"บอย ปกรณ์" น้ำตาคลอเล่าความฝันเห็น "คุณแม่" ดูย้อนวัยสดใส พร้อมเผยเหตุพกรูปแม่ไปเที่ยวด้วยตลอด
“บอย ปกรณ์” น้ำตาคลอเล่าความฝันเห็น “คุณแม่” ดูย้อนวัยสดใส พร้อมเผยเหตุพกรูปแม่ไปเที่ยวด้วยตลอด
ทำเอาแฟนคลับและคนที่ได้ฟังถึงกับน้ำตาซึมและอบอุ่นหัวใจไปตามๆ กัน เมื่อพระเอกหนุ่ม “บอย ปกรณ์” ออกมาเปิดใจเล่าเรื่องราวความผูกพันสุดลึกซึ้งถึงคุณแม่ โดยเจ้าตัวเผยถึงความฝันล่าสุดที่ทำเอาตื่นมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เพราะได้เห็น คุณแม่ในโหมดที่สดใสและแข็งแรงที่สุด เท่าที่เคยฝันมา หลังจากที่ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานเนื่องจากอาการป่วยเรื้อรัง ภาพในฝันคือคุณแม่ใส่เสื้อโปโล สวมแว่นตา ดูย้อนวัยกลับไปเป็นสิบปี แถมยังเดินฉับๆ คล่องแคล่ว แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่ท่านเดินผ่าน แต่ก็ทำให้หนุ่มบอยสะดุ้งตื่นมาพร้อมกับความสุข และคิดเข้าข้างตัวเองว่า คุณแม่คงอยากมาบอกว่าตอนนี้ท่านสบายดีแล้ว
หนุ่มบอยเล่าต่อว่า สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านก็ฝันถึงคุณแม่กันทุกคน โดยเฉพาะ “น้องวันใหม่” ที่มีความผูกพันกับคุณแม่มากเป็นพิเศษก็ฝันถึงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนคนในบ้านคนอื่นๆ นั้นฝันถึงทีไรก็บอกว่าถูกหวยรับโชคกันตลอด มีแต่ตัวเขาเองที่แอบบ่นขำๆ ว่าตามซื้อจนท้อเพราะไม่เคยถูกเลยสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น กิจวัตรประจำวันที่เขาไม่เคยละทิ้งเลยคือการเข้าไปพูดคุยกับรูปภาพของคุณพ่อคุณแม่ในห้องพระทุกวัน ทั้งตอนเช้าก่อนออกจากบ้านและก่อนเข้านอน โดยสิ่งเดียวที่เขามักจะบอกและย้ำเสมอคือ ขอให้แม่สบายใจ หมดห่วง และมีความสุขที่สุด
เมื่อพูดถึงเรื่องการไปเที่ยว หนุ่มบอยก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเผยความในใจว่า ทุกวันนี้แทบทุกทริปที่เป็นทริปครอบครัว เขาจะพกของแทนใจอย่างเสื้อและพวงกุญแจตุ๊กตาแม่ใส่กระเป๋าไปด้วยเสมอ เพราะช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย ท่านเคยพูดตลอดว่ากลัวจะไม่ได้ไปเที่ยวกับลูกๆ อีก บอยจึงตั้งใจว่าต่อไปนี้ทุกทริปครอบครัวจะพาแม่ไปด้วย เวลาไปไหนก็จะคอยพูดชวนเหมือนท่านร่วมเดินทางไปด้วยจริงๆ ยิ่งเวลาไปเที่ยวฮ่องกงหรือญี่ปุ่น สถานที่ต่างๆ มักจะทำให้คิดถึงความทรงจำที่มีร่วมกัน เช่น เวลาเข้าเซเว่น ทุกคนก็จะนึกถึง “โอเด้ง” ที่คุณแม่ชอบกิน ซึ่งแม้จะเป็นความคิดถึงที่ทำให้น้ำตาไหล แต่มันก็เป็นการย้อนความทรงจำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของบ้านฉัตรบริรักษ์
สำหรับสิ่งที่หลายคนอาจจะคิดว่าคุณแม่น่าจะห่วงมากที่สุด บอย ปกรณ์ เผยว่าตอนนี้คุณแม่คงไม่ได้ห่วงเขา หน่อง หรือภัทร แล้ว แต่คนที่ท่านห่วงที่สุดน่าจะเป็น “น้องวันใหม่” เพราะกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและกำลังโต อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายที่คุณแม่เริ่มทำใจได้ ท่านเคยบอกไว้ว่าหมดห่วงแล้ว เพราะเชื่อมั่นว่าลูกชายทั้งสามคนจะสามารถช่วยกันดูแลบ้านและดูแลวันใหม่ได้อย่างแน่นอน สิ่งเดียวที่ท่านอาจจะรู้สึกเสียดาย คือแค่อยากจะเห็นวันใหม่เติบโตและใช้เวลาร่วมกันให้นานกว่านี้เท่านั้นเอง