โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนิติ ต่อยอดเวทีดาวอส ‘เนสท์เล่’ ย้ำไทยฐานยุทธศาสตร์อินโดจีน เดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีอาหารขั้นสูง

Businesstoday

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 07.35 น. • Businesstoday

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลความสำเร็จจากการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Nestlé ซึ่งยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ฐานยุทธศาสตร์” ด้านการลงทุนของกลุ่มในภูมิภาคอินโดจีน พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีอาหารและการผลิตสินค้ามูลค่าสูง

นายเอกนิติ พร้อมด้วย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า ในการพบปะกับ Mr. Remy Ejel รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเนสท์เล่ประจำภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา บริษัทได้สะท้อนทิศทางการเติบโต แผนการลงทุน และวิสัยทัศน์ระยะยาวในประเทศไทย เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก พร้อมย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับรัฐบาลไทยในระยะยาว

ฐานผลิต 8 แห่ง–จ้างงานกว่า 3,000 คน

เนสท์เล่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และมีฐานการผลิตรวม 8 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง และการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร จ้างงานมากกว่า 3,000 คน โดยหลายโรงงานเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังเอเชีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงยุโรป สหรัฐฯ และแอฟริกา

ในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา เนสท์เล่ขยายการลงทุนในประเทศไทยรวมกว่า 28,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยและโครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่ง

ดันอาหารสัตว์เลี้ยงสู่ Global Hub

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตหลักของกลุ่ม โดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ Purina ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสร้างโรงงานขนาดใหญ่ 2 แห่ง มุ่งผลิตเพื่อการส่งออกถึงประมาณ 90% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

กระบวนการผลิตดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ผ่านการจัดหาวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย อาทิ เนื้อไก่ โปรตีนจากพืช ธัญพืช และเส้นใยจากพืช ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตสินค้ามูลค่าสูงในระดับโลก

หนุน Upskill แรงงานไทย รองรับอุตสาหกรรมอนาคต

ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เนสท์เล่แสดงความพร้อมสนับสนุนการยกระดับทักษะแรงงานไทย (Upskill & Reskill) ควบคู่กับนโยบายภาครัฐ ผ่านโครงการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เช่น Nestlé Needs Youth และความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาไทยในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการผลิตขั้นสูง สอดรับกับโครงการ Skill Bridge ของรัฐบาล

นายเอกนิติ ระบุว่า การยืนยันบทบาทของไทยในฐานะฐานยุทธศาสตร์ของเนสท์เล่ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติการใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าเกษตร การเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนคุณภาพ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตสินค้ามูลค่าสูงของภูมิภาคในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...