“อียู-เวียดนาม” ยกระดับสัมพันธ์ ดันร่วมมือแร่สำคัญ-ชิป-โครงสร้างพื้นฐาน
"อียู" เตรียมยกระดับสัมพันธ์กับเวียดนามสู่ระดับสูงสุดเทียบสหรัฐ-จีน-รัสเซีย ชูความร่วมมือด้านแร่หายาก ซัพพลายเชนชิป โครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงทางทะเล
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 14.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหภาพยุโรปและเวียดนามต้องการเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในแร่ธาตุสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน ตามร่างแถลงการณ์ร่วมที่มีกำหนดรับรองในวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมกับการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองฝ่าย
เอกสาร 8 หน้า ซึ่งยังอาจมีการปรับแก้ระบุว่า EU จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหมให้เวียดนามด้วย ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายต้องการความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นในเรื่องเครือข่ายโทรคมนาคมที่เชื่อถือได้ (trusted) ในช่วงเวลาที่บริษัทจีนได้รับสัญญาในโครงการพัฒนา 5G ของเวียดนาม
*แถลงการณ์ดังกล่าวมีกำหนดลงนามเมื่อ อันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป พบผู้นำเวียดนามที่ฮานอยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศ แต่งตั้งโต เลิม กลับมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายจะยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นสู่ระดับสูงสุดของเวียดนาม เทียบเท่าความสัมพันธ์ที่เวียดนามมีกับสหรัฐ จีน และรัสเซีย โดยข้อตกลงการค้าเสรี EU-เวียดนามมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 แม้เอกสารนี้ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมือง และมีข้อความที่วิจารณ์เชิงอ้อมต่อยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศของสหรัฐ จีน และรัสเซีย*
ทั้งนี้เวียดนามมีแหล่งแร่หายาก (rare earths) และแกลเลียม (gallium) ในปริมาณมาก แต่ยังถูกใช้ประโยชน์น้อย เวียดนามส่งสัญญาณสนใจพัฒนาศักยภาพด้านการแปรรูปแร่หายาก ซึ่งห่วงโซ่อุปทานและการกลั่นทั่วโลกถูกครอบงำโดยจีน อย่างไรก็ดีความคืบหน้ายังจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะเวียดนามยังขาดเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้เต็มที่
เอกสารระบุว่า EU และเวียดนามต้องการส่งเสริมการค้าและการลงทุนในสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการทำเหมืองและการแปรรูปอย่างยั่งยืน สำหรับแร่ธาตุสำคัญ เพื่อขยับความร่วมมือให้ใกล้ชิดขึ้น
นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นผู้ส่งออกสำคัญของทังสเตน (tungsten) โลหะแข็งที่ใช้ในอุตสาหกรรมกลาโหมและอิเล็กทรอนิกส์ และนักการทูตตะวันตกเคยเตือนถึงความเสี่ยงจากความสนใจของจีนต่อเหมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเวียดนาม ขณะที่กระทรวงต่างประเทศจีนยังไม่ตอบคำขอความเห็น ร่างแถลงการณ์ยังระบุว่าเซมิคอนดักเตอร์ เป็นอีกพื้นที่สำคัญสำหรับความร่วมมือเชิงลึก รวมถึงความร่วมมือด้านซัพพลายเชน
เวียดนามเป็นฐานสำคัญด้านบรรจุภัณฑ์ชิป การทดสอบ และการประกอบ โดยมีการดำเนินงานของบริษัทอย่าง Intel และ Amkor Technology เป็นต้น และเมื่อต้นเดือน เวียดนามเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกของประเทศ
ซัพพลายเออร์ของ ASML ผู้นำโลกด้านเครื่องจักรผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์ ได้ย้ายการผลิตบางส่วนไปเวียดนาม และ ASML กำลังพิจารณาขยายซัพพลายเชน รวมถึงจัดหาสินค้าให้ลูกค้าที่อาจเกิดขึ้นในเวียดนาม ตามที่รัฐบาลเวียดนามเคยระบุหลังการประชุมระดับสูงที่ฮานอยเมื่อต้นเดือน
ขณะที่เอกสารระบุว่าการขยายความร่วมมือในโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่เชื่อถือได้เป็นอีกหนึ่งลำดับความสำคัญ โดยยกตัวอย่าง 5G และการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม บริษัทจากยุโรปอย่าง Ericsson และ Nokia กำลังพัฒนาเครือข่าย 5G ของเวียดนาม แต่ปีที่แล้วฮานอยได้ให้สัญญางานก่อสร้างย่อยบางส่วนกับบริษัทจีน รวมถึง Huawei แม้ชาติตะวันตกจะมีความกังวลด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายมีแผนเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง ขณะที่ EU จะพิจารณาถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ไม่อ่อนไหว (non-sensitive)
ประเทศสมาชิก EU ยังสนใจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเวียดนาม รวมถึงระบบราง เนื่องจากเวียดนามต้องการสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
คอสตาเตือนถึงแนวปฏิบัติทางการค้าที่ใช้การบีบบังคับและความท้าทายต่ออธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศ ในบทความความเห็นที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวของรัฐเวียดนามเมื่อวันพุธ ร่างแถลงการณ์ย้ำการสนับสนุนระเบียบโลกบนกติกา (rules-based international order)” และการเสริมความเข้มแข็งให้กับองค์การการค้าโลก (WTO) ในช่วงเวลาที่สหรัฐใช้มาตรการภาษีและสั่นคลอนกลไกพหุภาคี
เอกสารยังเรียกร้องให้เคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและสนับสนุนสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนในยูเครน ซึ่งกำลังถูกโจมตีจากรัสเซีย ประเทศพันธมิตรใกล้ชิดของเวียดนามมาอย่างยาวนาน อีกทั้งระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องพิจารณาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลที่ลึกขึ้น พร้อมเรียกร้องเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ ซึ่งข้ออ้างสิทธิของจีนขัดแย้งกับเวียดนาม
อ้างอิง : reuters.com