โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.กสิกรไทย มองสถานการณ์ในอิหร่านกรณีเลวร้าย ปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดน้ำมันพุ่งแตะ 90 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 05.27 น.

บลจ.กสิกรไทย มองสถานการณ์ในอิหร่านผลกระทบการลงทุนจำกัด กรณีเลวร้าย ปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดน้ำมันพุ่งแตะ 90 ดอลล์ แนะจังหวะขายทำกำไร คงเป้าราคาน้ำมัน WTI สิ้นปี 69 ที่ 55 ดอลลาร์ ส่วนทองคำมีติดพอร์ต 5 -10% กระจายความเสี่ยง

วันที่ 1 มี.ค. 2569บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในอิหร่าน ต่อการลงทุนในปัจจุบันยังมีจำกัด

แต่ยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โอกาสเกิดสงครามระดับภูมิภาคยังอยู่ในกรอบที่จำกัด โดยแม้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ จะตกเป็นเป้าหมาย แต่หากประเมินจากรูปแบบความขัดแย้งในอดีต การโจมตีลักษณะนี้มักเป็นไปเพื่อส่งสัญญาณป้องปราม มากกว่าการมุ่งเปิดสงครามทำลายล้างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม KAsset ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มุมมองต่อกรณีเลวร้าย (Worst scenario) กรณีปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)

ประเมินโอกาสเกิดขึ้นยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการปิดช่องแคบจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของอิหร่านเอง จึงเป็นมาตรการที่อิหร่านพยายามหลีกเลี่ยง

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีดังกล่าวซึ่งอาจจะกระทบแหล่งรายได้ของประเทศในกลุ่ม GCC (Gulf Cooperation Council) แต่โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ มีกลไกรองรับแรงกระแทกที่แข็งแกร่ง จากการมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซึ่งมีขนาดใหญ่ และมีสภาพคล่องสูงพอที่จะพยุงเศรษฐกิจในประเทศ

ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง

น้ำมัน - รายงานจาก Bloomberg ชี้ว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันของอิหร่าน ราคาน้ำมันอาจขึ้นไปถึงระดับสูงในสภาวะ disruption ที่รุนแรง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่เกิดการโจมตีโดยตรงในปี 2025 ดัชนีสำคัญอย่าง Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวลงในช่วงสั้นๆ เท่านั้น และตลาดสามารถปรับตัวขึ้นได้หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 1 - 3 เดือน

คำแนะนำการลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์

แนะนำให้ใช้จังหวะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นโอกาสในการลดน้ำหนักการลงทุน

โดยใน กรณีฐาน (base case) มองว่าอิหร่านมีแนวโน้มจะถูกกดดันให้ยอมประนีประนอมในบางรูปแบบ เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของระบอบการปกครองของอิหร่านยังคงเป็นการอยู่รอดของรัฐบาลเอง

แม้ใน กรณีที่เลวร้ายกว่า เช่น อิหร่านเลือกยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงด้วยการพยายามรบกวนการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในกรณีดังกล่าว (WTI มีโอกาสโอกาสแตะ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) มีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดระยะสั้น (local peak) มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรราคาขาขึ้นที่ยืดเยื้อ เนื่องจากหากมีการใช้กำลังเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ก็มักจะตามมาด้วยการคลี่คลายความตึงเครียดและการกลับเข้าสู่ภาวะที่ตลาดประเมินอุปทานได้เป็นปกติมากขึ้น

ที่สำคัญ ปัจจัยพื้นฐานของตลาดน้ำมันในระยะกลางยังคงมีลักษณะอ่อนตัวเชิงโครงสร้าง โดย IEA คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกในปี 2026 จะสูงกว่าอุปสงค์ราว 3.73 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นภาวะอุปทานส่วนเกินที่มีนัยสำคัญ และจะเป็นปัจจัยจำกัดความยั่งยืนของการปรับขึ้นของราคาที่เกิดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ภายใต้บริบทดังกล่าว ยังคงมองว่าการปรับขึ้นแรงของราคาน้ำมัน เป็นโอกาสในการขายทำกำไร / ลดสถานะ มากกว่าการไล่ซื้อในจังหวะที่ราคาเร่งตัวขึ้น โดย KAsset ยังคงเป้าหมายราคาน้ำมัน WTI ณ สิ้นปี 2026 ที่ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนะนำให้ลงทุนในทองคำ 5-10% ของพอร์ตการลงทุน โดยเป็นการลงทุนควบคู่กับสินทรัพย์อื่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุน เช่น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และภาระทางการคลังทั่วโลก

ทั้งนี้ หากนักลงทุนท่านใดมีการถือทองคำมากกว่า 10% ของการลงทุนทั้งหมดเราแนะนำให้สามารถทยอยขายทำกำไรออกมาก่อนได้เช่นกัน เพราะ

  • มีน้ำหนักการลงทุนมากกว่าที่เราแนะนำ
  • ราคาทองคำจะมีโอกาสปรับลงภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...