อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หยุดการเดินเรือทั้งหมด
หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซ หยุดการเดินเรือทั้งหมด กองทัพเรืออิหร่านประกาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยสั่งห้ามเรือทุกลำผ่านช่องแคบนี้
มีรายงานว่าเรือหลายลำได้ยินสัญญาณวิทยุที่อ้างว่ามาจากกองทัพเรืออิหร่าน ประกาศห้ามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เจ้าหน้าที่จากภารกิจทางทะเลของสหภาพยุโรป “Aspides” เปิดเผยว่า เรือเดินสมุทรจำนวนมากในพื้นที่ได้รับสัญญาณวิทยุย่าน VHF จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน (Iran’s Revolutionary Guards Corps:IRGC) แจ้งว่า “ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
ช่องแคบดังกล่าวถือเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมโยงประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ซึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์โดยไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า อิหร่านยังไม่ได้ยืนยันคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เตหะรานได้ขู่มานานหลายปีว่าจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือแคบแห่งนี้ เพื่อตอบโต้หากสาธารณรัฐอิสลามถูกโจมตี
บริษัทน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ ผู้ให้บริการเรือบรรทุกน้ำมัน และบริษัทค้าพลังงานหลายแห่ง ได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเตหะรานประกาศปิดเส้นทางเดินเรือ แหล่งข่าวในแวดวงการค้าระบุเมื่อวันเสาร์(28 ก.พ.2569)
“เรือของเราจะหยุดอยู่กับที่อีกหลายวัน” ผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายค้าพลังงานรายใหญ่รายหนึ่งกล่าว
ภาพถ่ายดาวเทียมจากระบบติดตามเรือบรรทุกน้ำมันแสดงให้เห็นว่า เรือจำนวนมากจอดกระจุกตัวอยู่ใกล้ท่าเรือหลัก เช่น ท่าเรือฟูไจราห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไม่มีการเคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านUK Maritime Trade Operations (UKMTO หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลของสหราชอาณาจักร ภายใต้การกำกับของกองทัพเรืออังกฤษ (Royal Navy) มีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ระบุว่า คำสั่งของอิหร่านดังกล่าวไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย พร้อมแนะนำให้เรือเดินสมุทรใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว
สมาคมผู้ให้บริการเรือบรรทุกน้ำมันINTERTANKO ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน ทะเลอาหรับตอนเหนือ และช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของการขนส่งทางทะเลได้
กระทรวงพาณิชยนาวีของกรีซได้แนะนำเรือเดินสมุทรในวันเสาร์ให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านอ่าวอาหรับ อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ ตามประกาศเตือนที่รอยเตอร์ได้เห็น
เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ
ช่องทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของตลาดน้ำมันโลก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากมีการปิดเส้นทางอย่างเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานแตะ 250 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับปัจจุบันที่เคลื่อนไหวอยู่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามรายงานของ The Caspian Post อ้างอิงสื่อรัสเซีย
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นจุดเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานออกสู่ทะเลอาหรับ โดยมีอิหร่านอยู่ฝั่งหนึ่ง และโอมานอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
ช่องแคบแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก เรือบรรทุกน้ำมันขนส่งน้ำมันดิบจากอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ผ่านช่องทางแคบแห่งนี้ คิดเป็นสัดส่วนราว 15-20% ของปริมาณน้ำมัน คอนเดนเสท และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วโลก อีกทั้งมากกว่า 30% ของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็ลำเลียงผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน
ประมาณ 82% ของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีปลายทางอยู่ในเอเชีย ส่วนที่เหลือส่งไปยังยุโรป ขณะที่ราว 24% ของการนำเข้า LNG ของจีนต้องผ่านเส้นทางนี้ ช่องแคบดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่คับคั่งที่สุดในโลก โดยมีเรือผ่านวันละ 200-300 ลำ และในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอาจมีเรือแล่นผ่านทุก ๆ หกนาที
ผู้เชี่ยวชาญชาวอิหร่านระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างรุนแรง และทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันเป็นพลังงานหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก การปรับตัวขึ้นของราคาย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารร่วมครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน
เมื่อช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิด: วิกฤติพลังงานไทย เราจะผ่านพ้นไปได้อย่างไร?
เรือบรรทุกน้ำมันหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซกำลังหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียซึ่งอุดมด้วยน้ำมันออกสู่ทะเลเปิดมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้เรือจำนวนมากจอดรออยู่นอกพื้นที่ช่องแคบ ขณะที่บางลำซึ่งกำลังแล่นผ่านอยู่แล้วได้ตัดสินใจกลับลำ
มีรายงานว่าเรือหลายลำได้ยินสัญญาณวิทยุที่อ้างว่ามาจากกองทัพเรืออิหร่าน ประกาศห้ามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ขณะนี้ยังไม่มีการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากทางการอิหร่านเกี่ยวกับสถานะของเส้นทางดังกล่าว แต่เจ้าของเรือส่วนใหญ่เลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวังไว้ก่อน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนต่อการเดินเรือในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเรือในภูมิภาคควรอยู่ห่างจากทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ อย่างน้อย 30 ไมล์ทะเล
ลอรา เพจ จากบริษัทที่ปรึกษา Kpler เปิดเผยว่า มีเรือบรรทุก LNG อย่างน้อย 14 ลำที่แสดงสัญญาณชะลอความเร็ว กลับลำ หรือหยุดนิ่งในหรือรอบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจก่อความเสี่ยงต่อการส่งออก LNG ของกาตาร์
ข้อมูลการติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางลำได้กลับลำกลางทาง และมีอย่างน้อยหนึ่งบริษัทเจ้าของเรือตัดสินใจไม่ส่งเรือเข้าสู่ช่องแคบ หลังได้รับสัญญาณประกาศดังกล่าว ตามคำเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน เรือบางส่วนยังคงแล่นผ่านต่อไป โดยข้อมูลติดตามเรือที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า หลังมีการออกคำเตือน พบเรือ 7 ลำแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และอีก 6 ลำกำลังแล่นเข้าสู่พื้นที่
การจราจรทางเรือที่ลดลงอย่างชัดเจนถือเป็นสัญญาณแรก ๆ ของผลกระทบต่อ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ จากการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อนานเพียงใด
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดกับอิหร่านทวีความรุนแรง เนื่องจากราวหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ขนส่งทางทะเลทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละวัน แม้ในอดีตเตหะรานจะเคยขู่ปิดกั้นช่องแคบดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยปิดเส้นทางเดินเรือนี้อย่างเต็มรูปแบบ
ปริมาณการจราจรทางเรือได้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้วหลังเกิดเหตุโจมตี โดยก่อนหน้านี้ Bloomberg รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากจอดรอสะสมทั้งภายในและภายนอกบริเวณปากทางเข้าสู่ช่องแคบ
บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น Nippon Yusen KK ได้แจ้งกองเรือของบริษัทก่อนหน้านี้ให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการกรีซได้แจ้งกองเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศให้ทบทวนการเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ตามหนังสือเวียนที่ Bloomberg ได้เห็น โดยเจ้าของเรือรายหนึ่งระบุว่า พวกเขาตีความคำเตือนของสหรัฐฯ ว่าเท่ากับเป็นการปิดเส้นทางเดินเรือโดยพฤตินัย
ต่อมา เจ้าของเรือหลายรายได้รับสัญญาณประกาศแจ้งให้เรือไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบ ซึ่งระบุว่า “ห้ามเรือทุกลำ” ผ่านเส้นทางดังกล่าว
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปิดทำการในวันเสาร์และอาทิตย์ ทำให้ไม่มีข้อมูลมากนักว่าผู้ค้าประเมินความเสี่ยงจากเหตุโจมตีครั้งนี้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ซื้อขายสำหรับนักลงทุนรายย่อยของ IG Group Ltd. ตั้งราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) สูงสุดที่ 75.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ จุดหนึ่ง เพิ่มขึ้นมากถึง 12% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์
บรรดาเทรดเดอร์ยังจับตาความปั่นป่วนในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการตอบโต้ของอิหร่าน และความเป็นไปได้ที่ท่าเรือบางแห่งอาจได้รับผลกระทบหรือหยุดชะงัก
เรือบรรทุกน้ำมันกำลังหยุดชะลอการเดินทางทั้งสองฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเรืออย่างน้อย 3 ลำหยุดการเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่มีกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 8 ลำทยอยสะสมอยู่นอกอ่าวโอมานในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ เรือบางลำได้ยุติการเดินทางกลางคันระหว่างแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว
ข้อมูลการติดตามเรือระบุว่า มีเรือบรรทุกก๊าซอย่างน้อย 3 ลำที่เดินทางไปหรือกลับจากกาตาร์ได้หยุดการเดินทางชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบดังกล่าว กาตาร์เป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่อันดับสองของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของอุปทานโลกในปีที่ผ่านมา และการขนส่งของประเทศจำเป็นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อไปยังผู้ซื้อในเอเชียและยุโรป
โบรกเกอร์เรือเปิดเผยว่า เจ้าของเรือบางรายกำลังพิจารณายกเลิกเที่ยวเรือที่ได้ตกลงไว้แล้วสำหรับการเดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลาง โดยอ้าง “เงื่อนไขสงคราม” (war clause) ในสัญญา ซึ่งเปิดทางให้สามารถยกเลิกได้หากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ระบุไว้ในบัญชีรายชื่อ รวมถึงสหรัฐฯ และอิหร่าน สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้จำนวนเรือที่พร้อมให้บริการในภูมิภาคตึงตัวมากขึ้น และยิ่งหนุนให้อัตราค่าระวางเรือที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีปรับตัวสูงขึ้นอีก
เรือบรรทุกน้ำมันดิบโอมานลำหนึ่ง ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองบัสราโดยต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลับลำกลางทางและมุ่งหน้ากลับสู่ทะเลอาหรับ โดยมีการเปลี่ยนปลายทางจากบัสราเป็นเมืองมังกาลอร์ของอินเดีย และคาดว่าจะเดินทางถึงในวันจันทร์
ในอ่าวเปอร์เซีย เรือบรรทุกน้ำมัน Eagle Veracruz ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ล้านบาร์เรลมุ่งหน้าไปจีน ได้หยุดลอยลำอยู่บริเวณด้านตะวันตกของทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเรือ Front Beauly ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบอิรักและเอมิเรตส์ในปริมาณใกล้เคียงกัน เข้าจอดร่วมในพื้นที่เดียวกัน ขณะเดียวกัน เรือ Front Shanghai เรือน้ำมันดิบขนาดใหญ่ ระดับ Suezmax ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบอิรักประมาณ 1 ล้านบาร์เรลมุ่งหน้าไปยังเมืองรอตเตอร์ดัม ก็ได้หยุดอยู่ใกล้เมืองชาร์จาห์ ตามข้อมูลติดตามเรือ
ข้อมูลการติดตามเรือที่รวบรวมโดย Bloomberg ยังแสดงให้เห็นว่า การสะสมของเรือที่หยุดการเดินทางมุ่งหน้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซจากฝั่งตะวันออกเกิดขึ้นต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรือบรรทุกน้ำมันขนาดมหึมา(supertanker) Mitake ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังราสทานูราในซาอุดีอาระเบีย ได้ชะลอความเร็วลงจนแทบหยุดนิ่งบริเวณด้านตะวันออกของโอมาน ไม่นานหลังจากมีรายงานข่าวการโจมตีของสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เรือลำดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันที่ทยอยลอยลำรออยู่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในน่านน้ำด้านนอกอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นทางผ่านเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย
เรียบเรียงจาก
Iran Closes Strait of Hormuz, Halting Ship Traffic
Iran’s Revolutionary Guards tell ships passage through Strait of Hormuz ‘not allowed’
Oil Tankers Avoid Strait Of Hormuz After Naval Warnings Follow US Strikes
Oil, gas majors, traders suspend shipments via Hormuz as US attacks Iran, sources say