โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดประวัติ “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ คู่ต่อกรที่ไม่ธรรมดาของ “ทรัมป์”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 22.08 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 03.15 น.

การเมืองอิหร่านกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านมีมติเลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” (Mojtaba Khamenei) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน คนใหม่ สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาของเขา อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางทหารในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของอิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979

สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านประกาศผลการประชุมสมัยวิสามัญของ สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีสมาชิก 88 คน โดยที่ประชุมได้ลงมติเลือกมอจตาบา วัย 56 ปี ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ ภายใต้อำนาจตามมาตรา 108 ของรัฐธรรมนูญอิหร่าน เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตความมั่นคงและแรงกดดันจากภายนอก

ทำให้เขากลายเป็น ผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของอิหร่าน นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามที่โค่นล้มระบอบกษัตริย์ในปี 1979 โดยก่อนหน้านี้อิหร่านมีผู้นำสูงสุดเพียงสองคน ได้แก่ อยาตอลลาห์ รูฮอลลาห์ โคไมนี ผู้นำการปฏิวัติและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งดำรงตำแหน่งจนถึงการถึงแก่อสัญกรรมในปี 1989 และ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้กุมอำนาจต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

ประวัติ โมจตาบา คาเมเนอี

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1969 ที่เมือง มาชาด (Mashhad) เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาของอิหร่านทางตะวันออกของประเทศ เขาเป็นบุตรชายคนที่ 2 ในจำนวน 6 คนของอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนที่ 2 ของอิหร่าน

แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการในรัฐบาลอิหร่าน แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา “โมจตาบา” ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างเงียบ ๆ ในโครงสร้างอำนาจของประเทศ โดยเฉพาะในเครือข่ายด้านความมั่นคงและการเมืองภายใน

มอจตาบา คาเมเนอี

ในด้านการศึกษา เขาเดินตามเส้นทางของนักการศาสนาชีอะห์ โดยเข้าศึกษาเทววิทยาในเมือง กอม (Qom) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามชีอะห์ที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน และยังคงสอนด้านศาสนาอยู่ที่นี่ด้วย

โมจตาบา” ได้รับสมณศักดิ์ระดับ “ฮุจญัต อัล-อิสลาม” (Hojjat al-Islam) ซึ่งเป็นตำแหน่งทางศาสนาระดับกลาง ต่ำกว่าตำแหน่ง อยาตอลลาห์ ที่บิดาของเขาและผู้นำการปฏิวัติอิสลามอย่างโคไมนีเคยดำรงอยู่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าบทบาททางการเมืองและความสัมพันธ์กับเครือข่ายอำนาจของรัฐ ทำให้เขามีอิทธิพลมากกว่าสถานะทางศาสนาเพียงอย่างเดียว

สายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกองกำลัง IRGC

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “โมจตาบา” กลายเป็นบุคคลทรงอิทธิพลในอิหร่าน คือความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ซึ่งถือเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงและการเมืองของสาธารณรัฐอิสลาม

ความสัมพันธ์นี้มีรากฐานมาตั้งแต่ช่วงปลายของ สงครามอิหร่าน–อิรัก (1980–1988) ซึ่งเป็นสงครามยืดเยื้อยาวนาน 8 ปี โดยในช่วงเวลานั้นมอจตาบาเคยเข้าร่วมอยู่ในหน่วยรบ และมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือข่ายทหารและกองกำลังอาสาสมัคร Basij

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่าเขามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสำนักงานผู้นำสูงสุดกับ IRGC ซึ่งมีอิทธิพลทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมืองในประเทศ

การแต่งตั้งท่ามกลางสงคราม

การขึ้นดำรงตำแหน่งของโมจตาบาเกิดขึ้นเพียง 9 วันหลังการเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางทหารที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การแต่งตั้งอย่างรวดเร็วมีเป้าหมายเพื่อป้องกันสุญญากาศทางอำนาจในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากสงครามภายนอกและความไม่พอใจของประชาชนภายใน

ภารกิจแรกของผู้นำสูงสุดคนใหม่ คือการจัดพิธีศพอย่างเป็นทางการให้กับบิดา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากมีความกังวลว่าอิหร่านอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพิ่มเติม

สัญญาณแข็งกร้าวต่อสหรัฐและอิสราเอล

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินว่า มอจตาบาจะดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐและอิสราเอล โดยอาศัยกองกำลัง IRGC เป็นฐานอำนาจหลักในการรักษาเสถียรภาพของระบอบการปกครอง

อิหร่านอาจใช้มาตรการควบคุมภายในประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการประท้วงและความไม่สงบในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ

ขณะเดียวกัน อิสราเอลได้ออกคำเตือนอย่างรุนแรงต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยระบุว่า “มือของรัฐอิสราเอลจะติดตามผู้สืบทอดและผู้ที่พยายามแต่งตั้งผู้สืบทอดทุกคน”

ด้านอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งนี้อาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค

การแต่งตั้งมอจตาบายังสร้างข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในอิหร่าน เนื่องจากถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจแบบเครือญาติ ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลามที่ต้องการโค่นล้มระบอบกษัตริย์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตสงคราม การมีบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอำนาจเดิมอาจถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในการรักษาเสถียรภาพของรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...