โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กัณวีร์’ ชม ‘สีหศักดิ์’ ดึงบทบาทไทยในฐานะ ‘รัฐด่านหน้า’ ใช้ ‘การทูตเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์’

The Reporters

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 09.36 น.

'กัณวีร์' ชม 'สีหศักดิ์' ดึงบทบาทไทยในฐานะ 'รัฐด่านหน้า' ใช้ 'การทูตเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์' ร่วมสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา เตือนต้องระวังไม่ตกเป็นเครื่องมือรัฐบาลทหารเมียนมา เผย ยังส่งเครื่องบินรบโจมตีฝ่ายต่อต้านที่ชายแดนแม่สอด ตอกย้ำไม่กลัวใคร ก่อน 2 รัฐมนตรีต่างประเทศจะพบกันเย็นนี้

วันนี้ (18 ก.พ. 69) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต กล่าวว่า เห็นข่าวว่าวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา นาย ตาน ส่วย จะมีการพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการ หรือ Ministers‘ Retreat เพื่อหารือถึงแนวทางสันติภาพในเมียนมาหลังการเลือกตั้ง ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศด่านหน้า (Fronline State) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเรามีชายแดนร่วมกันกับประเทศเมียนมา กว่า 2.4 พันกิโลเมตร ซึ่งกว่า 5 ปี ที่ผ่านมาไทยได้รับผลกระทบทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าชายแดน การค้าข้ามแดน และการค้าผ่านแดนที่มีมูลค่าหลักแสนล้านบาทต่อปี และช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเรายังได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสแกมเมอร์ และคอลเซนเตอร์ รวมทั้ง ยังมีปัญหายาเสพติดอีกด้วย

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ไทยจึงต้องมีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพในเมียนมา อย่างที่ผมเคยเสนอแนะมาตลอดว่าเราต้องใช้การทูตแบบแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ หรือที่เรียกว่า (Constructive Intervention) ในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในเมียนมา

"ครั้งนี้ผมขอชื่นชมท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ใช้การทูตแบบยืดหยุ่น ไม่ทำการทูตแบบเงียบๆ อีกแล้ว และการที่ท่านแสดงความตั้งใจจะดึงเมียนมากลับเข้าสู่แนวทางฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน หรือ 5 Point Concensus ก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน เพราะที่ผ่านมาบทบาทของอาเซียน แม้กระทั่งการตั้งผู้แทนพิเศษ ก็ไม่คืบหน้าเลยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา"

นายกัณวีร์ ระบุว่า และแม้ท่านสีหศักดิ์ฯ จะยืนยันในการให้สัมภาษณ์สื่อว่า การริเริ่มพูดคุยกับ รัฐมนตรีต่างประเทศ ตาน ส่วย ของเมียนมา เป็นการหารือถึงแนวทางการสร้างสันติภาพหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่การรับรองผลการเลือกตั้งหรือยอมรับรัฐบาลทหาร แต่หวังจะให้เมียนมาดำเนินการตามเรื่องสำคัญๆ เช่น การเปิดทางในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การลดความรุนแรงกับพลเรือน และเริ่มพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ไทยพร้อมเป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยเฉพาะกับกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนของไทย

"แต่ผมก็ยังอยากย้ำเตือนว่า รัฐบาลไทยต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลทหารเมียนมา เหตุผลที่ผมเตือนเพราะอะไรรู้มั้ยครับ ?? ลองคิดดูดีๆ นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง 2 ประเทศจะพบกันตอนเย็นวันนี้ และจะนัดคุยกันประเด็น “การสร้างสันติภาพ” แต่ในช่วงเช้า เวลา 09.35 ทหารเมียนมาตัดสินใจใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดหลายจุดในพื้นที่บ้านผาลูน้อย รัฐเมียวดี ที่ติดกับ ต.มหาวัน อ.แม่สอด ของไทย เหมือนการแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่า “ไม่กลัวใคร !!” และ “แล้วใครจะทำไม !!” ถึงแม้จะบอกว่าเป็นการปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องในเมียนมา แต่อย่างน้อยควรแสดงถึงความจริงใจบ้าง"

นายกัณวีร์ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทยต้องใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจและการประสานงาน 10 ทิศ กับทุกฝ่ายอย่างทันท่วงที เนื่องจากสถานการณ์ไม่สามารถรอได้อีกต่อไป และไทยต้องรู้จักตัวละครทุกตัวอย่างแน่ชัด และต้องทราบความต้องการของทุกฝ่าย เพื่อมาสังเคราะห์ประเด็นการเปิดโต๊ะเจรจาทุกฝ่ายร่วมกัน และไทยได้คุยกับทุกฝ่ายอย่างจริงจังแล้วหรือไม่ เวลาไทยคุย อย่าด้อยค่าฝ่ายอื่นๆ ว่าสถานะพวกเค้าไม่ใช่ “รัฐ” เลยไม่ให้ความสำคัญกับเค้านะครับ คุยกันให้มีสถานะที่ “เท่าเทียม” แล้วคุณจะได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงมาวางแผนการสร้างสันติภาพต่อไป

"ดังนั้นนอกจากท่านได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาแล้ว ท่านต้องพูดคุยกับรัฐบาล NUG กับทุกกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างสันติภาพในครั้งนี้ ถึงจะเป็นบทบาทของรัฐด่านหน้าที่แท้จริง และการทูตของไทยต้องก้าวข้ามจากการใช้ Track 1 เพียงอย่างเดียว เพราะการสร้างสันติภาพต้องใช้ทั้ง Track 1 และ Track 2 และอาจข้ามไปถึง Track 2.5 อีกเสียด้วย ยังไงผมจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องครับ" นายกัณวีร์ กล่าวย้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...