โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมืองหลวงอิหร่านวุ่นวาย คนหนีออกจนรถติด ไฟดับ ไร้สัญญาณมือถือ-เน็ต

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หลังถูกโจมตี บรรยากาศของกรุงเตหะรานย่อมเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะประชาชนต่างเร่งอพยพออกนอกเมืองไปหาที่ปลอดภัย

หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2569) กรุงเตหะรานของอิหร่านได้รับความเสียหายหนัก และที่น่ากังวลที่สุดคือ ชีวิตของประชาชน เพราะในเวลานี้ชาวอิหร่านกำลังแตกตื่น แม้ว่าทางรัฐบาลจะพยายามปลอบประโลมและขอให้อยู่ในความสงบก็ตาม

ขณะที่การสูญเสียผู้นำสูงสุดอย่างอยาตอลเลาะห์ คาเมนาอี ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเศร้าโศกหนัก และออกมาชุมนุมที่จตุรัสใจกลางเมืองในวันนี้ (1 มีนาคม 2569)

แต่ก็ยากที่จะสรุปว่าบรรยากาศที่กรุงเตหะรานของอิหร่านเป็นเช่นไรในเวลานี้ เมื่อไฟฟ้าดับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือถูกตัด ชาวอิหร่านจึงเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สิ่งเราทราบมีเพียงสิ่งที่สื่อของทางการและสื่อต่างประเทศต่าง ๆ รายงานกันออกมา แต่ที่แน่ชัดคือ หลังถูกโจมตี บรรยากาศของกรุงเตหะรานย่อมเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะประชาชนต่างเร่งอพยพออกนอกเมืองไปหาที่ปลอดภัย

รัฐบาลอิหร่านส่งข้อความมือถือขอให้ประชาชนเดินทางไปยังที่ปลอดภัย

ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลอิหร่านส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปถึงประชาชนในกรุงเตหะรานที่มีอยู่ราว 10 ล้านคน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน หลังเกิดการโจมตี

““จากสถานการณ์ปฏิบัติการร่วมกันอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์ต่อกรุงเตหะรานและเมืองใหญ่หลายแห่ง หากเป็นไปได้และขอให้ท่านอยู่อย่างมีสติ โปรดเดินทางไปยังศูนย์กลางหรือเมืองอื่น ๆ ที่ท่านสามารถเดินทางไปได้”

รายงานระบุว่า ถนนขาออกทั้งหมดจากกรุงเตหะรานคับคั่งไปด้วยรถยนต์ตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่นานหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศที่พุ่งเป้าไปยัง 20 จังหวัดทั่วประเทศ

และภายในกรุงเตหะราน ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดที่ปั้มน้ำมัน แม้ว่ารัฐบาลจะย้ำว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม โดยชี้ว่า อาหารและเชื้อเพลิงไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าเริ่มมีการดำเนินตามแผนการฉุกเฉินแล้ว

เจ้าหน้าที่อิหร่านได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่พยายามเดินทางออกนอกเมือง รวมถึงการติดตั้งสถานีเติมน้ำมันไว้ริมข้างทาง ส่วนประชาชนจำนวนมากนิยมมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง 3 จังหวัดที่อยู่ใกล้กับทะเลแคสเปียน ซึ่งพวกเขาก็ทำเช่นนี้เมื่อตอนเกิดสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

ส่วนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงประกาศหยุดทำการเรียนการสอนทันที แต่ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์แทนจนถึงวันที่ 20 มีนาคม เพราะความไม่สงบในมหาวิทยาลัยที่เด็กนักเรียนนักศึกษาออกมาประท้วงรัฐบาล

ขณะที่สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า สมาชิก IRGC ออกลาดตระเวนตามท้องถนนในย่านกลางกรุงเตหะรานตั้งแต่ช่วงบ่านวานนี้ พร้อมทั้งโบกธงไปมา

ไฟฟ้าดับ ไร้อินเทอร์เน็ต

การโจมตีระลอกแรกในกรุงเตหะรานพุ่งเป้าไปที่ย่านปาสเตอร์ ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง

ภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอจากพื้นที่แสดงให้เห็นว่า กลุ่มอาคารที่เป็นที่ตั้งสำนักงานของผู้นำสูงสุดได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี

ไม่กี่นาทีหลังสงครามเริ่มต้นขึ้น ทางการอิหร่านเริ่มปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน แม้การเชื่อมต่อมือถือบางส่วนจะกลับมาใช้งานได้ แต่การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตกลับถูกขยายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยการเข้าถึงส่วนใหญ่ถูกบล็อกเกือบทั้งหมด เหลือเพียงการเชื่อมต่อผ่านพร็อกซีบางส่วนที่ยังสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโลกภายนอกได้

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม สาธารณรัฐอิสลามเคยสั่งปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเป็นเวลา 20 วันเต็ม ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และก่อนการปิดระบบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็มีการกรองและควบคุมข้อมูลออนไลน์อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

เมื่อวันเสาร์ ทางการอิหร่านยังเรียกร้องให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อของรัฐเท่านั้น รายงานกิจกรรมต้องสงสัย และงดเว้นการให้ความร่วมมือกับ “ศัตรู” มิฉะนั้นจะเผชิญบทลงโทษรุนแรง

เมื่อค่ำที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนแรกของการโจมตี ถนนในกรุงเตหะรานเริ่มร้างผู้คน แต่เสียงระเบิดยังคงดังก้องไปทั่วเมือง

https://www.aljazeera.com/news/2026/2/28/iran-us-israel-officials-give-civilians-clashing-directives-as-bombs-drop

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...