วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย จากสินค้าขายดี ถึงวันขายได้ลูกละ 2-3 บาท เมื่อ ทุนจีน รุกคืบทั้งห่วงโซ่
วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย จากสินค้าขายดี ถึงวันขายได้ลูกละ 2-3 บาท เมื่อ ทุนจีน รุกคืบทั้งห่วงโซ่
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนมะพร้าวในจังหวัดราชบุรี ชาวสวนยังคงตื่นมาเก็บมะพร้าวเป็นปกติ เสียงคนงานที่ใช้ตะขอสอยมะพร้าวลงมาจากยอดสู่ร่องน้ำในสวนมะพร้าวยังคงดังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นทุก 15-20 วัน เป็นวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นปกติ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ “ราคา” จาก 30 บาท เหลือ 2-3 บาท มันต่างกันมาก
ลุงหน่อง สาโรจน์ เจียมจวนขาว วัย 72 ปี เจ้าของสวนมะพร้าว พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ว่า สองเดือนก่อน เขาขายได้เพียงลูกละ 2 บาท ล่าสุดขยับเป็น 3 บาท ขณะที่ค่าแรงคนตัดอยู่ที่ลูกละ 1-1.50 บาท รวมค่าขนส่งแล้วแตะ 2 บาทต่อลูก กำไรแทบไม่เหลือ
ปีก่อน ราคายังอยู่ที่ 10-15 บาท บางช่วงพุ่งถึง 20-30 บาท ความหวังในตอนนั้นผลักให้หลายสวนขยายพื้นที่ปลูก แต่เมื่อผลผลิตออกพร้อมกัน และตลาดส่งออกชะลอตัว ราคากลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว สวนขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยเริ่มโค่นต้นมะพร้าว เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เพราะต้นทุนปุ๋ย ยา และค่าแรงยังเท่าเดิม แต่รายได้ไม่พอประคองชีวิต
นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาราคาตก แต่คือสัญญาณของการเปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” เคยเป็นสินค้าดาวรุ่งในตลาดจีน ความต้องการที่เพิ่มสูงทำให้จังหวัดราชบุรีกลายเป็นศูนย์กลางล้งกว่า 200 แห่ง
สองข้างทางเข้าสวนในตำบลท่านัด ป้ายภาษาจีนตั้งเด่นควบคู่ภาษาไทย ประกาศแหล่งผลิตมะพร้าวคุณภาพและผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากชนิด ภาพเหล่านี้สะท้อนการเข้ามาของทุนจีนอย่างชัดเจน
ในช่วงแรก การเข้ามาของทุนจีนหมายถึง “ราคาดี” และ “ตลาดแน่นอน” แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างเริ่มเปลี่ยน จากผู้รับซื้อ กลายเป็นผู้ร่วมทุน จากผู้ร่วมทุน กลายเป็นผู้ถือครองล้ง จากล้ง ขยายไปสู่การเช่าและเซ้งสวนหลักสิบถึงหลักร้อยไร่ ค่าเช่าอยู่ที่ 5,000-15,000 บาทต่อไร่ต่อปี บางแห่งมีผู้เชี่ยวชาญเกษตรจากจีนเข้ามา
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลา มหานครมะพร้าวน้ำหอมกว่า 50 ราย จาก 7 อำเภอ ได้เดินทางเข้ามายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ ศาลางกลางจังหวัดสงขลา อ.เมืองสงขลา เนื่องจากราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนตกต่ำเหลือเพียงลูกละ 2 บาท
โดยทางกลุ่มเสนอมาตรการเร่งด่วน อาทิ ขอให้ภาครัฐเข้าแทรกแซงกลไกราคา หรือออกมาตรการพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวน ให้ไม่ต่ำกว่าต้นทุน 5-10 บาทต่อผล ให้บรรจุมะพร้าวน้ำหอมในนโยบายการประกันราคาของรัฐบาล หรือให้มีการชดเชยต้นทุนการผลิตแบบเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่น
ด้าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา แจ้งว่า เรื่องของราคา กรมการค้าภายใน จะมาดูแลเปิดจุดรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกร ที่ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม ต.ชุมพล อ.สทิงพระ เริ่มวันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นต้นไป โดยจะตั้งเพดานราคามะพร้าวน้ำหอมสงขลาไว้ที่ ลูกละ 5 บาท ซึ่งจะชดเชยราคาจากราคารับซื้อปกติของล้ง
ส่วนระยะยาว จะประสานกับสถาบันการศึกษา สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา และชุมชนผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมสงขลา ร่วมกันศึกษารวบรวมจัดทำชุดข้อมูลเตรียมเสนอกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียนมะพราวน้ำหอมสงขลาเป็นสินค้า GI ของจังหวัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่ามะพร้าวน้ำหอมสงขลาได้
ขณะที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา มีโครงการรองรับพร้อมเข้าไปดูแลช่วยเหลือเกษตรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดสงขลา ทั้งการทำเกษตรแปลงใหญ่ สนับสนุนการขึ้นทะเบียน GAP ให้เกษตรกร การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงช่องทางการกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาด
ที่มา Thai News Pix
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย จากสินค้าขายดี ถึงวันขายได้ลูกละ 2-3 บาท เมื่อ ทุนจีน รุกคืบทั้งห่วงโซ่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th