โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กกต. คนกล้าท้าชน ! แจ้งจับปชช.ตรวจสอบเลือกตั้ง

INN News

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 04.00 น. • INN News

จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด, บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด โดยเหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569

โดยบุคคลที่ถูกกต.แจ้งความ มีทั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และยังมี ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain รวมถึงยังมีสื่อมวลชนด้วย

ซึ่งการแจ้งความดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในวงกว้าง ว่า เมื่อประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบแต่กลับถูกแจ้งความกลับ โดย นายครรชิต ระบุว่า การพิสูจน์ถ้าพิสูจน์ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการพิสูจน์นอกกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย และพฤติการณ์ของภาคประชาชนในวันดังกล่าวก็มีลักษณะเกินขอบเขต จึงนำไปสู่การแจ้งความในครั้งนี้ สำหรับข้อหาที่แจ้ง คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.กกต.ว่าด้วยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน

ขณะที่ "นายวัส ติงสมิตร" นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวผ่านการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า การสังเกตการณ์ รวมถึงการตั้งกล้องถ่ายในพื้นอนุญาต ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน และต่อหน้าสาธารณะ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า ระบบที่ กกต. ใช้อยู่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใครเลือกใคร (ซึ่งเอื้อต่อการซื้อสิทธิขายเสียง) "นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต" เพราะคงไม่มีใครตั้งกล้องถ่ายการโกงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน

นอกจากนี้ ผลเสียที่อาจย้อนกลับมาหา กกต. คือ การตัดสินใจใช้กฎหมาย "แจ้งความดำเนินคดี" ในแง่มุมตรงข้าม แทนการ "ชี้แจงเชิงเทคนิค" นับเป็น "นิติสงคราม" ที่รัฐทำกับประชาชน

อาจส่งผลเสียต่อ กกต. ในระยะยาว คือ วิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่น เพราะ แทนที่สังคมจะมองว่ากลุ่มบุคคลนั้นทำผิด แต่คนจะเริ่มตั้งคำถามกับ กกต. แทนว่า "ทำไมระบบถึงเปราะบางจนถูกถอดรหัสได้ง่ายขนาดนั้น" การแจ้งความอาจถูกตีความว่าเป็นการ "กลบเกลื่อนความบกพร่อง" ของตัวระบบบัตรเลือกตั้งเอง

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์การใช้อำนาจปิดปาก หากศาลวินิจฉัยว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ กกต. จะถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อข่มขู่ ทำให้ภาคประชาชนไม่กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เลือกตั้งในอนาคต

และยังอาจจะมีการขยายผลเรื่อง "ความไม่โปร่งใส" เมื่อเรื่องถึงชั้นศาล ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ "รหัสบัตร" และ "กระบวนการพิมพ์" จะต้องถูกเปิดเผยเพื่อสู้คดี หากพบว่าบัตรเลือกตั้งมีช่องโหว่ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้จริง กกต. อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งทั้งหมดเป็น "โมฆะ" เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ

ทางด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกรณีที่ ทำหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา ว่า ในส่วนของ กกต. ที่แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน มองว่าใช้ไม่ได้ อยู่ดีๆ 17วัน รีบประกาศทำไมเขาให้เวลาตั้ง60วันควรจัดการให้ชัดๆ ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้นตนเองก็มีสิทธิคิดว่า การกระทำของกกต.เอื้อ นายอนุทิน ให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้นการเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่นี่การเลือกตั้งกลิ่นคาวฉาวโฉ่ ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นการไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ในนามสมาคมสภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวประณามการกระทำของ กกต. พร้อมทั้งส่งคำเรียกร้องไปยังสมาชิกรัฐสภา ให้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพและคืนอำนาจให้กับประชาชน ด้วยการเร่งผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเจตนารมณ์ของผลประชามติ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนมีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้ เนื่องจากมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ลิดรอนสิทธิดังกล่าวของประชาชนไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...