โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร้องสื่อ ลูกสาว 3 ใบเถา ถูก ตร.ซิ่งบิ๊กไบก์ชนสาหัส แฝดพี่หนักสุด หมอบอกอาจกลับมาไม่เหมือนเดิม

Khaosod

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 15.52 น.

แม่ร้องสื่อ ลูกสาว 3 ใบเถา ถูกตำรวจซิ่งบิ๊กไบก์ชน จนบาดเจ็บสาหัส แฝดพี่หนักสุด ยังรอผ่าตัด หมอบอกอาจกลับมาไม่ได้เหมือนเดิม ด้านคู่กรณีก็เลือกคั่งในสมอง หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันที่ 26 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางน้ำฝน พยุงยาก อายุ 47 ปี ชาว ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร แม่ของนักเรียนหญิงชั้น ม.4 และ ม.5 จำนวน 3 คน หลังถูกรถบิ๊กไบก์เฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร หมู่ 9 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร โดยจุดดังกล่าวอยู่บริเวณหน้า รพ.สต.บ้านเเม่ยื้อ ทางแยกเข้า หมู่ 2 บ้านสักขีย์ (ซึ่งเป็นบ้านของผู้บาดเจ็บทั้ง 3)

ทำให้ทั้ง 3 คน กระเด็นลงไปบริเวณไหล่ทางที่กำลังสร้างถนน ความสูงเกือบ 1 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด โดย น.ส.ซัลวา อายุ 16 ปี นร.ชั้น ม.4 หัวแตกเย็บ 3 เข็ม บาดเจ็บที่ข้อศอกซ้าย-ขวา หัวเข่าซาย-ขวา แผลถลอกที่สะโพกขวา หลังเท้าซ้ายบาดแผลลึก, น.ส.นาดา อายุ 18 ปี นร.ชั้น ม.5 มีอาการหัวบวม เวียนหัว ซี่โครงซ้ายมีบาดแผลลามไปด้านหลัง หูฉีกสองข้าง และ น.ส.ซัลมา อายุ 16 ปี นร.ชั้น ม.4 แฝดพี่ของ น.ส.ซัลวา บาดเจ็บที่ใบหน้า-ฟันที่จัดมาผิดรูป อุ้งเชิงกลานแตกร้าว กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะฉีกขาด ปอดทะลุ สะโพกแตก ปัจจุบันถูกส่งตัวไปรอการผ่าตัดที่ รพ.นเรศศวร จ.พิษณุโลก

ส่วนคู่กรณีคือ ด.ต.ราเชนทร์ นาคนวล อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ สส.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ขับขี่รถบิ๊กไบก์ ฮอนด้า ซีบีอาร์650 ทะเบียน 1กพ-9788 กำแพงเพชร ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ก่อนจะถูกส่งตัวไปที่ รพ.นเรศวร จ.พิษณุโลก เนื่องจากมีอาการเลือดคั่งในสมอง

ขณะที่ นางน้ำฝน แม่ของผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน บอกว่า หลังได้ดูวงจรปิด ก็มองว่าตำรวจเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากเป็นเขตที่กำลังก่อสร้างถนน ควรจะต้องชะลอรถให้ช้า เพราะรถของลูกสาวตนเปิดไฟเลี้ยวขวาไว้ เตรียมจะเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน แต่กลับถูกชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นตำรวจ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาเพื่อเยียวยาใดๆ ตนกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม และขณะนี้ค่ารักษาลูกสาวทั้ง 3 คน ก็สูงขึ้น ตนมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเด็กอยู่ต่างจังหวัด คงจะไม่มีเงินที่จะรักษาลูกอย่างแน่นอน

นางน้ำฝน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ น.ส.ซัลมา ลูกสาวตน ก็อาการหนักรอการผ่าตัด หมอบอกว่าหลังจากรักษาก็อาจจะกลับมาไม่ปกติเหมือนเดิม อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบ เพราะขณะนี้ตนหาเงินดูแลส่งเสียลูกเรียน ไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่ารักษาอย่างแน่นอน ส่วนพ่อของลูกก็ได้แยกทางกันไป แต่ก็ยังดูแลช่วยกัน

โดยวันเกิดเหตุรถคันดังกล่าวไม่ได้ติดป้ายทะเบียน แถมดูจากวงจรปิดก็ขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นตำรวจก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเส้นทางดังกล่าวต้องลดความเร็ว เพราะมีการทำถนน วุฒิภาวะของคนที่เป็นเจ้าหน้าที่จะเยอะกว่าเด็ก อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือตำรวจให้ช่วยทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

ทางด้าน น.ส.ซัลวา ซึ่งกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุพวกตนกลับจากโรงเรียน พอใกล้ถึงทางแยกจึงเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเตรียมเข้าหมู่บ้าน ตนมองกระจกหลังแล้ว เห็นว่ารถคันดังกล่าวยังอยู่ไกล ไม่คิดว่าจะมาถึงตัวเร็วขนาดนี้ ตนจึงตัดสินใจเลี้ยว กระทั่งถูกชนดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุก็มีเพียงแค่เพื่อนและอาจารย์ที่โรงเรียนมาเยี่ยม แต่คู่กรณียังไม่มาเลย อยากให้เข้ามาเยียวยาช่วยเหลือตนบ้าง

ด้าน พ.ต.อ.นิติคุณ ลี้ตระกูล ผกก.สภ.ไทรงาม เปิดเผยว่า คดีนี้ตนจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วัน และผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ฝั่งอยู่ในขั้นตอนของการรักษาตัว ในวันเกิดเหตุได้สั่งให้เป่าแอลกอฮอล์ตรวจเลือดหาสารเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บภาพกล้องวงจรปิด และตรวจเรื่องของความเร็วในการขับขี่รถบิ๊กไบก์ ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร้องสื่อ ลูกสาว 3 ใบเถา ถูก ตร.ซิ่งบิ๊กไบก์ชนสาหัส แฝดพี่หนักสุด หมอบอกอาจกลับมาไม่เหมือนเดิม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...