
ซาอุดีอาระเบีย - พบการยิงมิสไซล์สกัดในกรุงริยาด
สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) - ฐานทัพอากาศสหรัฐดาฟรา, พบการยิงโจมตีในดูไบ

ต้นทุนการป้องกันแพงมหาศาล

ศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ระบุว่า สหรัฐยิงขีปนาวุธสกัดกั้นระบบ THAAD ประมาณ 150 ลูก เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เพื่อช่วยป้องกันอิสราเอลในช่วงสงครามกับอิหร่านที่กินเวลา 12 วัน

อาวุธดังกล่าวเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธภาคพื้นดินระดับสูงสุดในคลังอาวุธของสหรัฐ โดยขีปนาวุธสกัดกั้นแต่ละลูกที่ผลิตโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) มีต้นทุนประมาณ 15 ล้านดอลลาร์

อาวุธประเภทนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถสกัดทำลายขีปนาวุธทิ้งตัวได้แม้ในระดับนอกชั้นบรรยากาศของโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้วมีการจัดซื้อเพียงไม่กี่สิบลูกเท่านั้น

ต้นทุนของการยิงขีปนาวุธสกัดกั้นหลายร้อยลูก รวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้นประเภทอื่นๆ อยู่ในระดับมหาศาล โดยบลูมเบิร์กเคยรายงานเมื่อเดือนเมษายน 2024 ว่า การสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในครั้งหนึ่ง น่าจะทำให้อิสราเอล รวมถึงกองทัพอากาศของสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และจอร์แดน ต้องใช้เงินรวมกันประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ (กว่า 3.4 หมื่นล้านบาท) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

กองทัพสหรัฐและอิสราเอลจะพยายามลดจำนวนขีปนาวุธและแท่นยิงที่อิหร่านมีอยู่ รวมถึงกำจัดผู้บัญชาการระดับสูง เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธเหล่านี้ถูกนำมาใช้

เอยัล พิงโก อดีตผู้บัญชาการทหารเรือซึ่งปัจจุบันทำวิจัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยบาร์ อิลาน ใกล้กรุงเทลอาวีฟ ในอิสราเอล กล่าวว่า "คำถามที่ว่าฝ่ายใดจะยืนระยะได้นานกว่ากัน เป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง"

เขากล่าวในการบรรยายต่อสมาคมผู้สื่อข่าวเยรูซาเล็ม (Jerusalem Press Club) ว่า “การโจมตีอีกจำนวนมากกำลังจะเกิดขึ้น พวกเขามีขีปนาวุธและโดรนนับพัน พร้อมคลังอาวุธขนาดใหญ่ พวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระบอบการปกครองไว้ นี่คือสงครามเต็มรูปแบบเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาในตอนนี้”

ที่มา: Bloomberg, WSJ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...