โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Election Roundup (1): เกมการเมือง 4 พรรค หลังยุบสภา-สิ้นปี 68 ใครเดินหมากอย่างไร ?

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากคำมั่นสัญญาของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ รัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ประกาศต่อสาธารณะถึงการยุบสภาในช่วงสิ้นเดือนมกราคม 2569 ตามกรอบเวลา 4 เดือน พร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 กลับกลายเป็นหักปากกาพรรคการเมือง-นักการเมือง เพราะการเลือกตั้งอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาดคิด

หลังจากเริ่มเปิดสภาและประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่สอง ในวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ผ่านไปสองวันคือ วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายอนุทินชิงยุบสภาก่อนกำหนด โดยคนต่างคาดการณ์กันทั้งเหตุผลที่รัฐบาลจะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปมแก้รัฐธรรมนูญล่ม

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายอนุทิน ได้ทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาไปแล้วตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 11 ธันวาคม 2568 อีกทั้งในพ.ร.ฎ.ยุบสภา ได้ระบุวันลงนามคือวันที่ 11 ธันวาคม 2568 และให้มีผลในวันถัดมาจากการยุบสภาครั้งนี้ภายใต้ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ส่งผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ภายในช่วง 45 – 60 วัน จากนั้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ได้เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบให้ กำหนดวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ไทยพับลิก้า สำรวจท่าทีและการเคลื่อนไหวของ 4 พรรคการเมืองหลัก ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ โดยเก็บข้อมูลจากพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แกนนำ รวมถึงตัวละครสำคัญของแต่ละพรรค ตั้งแต่การลงพื้นที่หาเสียง ปราศรัย การพูดคุยหารือรับฟังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนออกสื่อ และเวทีประชัยวิสัยทัศน์ดีเบต ตลอดจนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ

โชว์วิชัน 4 วันหลังยุบสภา ‘ยศชนัน’ ออกสรยุทธ – ปชน. สัมมนาผู้สมัคร สส.

การเคลื่อนไหวครั้งแรกเริ่มวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (ก่อนวันที่พรรคการเมืองอื่นจะรู้วันเลือกตั้งจริงอย่างเป็นทางการ) คือเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย หัวข้อ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทําได้” ณ ที่ทำการพรรค และได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พ่วงด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ในวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้รับเชิญไปบรรยายที่คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาภายใต้หัวข้อ “ดิจิทัล กระจายอำนาจ งบประมาณกับการพัฒนาประชาธิปไตย” โดยพูดถึงการเลือกตั้งปี 69 คือปีที่เสียงของประชาชนจะมีความหมายอย่างแท้จริง พร้อมชูสโลแกนการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคคือ “ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก”

17 ธันวาคม พรรคประชาชนจัดงานสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ โดยพรรคยืนยันว่าส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต และได้จัดทำบัญชีรายชื่อครบ 100 คน

ขณะเดียวกัน ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ ถือเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนแรกที่เริ่มออกสื่อในวันที่ 17 ธันวาคม ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ จากพรรคเพื่อไทย ก็ให้สัมภาษณ์รายการตอบโจทย์ของไทยพีบีเอส

และเมื่อทุกพรรครู้วันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ บรรยากาศหาเสียงจึงเริ่มต้นขึ้น

พท. กระหน่ำเดินสาย ปราศรัยแรกสุพรรณฯ บุกหัวเมืองใหญ่

เมื่อเทียบเคียงข้อมูลการเคลื่อนไหวของทุกพรรค ตั้งแต่ช่วงเวลายุบสภาถึงสิ้นปี 2568 พบว่า พรรคเพื่อไทยเริ่มรุกและเดินเกมเร็วกว่าพรรคอื่นๆ โดยการเคลื่อนไหวของพรรคและแกนนำมีทั้งการออกสื่อ ลงพื้นที่หาเสียง กิจกรรมต่างๆ และปราศรัยเวทีย่อยๆ กระจายหลายจังหวัด

ตัวอย่างเช่น 1 สัปดาห์หลังประกาศวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยมีการเคลื่อนไหวใหญ่ๆ อย่างน้อย 13 ครั้ง ขณะที่พรรคพรรคประชาชนอยู่ที่ 7 ครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ 3 ครั้ง

ออกสื่ออย่างน้อย 6 ครั้ง เช่น ยศชนัน ออกรายการรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ThairathTV ให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจ ร่วมดีเบตรายการดีเบตอีกสักตั้ง โดย ThairathTV หรือ จุลพันธ์ ออกรายการรายการ Daily Post THE CANDIDATE : ส่องวิสัยทัศน์ จุดยืน และอุดมการณ์ กับแคนดิเดทนายกของคุณ ช่อง News Journey Thailand และดีเบตรายการ ประชันวิสัยทัศน์ นับหนึ่ง “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ช่อง Nation ฯลฯ

หาเสียงและปราศรัยโดยแคนดิเดตนายกฯ 5 ครั้งใน 4 จังหวัด ที่จังหวัดสระแก้ว อยุธยา สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด

อย่างการปราศรัยครั้งแรกของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เกิดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 21 ธ.ค. ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมชูเรื่องการนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาปรับใช้ในภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน และยกระดับรายได้เกษตรกร และสัญญาว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ถูกยกให้กับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น และต้องมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการเกษตรอย่างแท้จริง เพราะที่แล้วมาเจ้ากระทรวงทำงานไม่เป็น พร้อมขอให้ช่วยดูแลราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 10,000–20,000 บาทต่อตัน เนื่องจากต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับสูง

นอกจากนั้นเป็นกิจกรรมที่พรรคมีส่วนร่วม คือ พรรคเพื่อไทยร่วมงานวิ่ง “เห็ดเกิดจากความเหงา” และการเข้าหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้ AI เทคโนโลยีและงานวิจัย

หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมภายใน โดยให้สามแคนดิเดตนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ ในโอกาสเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ครบทั้ง 500 คน จากนั้นยศชนันเดินสายพบปะอย่างต่อเนื่อง ทั้งหารือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) แสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในโอกาสครบรอบ 76 ปี และออกดีเบตในรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง” โดยช่อง

พรรคเพื่อไทยยังให้แคนดิเดตนายกฯ บุกหัวเมืองใหญ่ไปหาเสียง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ ฯลฯ แต่จากสื่อของเพื่อไทยพบว่า ยศชนันจะเน้นหาเสียงและช่วยผู้สมัครประจำเขตหาเสียงที่กรุงเทพฯ มากที่สุด

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมีการรณรงค์เรื่องประชามติ โดยตั้งคณะกรรมการรณรงค์ประชามติ เดินหน้าชวนประชาชนเห็นชอบ

ปชน. ลุยกรุงเทพและปริมณฑล เปิดตัวเว็บนโยบาย ปล่อยผลงานพรรค

พรรคประชาชน นำโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เริ่มเดินสายหาเสียงและพบสื่อในจังหวะไล่เลี่ยกับพรรคเพื่อไทย โดยเริ่มอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. จากการลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์อพยพไทย-กัมพูชา และหลังจากจับเบอร์พรรคในวันที่ 27 ธ.ค. ณัฐพงษ์ก็หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฯลฯ

การออกสื่อมีการเคลื่อนไหวจากแคนดิเดตนายกฯ 2 ราย คือณัฐพงษ์ และวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร โดยณัฐพงษ์ร่วมดีเบตอย่างน้อย 2 รายการ คือ รายการดีเบตอีกสักตั้ง โดย ThairathTV และรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง” โดยช่อง 3 (ทั้งสองรายการนี้มีพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์มาร่วมด้วย) ส่วนวีระยุทธก็ร่วมอย่างน้อย 2 รายการ เช่นกัน ได้แก่ ประชันวิสัยทัศน์ นับหนึ่ง “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดย Nation และรายการคุยข้ามช็อต ช่อง PPTV

ในช่วงสิ้นปี พรรคประชาชนซึ่งนำโดยศิริกัญญา ตันสกุล อีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. ดำเนินการแบบกึ่งหาเสียงผ่านการสำรวจหมอชิต 2 เพื่อส่งประชาชนกลับบ้านปีใหม่

พรรคประชาชนยังเปิดตัวเว็บรวมนโยบายตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. และปล่อยคลิปรวมตัวอย่างผลงานย้อนหลังตลอด 2 ปี 7 เดือนที่ผ่านมาในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 30 ธ.ค.

ปชป. รีเทิร์น เปิด ‘อภิสิทธิ์-กรณ์’ ชูไทยหายจน

หลังการคัมแบ็กของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี คู่กับนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่าทีของพรรคประชาชาธิปัตย์จึงคลับคล้ายการเรียกน้ำย่อยว่าประชาธิปัตย์ยุคเดิมกำลังกลับมาอีกครั้ง

เริ่มจากหลังยุบสภาราว 5 วัน พรรคเปิดตัวซีรีส์ “เปิดฟ้าใหม่ ไล่เมฆเทา” แล้วอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมาเปิดตัวทีมงาน “คนทำเป็น” แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นการหาเสียงต่างๆ จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาความยากจน (ไทยหายจน) ต้องแก้ปัญหาด้วยคนทำเป็น เห็นได้ชัดจากทั้งป้ายหาเสียงและเวที “ทำอย่างไรให้ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ผ่านเฟสบุ๊คของพรรค

จากนั้นอภิสิทธิ์ร่วมดีเบตและออกสื่ออย่างน้อย 2 รายการคือ รายการดีเบตอีกสักตั้ง โดย ThairathTV และรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง” โดยช่อง 3

วันที่ 31 ธ.ค. พรรคได้ปล่อยคลิป Behind The Scene ของทั้ง 3 แคนดิเดตนายกฯ ประชาธิปัตย์ โดยนอกจากอภิสิทธิ์และกรณ์แล้ว ยังมีอีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ คือ ดร.การดี เลียวไพโรจน์

ภท. กลับลำเวทีดีเบต เปิด 2 แคนดิเดต ไร้ ‘ศุภจี-เอกนิติ’ คว้าบ้านใหญ่สุพรรณ

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยที่ อาจขยับตัวเร็วมากไม่ได้นัก เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูลมีสถานะเป็นรักษาการนายกฯ และรมว. อีกทั้งนายอนุทินยังเคยย้ำไม่ให้หาเสียงในเวลาราชการ ให้คิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ถ้าจะหาเสียงให้หานอกเวลาราชการ

กว่าพรรคภูมิใจไทยจะเริ่มประกาศจริงจังคือราว 10 วันหลังยุบสภา หรือ 4 วันหลังประกาศวันเลือกตั้ง นั่นคือการให้ข่าวของโฆษกพรรคว่าจะประกาศดีเดย์ 24 ธ.ค.นี้ เปิดนโยบายเลือกตั้ง ดรีมทีม โดยผู้แถลงนโยบาย ประกอบด้วยตัวหลักของพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว,นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายไชยชนก ชิดชอบ และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ แล้วในเวทีนำเสนอนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ วันที่ 24 ธ.ค. ก็เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ อย่างเป็นทางการ

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายการดีเบตของ ThairathTV แต่กลับไม่มีตัวแทนพรรคไปออกหน้า นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลและพรรคเองอาจเห็นถึงคะแนนนิยมที่อาจหายไปจากโอกาสนี้ แต่ต่อมานายอนุทินให้เหตุผลว่า ตนยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ภารกิจนายกฯความมั่นคงสำคัญกว่า ไม่ชอบบรรยากาศโจมตีใคร

ทว่า ไม่กี่วันถัดมามีดีเบตใหญ่รายการที่ 2 พรรคภูมิใจไทยกลับลำส่งสีหศักดิ์ ร่วมเวทีดีเบตของช่อง 3ด้วย

การหาเสียงของพรรคมีทั้งการปราศรัยที่นครศรีธรรมราช การเดินสายหาเสียงภาคใต้ เยี่ยมประชาชนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สำคัญคือการเยือนถิ่นสุพรรณบุรี ดึง ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ ร่วมพรรคสีน้ำเงิน

ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศการเมืองไทยภายใน 18 วันหลังจากยุบสภา (12 – 31 ธ.ค. 68) สะท้อนการช่วงชิงจังหวะ พื้นที่ มวลชน ผ่านกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน

  • เพื่อไทย – แสดงถึงความพร้อมเชิงองค์กรและการสื่อสารมากกว่าพรรคคู่แข่ง โดยเฉพาะจำนวนกิจกรรม ความถี่การออกสื่อ และการวางตัวแคนดิเดตนายกฯ ให้เป็นศูนย์กลางของแคมเปญ
  • ประชาชน – เน้นการตอกย้ำฐานเสียงเดิมและความต่อเนื่องของผลงานในสภา
  • ประชาธิปัตย์ – ดึงภาพจำประชาธิปัตย์ยุคเดิมกลับมา ท่ามกลางฐานเสียงใหม่ที่อาจเคยเปลี่ยนใจ
  • ภูมิใจไทย – ติดขัดการหาเสียงเต็มรูปแบบจากการเป็น ครม. รักษาการ แต่เริ่มหาเสียงปราศรัยย่อยกระจายทั่วไทย

ประเด็นสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องความพร้อมในเชิงนโยบาย หากเป็นพรรคที่สามารถขยายอิทธิพลไปถึงฐานเสียงระดับพื้นที่ได้ก่อนและซื้อใจมากกว่า — และบทบาทของ “ผู้ช่วยหาเสียง” จะเข้ามามีความหมายต่อชัยชนะของแต่ละพรรคอย่างไร นี่คือประเด็นที่ต้องจับตาใน Election Roundup ตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...