โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาส่องคดีประวัติศาสตร์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 23.53 น.

19 ก.พ.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ส่องกล้องคดีประวัติศาสตร์: Barcode บนบัตรเลือกตั้ง… ความโปร่งใส หรือ อวสานความลับ?”

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนเก้าอี้ สส. ทั้งสภา! เมื่อมีการตั้งคำถามว่า Barcode และ QR Code ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น "ล้ำเส้น" รัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่?

เรามาถอดรหัสความซับซ้อนนี้ผ่านมุมมองกฎหมายและเทคโนโลยีกันครับ

มาตรา 96: กกต. "ทำเครื่องหมาย" ผิดกฎหมายหรือไม่?

ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ห้าม "ผู้ใด" ทำเครื่องหมายบนบัตรเพื่อเป็นที่สังเกต

มุมกฎหมาย: มาตรานี้มุ่งป้องกันการทุจริตจาก "ตัวบุคคล" (เช่น ผู้ซื้อ-ขายเสียง) ที่พยายามทำสัญลักษณ์ยืนยันการลงคะแนน

คำวินิจฉัยที่เป็นไปได้: ศาลมักมองว่า Barcode ที่พิมพ์มาจากโรงพิมพ์คือ "รูปแบบมาตรฐานของบัตร" (Standard Form) ไม่ใช่การทำเครื่องหมายเพิ่มเติมภายหลัง กกต. จึงมักจะ "รอด" ในประเด็นนี้ครับ

ความลับของการลงคะแนน (Ballot Secrecy): หัวใจที่สั่นคลอน

แม้จะไม่ผิดเรื่องการทำเครื่องหมาย แต่โจทย์ใหญ่คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 83 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้อง "เป็นความลับ"

"ความลับ" ในยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่การปิดม่านในคูหา แต่คือการที่ไม่มีใคร (รวมถึงรัฐ) สามารถเชื่อมโยงคะแนนเสียงกลับไปหาตัวบุคคลได้ในภายหลัง

หากผู้เชี่ยวชาญ IT พิสูจน์ได้ว่ารหัสบนบัตรเป็นแบบ Unique (หนึ่งรหัสต่อหนึ่งคน) และสามารถ Traceback (ตรวจสอบย้อนกลับ) ไปถึงชื่อ-นามสกุลผู้เลือกตั้งได้… งานนี้มีหนาวแน่นอน!

หลักความได้สัดส่วน: จะ "สั่งโมฆะ" หรือ "ไปต่อ"?

นี่คือจุดที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องใช้ดุลพินิจอย่างหนักระหว่าง:

1.หลักความศักดิ์สิทธิ์: ถ้าที่มาไม่ชอบ (ไม่ลับ) การเลือกตั้งย่อมเสียไปทั้งหมด

2. หลักความคุ้มค่า: งบประมาณมหาศาลและเสถียรภาพของประเทศ

บทเรียนจากต่างประเทศ:

เยอรมนี: เคยสั่งแบนเครื่องลงคะแนนไฮเทคเพราะประชาชน "ตรวจสอบด้วยตาเปล่าไม่ได้" เน้นความเชื่อมั่นเหนือความสะดวก แต่ไม่ได้สั่งโมฆะทันทีหากความผิดนั้นไม่กระทบผลคะแนนอย่างมีนัยสำคัญ

ฟิลิปปินส์: ยอมรับ Barcode เป็นระบบความปลอดภัย ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่า "แยกขาด" จากข้อมูลบุคคล

ผ่าแผนซักค้าน: 3 คำถามเด็ดชี้ชะตาเลือกตั้ง '69

หากต้องสู้กันในชั้นศาล นี่คือประเด็นที่ "ผู้เชี่ยวชาญ IT" ต้องตอบให้ชัด:
1.Static หรือ Dynamic? : รหัสนี้เหมือนกันทั้งเขต หรือต่างกันทุกใบ?
2. The Master Link : ใน Server ของ กกต. มีตารางที่เชื่อมรหัสบนบัตรเข้ากับ "เลขบัตรประชาชน" หรือไม่?
3. Encryption Key : ใครถือรหัสถอดรหัส? และมี Log การเข้าถึงที่โปร่งใสหรือไม่?

บทสรุป: บรรทัดฐานใหม่ของการเมืองไทย

หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าความลับรั่วไหลจริง "ความเสียหาย" อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงิน 6 พันล้านที่ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ แต่คือ "ความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย"

ย้อนกลับไปในคำวินิจฉัยที่ 9/2549 ศาลเคยวินิจฉัยในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ว่า

(1) กำหนดวันเลือกตั้งที่กระชั้นชิดเกินไป ห่างจากวันยุบสภาเพียง 37 วัน, จำนวนบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนรวมกันแล้วมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของบัตรดี, ผู้สมัครคนเดียวมีถึง 281 เขตเลือกตั้ง โดยมาจากพรรคการเมืองเดียว และผู้สมัครจำนวนมากได้คะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ไม่เที่ยงธรรม ไม่ได้ผู้แทนปวงชนอย่างแท้จริง อันนําไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ

(2) การจัดคูหาเลือกตั้งที่หันหน้าเข้าคูหาลงคะแนนและหันหลังให้คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และบุคคลภายนอกที่มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งหน้าหน่วย อยู่ในวิสัยที่สามารถมองเห็นการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ เป็นการละเมิดหลักการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยลับ จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ กกต. ประกาศรับรองผลทั้งหมดต้องเสียไปด้วย และมีผลเป็นการเพิกถอนการเลือกตั้ง

เมื่อกําหนดเวลาที่จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. อันเนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร ได้ล่วงพ้น 60 วันไปแล้ว และเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป มีความเที่ยงธรรมและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดวันเลือกตั้ง สส. ดําเนินการให้มีพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมกําหนดวันเลือกตั้ง สส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ภายใน 60 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับต่อไป

ครั้งนี้… ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...