โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SFT ตามเทรนด์ ESG รุกกรีนแพ็กเกจจิ้ง

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 18.45 น.

#SFT #ทันหุ้น – SFT เปิดเกมรุกปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 10% ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Labeling Solutions ในอาเซียน ชูพอร์ตแกร่ง เร่งเครื่องขยายฐานเจาะแบรนด์ใหญ่-SMEs ผ่าน 3 เทคโนโลยีการพิมพ์ครบเครื่อง ฟากผู้บริหารรับเทรนด์กรีนแพ็กเกจจิ้งตามกระแส ESG

นายซุง ชง ทอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SFT หนึ่งในผู้นำการให้บริการ Labeling Solutions แบบครบวงจร ด้วยผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูปและบรรจุภัณฑ์อ่อนในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 5–10% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจฉลากฟิล์มหดรัดรูป (Shrink Sleeve Labels) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์อ่อน (Flexible Packaging) ขับเคลื่อนผ่าน 3 ระบบการพิมพ์หลัก ได้แก่กราเวียร์ ดิจิทัล และ เฟล็กโซ เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าในหลายรูปแบบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

พอร์ตแกร่ง

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในปี 2569 จะมาจากธุรกิจ Flexible Packaging ซึ่งบริษัทเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่กลางปี 2565 และรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดเห็นการเติบโตชัดเจนขึ้น และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ

ขณะเดียวกัน SFT เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม SMEs มากขึ้น ผ่านระบบการพิมพ์ “เฟล็กโซ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านต้นทุน ความยืดหยุ่น และปริมาณการผลิต อีกทั้งยังรองรับกลุ่มสินค้า Premium Product ด้วยเทคนิคการพิมพ์ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้บรรจุภัณฑ์ สร้างความแตกต่างในตลาด และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทเน้นเพิ่มสัดส่วน Flexible Packaging ต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งจากทั้ง 3 ระบบการพิมพ์ ได้แก่ กราเวียร์สำหรับงานปริมาณมาก (Mass Volume) ดิจิทัลสำหรับงานที่ต้องการเปลี่ยนแบบบ่อย และเฟล็กโซสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่น เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ความงาม สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าไลฟ์สไตล์

ด้านแนวโน้มตลาด บริษัทมองว่าดีมานด์บรรจุภัณฑ์แบบซองในกลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าใช้ในบ้านยังเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับตัวเลขช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 ที่ขยายตัวชัดเจน โดยปี 2569 บริษัทจะโฟกัสลูกค้าแบรนด์ขนาดใหญ่ระดับมหาชนและ Multinational Brands ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า SMEs ที่มีศักยภาพ พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ร่วมกับลูกค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

ขณะที่เทรนด์ Green Packaging และMono Material Pouch จะมีบทบาทต่อรายได้มากขึ้นในปี 2569 ตามทิศทาง ESG และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ SFT ขยายฐานลูกค้าคุณภาพสูง และสนับสนุนอัตรากำไรในระยะยาว

บุ๊กรายได้เพิ่ม

ด้านการลงทุน บริษัทได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์ระบบเฟล็กโซในปี 2568 และจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ครอบคลุมทั้งฉลากฟิล์มหดและ Flexible Packaging พร้อมกันนี้ยังมีแผนลงทุนเครื่องจักรสำหรับการผลิตซองเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและยกระดับขีดความสามารถการผลิตภายในองค์กร (In-house Capability) รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น

นายซุง ชง ทอย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้สภาวะต้นทุนและการแข่งขันที่สูง บริษัทจะไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่จะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการทำงานร่วมกับลูกค้าในลักษณะพันธมิตร ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (NPD) การเลือกวัสดุ ไปจนถึงกระบวนการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...