โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจล้อมจับโจรวิ่งราวทรัพย์ เจ้าตัวคว้ามีดจี้เพื่อนสาวเป็นตัวประกัน ก่อนตามแม่มาเกลี้ยกล่อมสำเร็จ

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจล้อมจับโจรวิ่งราวทรัพย์ เจ้าตัวคว้ามีดจี้เพื่อนสาวเป็นตัวประกัน ก่อนตามแม่มาเกลี้ยกล่อมสำเร็จ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บก.น.5 , บก.สส.บก.น.6 นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุม คนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในหลายพื้นที่ หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 แยก 42 เจ้าตัวขัดขืนก่อนใช้มีดจี้คอเพื่อนสาวเป็นตัวประกัน จนตำรวจต้องให้แม่ของผู้ก่อเหตุช่วยเจรจา ก่อนยอมมอบตัว

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุคนจี้ตัวประกัน บริเวณห้องพัก แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ต่อเนื่อง หน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยลาดพร้าว 101 แยก 42 จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมผู้เกี่ยวข้อง จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายกร (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อยู่ในอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดปลายแหลม จี้คอตัวประกันเป็นหญิง เจ้าหน้าที่จึงพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อม แต่ไม่ป็นผล จึงประสานให้มารดาของ นายกร (นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ เข้ามาช่วยเจรจาพูดคุย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยอมมอบตัวและปล่อยตัวประกันได้อย่างปลอดภัยไม่มีผู้บาดเจ็บ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไป สน.ลาดพร้าว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 01.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บก.น.6 สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ วิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน ชุดสืบสวนจึงติดตามไปยังห้องพักผู้ก่อเหตุ พร้อมประสานนิติบุคคลเพื่อจะเข้าควบคุมตัว ต่อมาปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ยิมยอม และใช้อาวุธมีดจับตัวเพื่อนสาวซึ่งพักห้องเดียวกันเป็นตัวประกัน

ทั้งนี้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกร (นามสมมุติ) ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ 3 รายติดต่อกัน

เหตุแรก วันที่ 25 ก.พ.69 เวลาประมาณ 00.27 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุ คนร้าย 2 คน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ผู้เสียหายบริเวณ อาคารนานาพลาซ่า ซอยสุขุมวิท 4 หลังก่อเหตุขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง ทรัพย์สินภายในมีหนังสือเดินทางของชาวจีน และเงินสดจำนวนหนึ่ง สน.ลุมพินี
เหตุที่ 2 วันที่ 25 ก.พ.69 เวลาประมาณ 01.20 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยคนร้ายชาย 2 คน รูปร่างท้วม สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ทั้ง 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรายละเอียด ไม่ติดทะเบียน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายเป็นหญิงชาวจีน ที่หน้าเทคโนปทุมวัน ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ภายในมีกระเป๋าสตางค์ และหนังสือเดินทาง หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถหลบหนีไปทางสยาม พื้นที่ สน.ปทุมวัน

และเหตุที่ 3 วันที่ 27 ก.พ.69 เวลาประมาณ 23.16 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 เกิดเหตุคนร้ายชาย 1 คน สวมหมวกนิรภัยสีขาว กางเกงยีนต์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีราโน่ สีขาว ไม่ติดทะเบียน หมวก ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย ขณะโดยสารรถสามล้อเครื่อง บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัล พระราม 9 ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ภายในมีโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง , เงินไม่ทราบจำนวน และหนังสือเดินทาง หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถหลบหนีไปถนนอโศกดินแดง สน.ห้วยขวาง จนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่บริเวณซอยลาดพร้าว 101 จึงเข้าทำการจับกุมดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกจับกุมคดียาเสพติด , คดีวิ่งราวทรัพย์ ท้องที่ สน.พญาไท และสน.ห้วยขวาง เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือน พ.ย.68 ซึ่งผู้ต้องหาทำงานขับรถให้กับนายจ้างประเทศญี่ปุ่น แถวสุขุมวิท ได้เงินเดือน 18,000 บาท กระทั่งมาถูกชุดสืบสวนติดตามจับกุมดังกล่าว โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างเพียงว่า ต้องการหาเงินไปซ่อมรถ เบื้องต้นนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อแจ้งข้อหาหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย พร้อมประสานท้องที่เกี่ยวข้องมาอายัดตัวไปดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...