โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย พุ่ง 26 จุด พื้นตามภูมิภาค นักวิเคราะห์คาดบจ.กำไร Q4 โต 61 %

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 04.20 น.

หุ้นไทย พุ่ง 26 จุด เพิ่มขึ้น 2 % พื้นตามภูมิภาค นักวิเคราะห์คาดกำไรบจ. ไตรมาส 4 ที่ 2.32 แสนล้านบาท โตโดดเด่น 61% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โผหุ้นเด่น

วันที่ 3 ก.พ.2569 หุ้นไทยภาคเช้าฟื้นตามตลาดภูมิภาค ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index ) ผ่านไปชั่วโมงแรกรักษาโมเมนตั้มบวกกว่า 20 จุด ณ เวลาประมาณ 11.11 น. ปรับขึ้นแรง 26.46 จุด มาที่ 1,347.88 จุด (+2%)

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดีดขึ้นตาม Sentiment ภูมิภาครีบาวด์หลังจากหลายตลาดลงไปแรง บรรยากาศการลงทุนภายนอกเริ่มดีขึ้นหลังสหรัฐฯ และอินเดียบรรลุข้อตกลงทางการค้ากันได้ รวมทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ทำให้ความเสี่ยงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการกีดกันทางการค้าลดลง

เช้านี้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA หนุนตลาด ขณะที่มีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยเฉพาะ ADVANC ที่จะมีการเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มอื่น ๆ อาทิ ธนาคาร ค้าปลีก มีแรงซื้อคืนเช่นกัน

บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์บริษัทจดทะเบียน(บจ.) ไทย มีกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 (อ้างอิงจาก 206 บริษัท คิดเป็น 75% ของมูลค่าตลาด) อยู่ที่ราว 2.32 แสนล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 61% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากฐานที่ต่ำในปีก่อน

กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบปีก่อน (YoY) และเทียบไตรมาส 3/68 (QoQ)

  • กลุ่มเกษตร (AGRI), สื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA), พาณิชย์ (COMM), บรรจุภัณฑ์ (PKG), ขนส่ง (TRANS), พลังงาน (ENERG) และการเงิน (FIN)

หุ้นเด่นแนะนำ เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตและมีการจ่ายปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: ORI (ปันผล 8.4%), SC (ปันผล 9.2%), SIRI (ปันผล 8.8%)
  • กลุ่มพลังงาน: PTT, BCP, GULF, BGRIM
  • กลุ่มพาณิชย์และสื่อ: CRC, COM7, PLANB, MAJOR

นอกจากนี้ สถิติย้อนหลัง 5 ปีบ่งชี้ว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ,ธนาคารพาณิชย์ , สินค้าอุปโภคบริโภค , การเงิน , เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที , ธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ และปิโตรเคมี มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดี จึงเป็นจังหวะที่น่าสะสมหุ้นกลุ่มเหล่านี้

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากกระแส Election Rally นักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดทุนไทยต่อเนื่อง

อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยเชิงบวกจากต่างประเทศ โดยล่าสุดทางวุฒิสมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมกับทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่าย 5 ฉบับ ช่วยคลายกังวลต่อเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยแบบจำลอง GDPNow บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส4/68 ขยายตัวถึง 4.2% สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนแสดงความคาดหวังว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง กับสหรัฐฯ เพื่อยุติการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครน ลดแรงกดดันต่อประชาชนในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และวุฒิสมาชิกเดโมแครตสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเชื่อมั่นต่อตลาดโลก

สำหรับเศรษฐกิจไทย กระทรวงการคลังรายงานเดือนธันวาคม 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศและการส่งออก โดยดัชนี MPI โต 2.52% จากภาคยานยนต์และมาตรการรัฐ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางบวกต่อเนื่อง จึงคาดการณ์กรอบดัชนี SET ในเดือนนี้อยู่ที่ 1,280-1,400 จุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลต่อการลงทุน ก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมกราคมของจีนที่ 49.3 ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วน หลังสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันเวลา เพิ่มความ ไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพการคลัง รวมทั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกรณีข้อมูลภาษีรั่วไหลสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังคู่ค้ารายใหญ่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.0% ลดลงจากปี 2568 ที่ 2.2% จากผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ขณะที่สหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI เดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 3.0% YoY สูงกว่าคาดการณ์ กดดันแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินต่อไป

นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งทั่วไปรอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ และ วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/69 ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 3 ก.พ. สหรัฐรายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค. และวันที่ 17-18 มี.ค. ประชุมเฟด

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้น TRUE, TACC, TASCO, STECON, CK และ WHA จากคาดการณ์ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/68 จะออกมาดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...