โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลท. เผยเครื่องมือครบ-ระบบแกร่ง รับมือหุ้นผันผวน ชี้มีเครื่องมือทำกำไรขาลงได้

Thairath Money

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.58 น.
ภาพไฮไลต์

สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการดูแลเสถียรภาพตลาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังคงมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทัดเทียมตลาดสากล ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้น

โดยกลไกสำคัญอย่างมาตรการ Circuit Breaker รวมถึงกรอบราคา Ceiling & Floor ยังสามารถทำหน้าที่ชะลอความตื่นตระหนกของตลาดและเปิดโอกาสให้นักลงทุนมีเวลาประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังชี้ว่าปัจจุบันมีเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยสร้างโอกาสทำกำไรในภาวะตลาดขาลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตลาด Futures, กองทุน Inverse ETF หรือ DW ซึ่งเปิดทางให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์และบริหารพอร์ตได้ในทุกสภาวะตลาดด้วย

สงครามไม่จบ กดหุ้นไทยผันผวนหนัก

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดหุ้นกลับมีความผันผวนและเปลี่ยนทิศทางในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ซึ่งผลกระทบหลักที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยคือความผันผวนของ "ราคาน้ำมัน" เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของหุ้นในเซกเตอร์น้ำมันค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่น

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมากจนทำสถิติปรับขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากเกาหลีและไต้หวัน จึงอาจมีแรงเทขายทำกำไรและทำให้ดัชนีย่อตัวลงมาบ้าง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนจากต่างประเทศ หากปัจจัยในประเทศมีความเข้มแข็ง เช่น การมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การบริหารเศรษฐกิจโดยทีมงานมืออาชีพ รวมถึงการผ่านงบประมาณเพื่อเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ได้ตามกำหนด จะเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยสามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากภายนอกได้มากขึ้น

มาตรการรับมือเพียงพอ ชูระบบแข็งแกร่ง-ความเสี่ยงขาลงต่ำ

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า สำหรับการรับมือกับภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกและเหตุการณ์วิกฤติที่ไม่คาดฝัน หรือ Black Swan Event เช่น ภาวะสงครามในตะวันออกกลางนั้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Infrastructure โดยพิสูจน์แล้วว่าในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าปริมาณการซื้อขายจะเหวี่ยงตัวรุนแรงเพียงใด กลไกการซื้อขายของตลาดยังคงเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติและมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ ประเมินว่ากลไกสกัดกั้นความผันผวนที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการรับมือ โดยเฉพาะมาตรการ Circuit Breaker ที่เพิ่งทำงานในระดับแรก (ดัชนีลดลง 8%) เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 พิสูจน์แล้วว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทัดเทียมตลาดสากล

กลไกนี้ช่วยให้นักลงทุนมีเวลาหยุดพัก ดึงสติ และวิเคราะห์ข้อมูล จนตลาดสามารถฟื้นตัวกลับมาปิดลบเพียงประมาณ 4% ได้ในวันนั้น ประกอบกับการมีกรอบควบคุมราคา (Ceiling & Floor) ที่บวกลบ 30% ก็ยังช่วยรักษาสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงติดตามผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ โดยเชื่อมั่นว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และพร้อมชี้แจงข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างครบถ้วน

อัสสเดช เน้นย้ำว่า ตลาดหุ้นไทยมีกันชนที่แข็งแกร่งและมี ความเสี่ยงขาลง (Downside risk) ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ปัจจัยค้ำยันสำคัญมาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับมหภาคที่มั่นคง การจ่ายเงินปันผล (Dividend yield) ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงสถิติการทำโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ของบริษัทจดทะเบียนที่ช่วยสร้างความมั่นใจ

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีการกระจายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ได้พึ่งพากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป และมีความหลากหลายของกลุ่มนักลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยรับแรงกระแทกจากวิกฤตได้ดี และยังคงเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติได้เสมอ

ส่องเครื่องมือทำกำไรขาลง

ในการลงทุนบนสภาวะที่ตลาดหุ้นเป็น "ขาลง" นักลงทุนไม่จำเป็นต้องถือเงินสดเพื่อรอให้ตลาดฟื้นตัวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากดัชนีหรือราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงได้ โดยเครื่องมือที่เป็นที่นิยมและเข้าถึงได้ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่

  • Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เป็นเครื่องมือที่นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง หากนักลงทุนคาดว่าตลาดจะปรับตัวลง สามารถเปิดสถานะขาย (Short Position) ไว้ล่วงหน้า และเมื่อดัชนีหรือราคาหุ้นลดลงตามคาด ก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่ลดลงได้
  • Inverse ETF (กองทุนรวมดัชนีที่ให้ผลตอบแทนสวนทาง) เป็นกองทุน ETF ที่ออกแบบมาให้สร้างผลตอบแทน "สวนทาง" กับดัชนีอ้างอิง เช่น หากดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1% ตัว Inverse ETF นี้จะสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อกองทุนนี้เพื่อทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงพอร์ตในช่วงตลาดขาลงได้ง่ายดายเหมือนการซื้อหุ้นทั่วไป
  • DW (Derivative Warrant) เป็นเครื่องมืออนุพันธ์ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรได้ทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง นักลงทุนสามารถเลือกซื้อ Put DW เมื่อต้องการทำกำไรจากการปรับตัวลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิง อย่างไรก็ตาม DW มีอายุจำกัดและมีความผันผวนสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง

ดร.ศรพล กล่าวว่า ปัจจุบันทางตลาดฯ มีเครื่องมือทางการเงินเตรียมไว้ให้นักลงทุนอย่างหลากหลายเพื่อช่วยรับมือในช่วงตลาดขาลง ซึ่งการมีเครื่องมือที่ครอบคลุมเหล่านี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์ของตนเองได้ในทุกสภาวะตลาด

ไม่ว่านักลงทุนจะมองว่าตลาดกำลังเป็นขาขึ้น มองว่าเป็นขาลง หรือแม้แต่ช่วงที่ตลาดแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ก็สามารถเลือกเครื่องมือไปใช้ทำกำไรได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงพยายามผลักดันและสรรหาเครื่องมือการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนในอนาคต

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลท. เผยเครื่องมือครบ-ระบบแกร่ง รับมือหุ้นผันผวน ชี้มีเครื่องมือทำกำไรขาลงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...