โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘การบินไทย’ ผงาด คาดปี’69 รายได้เกิน 2 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 02.15 น.

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รายงานว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมาปริมาณการขนส่งผู้โดยสารโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวของปริมาณการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศร้อยละ 7.1 อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารเท่ากับ 83.6% ใกล้เคียงกับปีก่อน ปริมาณการขนส่งสินค้าสูงกว่าปีก่อนร้อยละ 3.4

ส่วนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สมาคมสายการบินแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (AAPA) ระบุว่า ในปี 2568 มีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ 390 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.2 ปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8

อุตฯ การบินยังขาดเครื่องใหม่

“ชาย เอี่ยมศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า สำหรับประเทศไทยอุตสาหกรรมการบินยังอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนเครื่องบินใหม่ที่จะเข้ามารองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของการบินไทยเองในปี 2568 ที่ผ่านมาได้รับเครื่องบินใหม่เข้ามาเพิ่มจำนวน 3 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินและเสริมแกร่งด้านกลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางบิน (Network Strategy)

ทำให้ในปี 2568 การบินไทยมีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงาน 80 ลำ ให้บริการเครือข่ายเส้นทางบินให้บริการครอบคลุม 63 จุดบิน ใน 27 ประเทศทั่วโลก และ 8 จุดบินในประเทศ

โดยมีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 7.7 มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 และมีจำนวนผู้โดยสารที่ขนส่งทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2

“การบินไทยกลับมาให้บริการเส้นทางบินมิลานและออสโลจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่กรกฎาคม 2567 รวมทั้งกลับมาทำการบินเส้นทางบรัสเซลส์จำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ธันวาคม 2567 นอกจากนี้ ยังเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่ได้รับความนิยม เช่น เซี่ยงไฮ้ เดนปาซาร์ ซึ่งในปี 2568 การบินไทยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 80% สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย”

รายได้ 1.9 แสน ล.-กำไร 3 หมื่น ล.

จากการเพิ่มเส้นทางบินและจำนวนเที่ยวบินรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานปี 2568 ของบริษัทการบินไทยและบริษัทย่อยมีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วน 103.4% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19

โดยในปี 2568 มีค่าใช้จ่ายไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 149,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567 ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,839 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน จำนวน 676 ล้านบาท และมี EBITDA 53,880 ล้านบาท

และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวของบริษัทและบริษัทย่อยสุทธิเป็นรายได้ 782 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ ปรับปรุงประมาณการไมล์หมดอายุ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9 และมีต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 13,154 ล้านบาท

ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม 30,940 ล้านบาท

ปี’69 รายได้รวมทะลุ 2 แสนล้าน

ซีอีโอ “การบินไทย” บอกด้วยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินมีปัญหาเรื่องการจัดหาเครื่องบินใหม่ แต่ในปี 2569 นี้มีแผนรับเครื่องบินเพิ่มอีก 14 ลำ แต่ก็มีเครื่องบินบางส่วนออกจากฝูงบิน โดยคาดว่าปีนี้การบินไทยจะมีฝูงบินรวม 102 ลำ ใกล้เคียงกับปี 2562 (ก่อนโควิด) ที่มีจำนวน 103 ลำ) โดยจะเป็นเครื่องที่ใช้งานจริงประมาณ 99 ลำ (จอดรอซ่อม 3 ลำ)

ทำให้คาดว่ากำลังการผลิตด้านผู้โดยสารในปี 2569 นี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน หรือมีรายได้รวมมากกว่า 200,000 ล้านบาท

เร่งปั๊ม “จีน-อินเดีย”

โดยกลยุทธ์หลักคือการวาง Network Strategy เน้นการสร้างสมดุลระหว่างสัดส่วนรายได้ Point-to-Point (บินตรง) และ Network Traffic (เชื่อมต่อเครือข่าย) โดยในช่วง High Season จะเน้น Point-to-Point เพื่อสร้างยีลด์ ส่วนในช่วง Low Season จะใช้ Network เข้ามาเติมเพื่อให้รายได้

“ในช่วงก่อนวิกฤตโควิดรายได้ Network Traffic มีสัดส่วนประมาณ 10% หลังจากเข้าแผนฟื้นฟูการบินไทยหันมาทำการตลาดเพื่อย้ำความเป็น Network Airline ด้วยการเพิ่มสัดส่วน Network Traffic กระทั่งในปี 2568 ที่ผ่านมาเรามีรายได้จากเน็ตเวิร์กคิดเป็นสัดส่วน 22%”

ทั้งนี้ ได้วางให้ประเทศเป็น Silk Hub Strategy ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.อาเซียน เป็นฐานสำคัญในการป้อนทราฟฟิก 2.จีนและอินเดียเป็นแกนกลางในการเติมทราฟฟิก โดยปรับเพิ่มเที่ยวบินไปจีนจาก 47 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 80 เที่ยวต่อสัปดาห์ และเพิ่มเที่ยวบินไปอินเดียจาก 70 กว่าเที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 90 เที่ยวต่อสัปดาห์ รวมทั้งมีแผนจะกลับไปทำการบินเส้นทางเดิม อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ สู่ฉงชิ่ง, ฉางชา และเซี่ยเหมิน เพื่อบาลานซ์ 2 ตลาดขนาดใหญ่ให้มีขนาดใกล้เคียงกัน

และ 3.ยุโรปและออสเตรเลียเป็นตลาดสร้างมูลค่าทางเครือข่าย (Value Network)

“กลยุทธ์นี้ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการรายได้ให้กระจายตัวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก หากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเกิดปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ บริหารจัดการรายได้จะยังคงดำเนินต่อไปได้ในพื้นที่อื่นที่ยังมีความต้องการเดินทางและสามารถทำการบินได้ตามปกติ”

สำหรับ “ราคาน้ำมัน” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินนั้น “การบินไทย” ได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) ไว้ในสัดส่วน 50% เพื่อรักษาระดับต้นทุนให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินกรอบราคาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อศักยภาพในการทำกำไร

เส้นทางอัมสเตอร์ดัม-โอกแลนด์

ซีอีโอ “การบินไทย” ยังบอกอีกว่า จากแผนรับมอบเครื่องบินเพิ่มอีก 14 ลำในปีนี้ ทำให้การบินไทยมีแผนกลับไปให้บริการในเส้นทางที่เคยบินและเคยสร้างกำไร โดยในตารางบินฤดูร้อน 2569 จะเพิ่มเส้นทางบินเป็น 62 เส้นทางบินทั่วโลก

โดยการเพิ่มจุดบินเส้นทางกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 รวมถึงเพิ่มเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โอกแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางประเทศจีนและอินเดีย

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘การบินไทย’ ผงาด คาดปี’69 รายได้เกิน 2 แสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...