โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคโอกาสใหม่ ปราศรัยดินแดง ชูสโลแกน ‘มีเราไม่มีมืด’ เมืองสว่างไสว-ปลอดภัย-โปร่งใส ยกระดับคุณภาพชีวิตชาว กทม.

VoiceTV

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 13.44 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่สนามกีฬาดินแดง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 พร้อมชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ภายใต้สโลแกน “มีเราไม่มีมืด” มุ่งสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย สว่าง สะอาด สะดวก และมีความสงบ

นายจตุพร กล่าวว่า แม้วันนี้สภาพร่างกายจะไม่สมบูรณ์นักจากการลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง แต่แรงสนับสนุนจากประชาชนคือกำลังใจสำคัญ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและเลือกพรรคโอกาสใหม่ เพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงในสภา

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองว่า ขออย่าไปใส่ใจ เพราะสิ่งสำคัญคือการทำงานเพื่อประชาชน โดยย้ำว่าประสบการณ์ด้านการศึกษา การทำงาน และความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง มีความสำคัญมากกว่าการโจมตีกันทางการเมือง พร้อมผลักดันให้ผู้สมัครของพรรค โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ได้เข้าไปทำงานในสภาอย่างเต็มที่

นายจตุพร ระบุว่า จากการลงพื้นที่หลายเขต รวมถึงย่านดินแดง พบปัญหาจริงของประชาชนที่สะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบราชการ ซึ่งไม่ใช่ว่าระบบไม่ดี แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย รวดเร็ว และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะเรื่องปัจจัยสี่และคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ซึ่งผู้สมัครของพรรคจะนำไปผลักดันอย่างจริงจัง

สำหรับปัญหากรุงเทพมหานคร นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น ปัญหาหลักคือความไม่สะดวก ความไม่ปลอดภัย ความสะอาด และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องแสงสว่าง ความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ และการจัดการขยะ ซึ่งกรุงเทพฯ มีขยะมากกว่า 10,000 ตันต่อวัน ส่งผลต่อสุขอนามัยและการแพร่กระจายของเชื้อโรค

พรรคโอกาสใหม่จึงเสนอแนวคิดการบริหารเมืองภายใต้สโลแกน “มีเราไม่มีมืด” หมายถึง เมืองที่มีความสว่างไสว โปร่งใส สะดวกสบาย และสงบปลอดภัย

ในประเด็นฝุ่น PM 2.5 นายจตุพร ยืนยันว่า พรรคโอกาสใหม่มีแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยชี้ว่าต้นตอหลักมาจากยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะรถดีเซล หากพรรคโอกาสใหม่ได้เป็นรัฐบาล จะเริ่มจากการเปลี่ยนรถราชการทั้งหมดให้เป็นรถไฟฟ้า เพื่อเป็นต้นแบบ จากนั้นจะผลักดันให้ระบบขนส่งมวลชนเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ควบคู่กับการออกกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งพรรคได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ

นายจตุพร ยังกล่าวถึงปัญหามลพิษข้ามแดนและสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการสะสมฝุ่นในกรุงเทพฯ ซึ่งการแก้ไขต้องทำทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยพรรคโอกาสใหม่มีศักยภาพในการผลักดันความร่วมมือดังกล่าว

ส่วนการจัดการขยะ นายจตุพรเห็นว่า ต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม หากไม่เร่งแก้ไข ปัญหาขยะจะทวีความรุนแรงในอนาคต และขอให้เป็นภารกิจสำคัญของผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่ในการผลักดันนโยบายนี้

ด้านเศรษฐกิจ นายจตุพร ระบุว่า ปัญหาหลักของประชาชนคือหนี้ครัวเรือนและหนี้ส่วนบุคคล พรรคโอกาสใหม่มีนโยบาย “แช่แข็งหนี้” เป็นเวลา 2 ปี เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ย ให้ประชาชนมีเงินเหลือในกระเป๋า และจัดโครงสร้างหนี้ใหม่ ควบคู่กับการผลักดันประเทศไทยสู่รัฐสวัสดิการอย่างแท้จริง

นายจตุพร ยังกล่าวถึงปัญหาภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างอิงการคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติว่า กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงเผชิญน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมรุนแรงในอนาคต พรรคโอกาสใหม่จึงมีแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แบบเบ็ดเสร็จภายใน 6 ปี ผ่านเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันว่าทำได้จริง และจะทำให้กรุงเทพฯ ไม่เผชิญน้ำท่วมซ้ำซาก

ในช่วงท้าย นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ของพรรคโอกาสใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ทั้งกำลังใจและคำถามเชิงนโยบาย พร้อมย้ำว่าพรรคส่งผู้สมัครครบทุกเขตในกรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม น้ำท่วม เศรษฐกิจ และการปฏิรูประบบราชการเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด

นายจตุพร ย้ำทิ้งท้ายว่า พรรคโอกาสใหม่เข้าใจปัญหาจริง ทำงานจริง และพร้อมจัดการปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด

ที่มา : พรรคโอกาสใหม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...