โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PISA ไทยต่ำสุดในรอบ 20 ปี TEP เสนอ 5 ข้อเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ชี้ “กระจายอำนาจการศึกษา” คือทางรอดเด็กไทย

Eduzones

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 05.06 น. • eduzones

PISA ไทยต่ำสุดในรอบ 20 ปี

TEP เสนอ 5 ข้อเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ชี้ “กระจายอำนาจการศึกษา” คือทางรอดเด็กไทย

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน หรือที่ OECD เรียกว่า Twin Transitions ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยกลับเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตอย่างน่ากังวล

ข้อมูลจาก ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ระบุว่า
ผลการประเมิน PISA 2022 ของประเทศไทยตกต่ำที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะเดียวกัน ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ยังขาดแคลนจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอย่างรุนแรง

TEP ชี้ชัด “กระจายอำนาจ” ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเงื่อนไขอยู่รอด

ภาคีเพื่อการศึกษาไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือของกว่า 40 องค์กรด้านการศึกษา ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อพรรคการเมืองและว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ โดยย้ำว่า
การกระจายอำนาจทางการศึกษา ไม่ใช่เพียงเครื่องมือบริหารจัดการ แต่คือ เงื่อนไขความอยู่รอดของเด็กไทย ในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผันผวน

ตีแผ่ 4 อุปสรรคเชิงโครงสร้าง

เหตุใด “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย

แม้ประเทศไทยจะริเริ่มพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาใน 20 จังหวัด เพื่อเพิ่มอิสระให้โรงเรียน แต่จากการถอดบทเรียนหน้างาน TEP พบข้อจำกัดสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1. อุปสรรคด้านวิชาการ: สอนแบบใหม่ แต่สอบแบบเก่า

โรงเรียนพยายามจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ แต่ระบบรายงานผลและการสอบ O-NET ยังยึดหลักสูตรแกนกลางปี 2551 ทำให้ครูต้องทำงานซ้ำซ้อนและไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้จริง

2. อุปสรรคด้านบุคลากร: อยากได้คนเก่ง แต่กฎไม่เอื้อ

ความพยายามใช้ระบบคัดเลือกบุคลากรแบบ Headhunting ติดขัดระเบียบส่วนกลาง ฐานข้อมูลบุคลากรไม่เชื่อมโยง และความกังวลของเขตพื้นที่ในการใช้อำนาจตามกฎหมาย Sandbox

3. อุปสรรคด้านการประเมินคุณภาพ: ประเมินเพื่อตัดสิน ไม่ใช่เพื่อพัฒนา

ระบบประกันคุณภาพยังเน้นเอกสารและตัวชี้วัดตายตัว ไม่สะท้อนพัฒนาการที่แท้จริงของผู้เรียนในบริบทพื้นที่

4. อุปสรรคด้านความเหลื่อมล้ำ: กระบวนการดี แต่ผลยังไม่ชัด

แม้ความร่วมมือในพื้นที่ดีขึ้น แต่ช่องว่างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษายังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการเปลี่ยนกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ

5 ข้อเสนอเร่งด่วน TEP ถึงรัฐบาลใหม่

เปลี่ยนบทบาท “ผู้สั่งการ” เป็น “ผู้สนับสนุน”

TEP เสนอ 5 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อเร่งการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่

  • Re-Targeting
    ปรับเป้าหมายสู่การศึกษาฐานสมรรถนะเต็มรูปแบบ พัฒนาเจตคติ ทักษะ และความรู้ที่เด็กใช้ได้จริงในชีวิต

  • Decentralization as a Condition
    ลดโครงการสั่งการจากส่วนกลาง คืนอิสระให้พื้นที่และโรงเรียนพัฒนาคุณภาพตามบริบทของตนเอง

  • School Autonomy
    ปลดล็อกให้โรงเรียนสามารถออกแบบและใช้หลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างอิสระ พร้อมระบบรายงานผลที่ยืดหยุ่น

  • Sandbox Empowerment
    ใช้พื้นที่นวัตกรรมเป็นสนามทดสอบการกระจายอำนาจด้านการบริหารครู การประเมินคุณภาพ และการทำงานบูรณาการระดับพื้นที่

  • Inclusive Partnership (หุ้นส่วน 3 เปิด)
    เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก ภาคเอกชน และนักเรียน มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและประเมินผล

เจตจำนงทางการเมือง คือคำตอบสุดท้าย

บทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา เช่น เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และเอสโตเนีย ชี้ตรงกันว่า
การกระจายอำนาจทางการศึกษา จะสำเร็จได้ ต้องมีความสมดุลระหว่าง

ความเป็นอิสระ – ขีดความสามารถ – ความรับผิดชอบ

การกระจายอำนาจไม่ใช่การปล่อยให้โรงเรียนทำงานลำพัง แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างที่เป็นอุปสรรค ให้กลายเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเอื้อต่อผู้เรียน

คำถามสำคัญที่สังคมต้องติดตามคือ
รัฐบาลชุดใหม่จะเปลี่ยนเจตจำนงทางการเมืองให้เป็นการลงมือทำได้ทันเวลา
ก่อนที่อนาคตของเด็กไทยจะถดถอยไปมากกว่านี้หรือไม่

อ้างอิง

  • TEP Forum: www.tepforum.org

  • THE STANDARD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...