ยศชนัน-อภิสิทธิ์-ณัฐพงษ์ 3 แคนดิเดตนายก ชูวิสัยทัศน์พลิกประเทศ
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของการเมืองไทย ที่เกี่ยวโยงไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจปากท้อง และอนาคตของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 63 ล้านคน
มติชน จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์กับ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” 3 พรรคตัวแปรสำคัญ
ประกอบด้วย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” จากพรรคเพื่อไทย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อฉายภาพวิสัยทัศน์ การบริหารประเทศ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ยกเครื่องประเทศให้คนไทยรวยขึ้น
“ยศชนัน” จากพรรคเพื่อไทยฉายภาพว่า เราจะต้องวางรากฐานสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูงโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักการคือทำอย่างไรคนไทยถึงจะรวย และทำอย่างไรให้คนไทยรวยขึ้นอย่างยั่งยืน
เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเปลี่ยนแปลง เราจึงเสนอการยกเครื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเป้าหมายประเทศไทยวางรากฐานสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงนั้น จะเป็นเศรษฐกิจใหม่อิงเศรษฐกิจเดิม
อาทิ เกษตรกรรม การบริการ ภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องปรับให้เป็นมูลค่าสูง ปรับจากฐานและจุดเด่นที่ประเทศไทยมี ตัวอย่างเช่น คนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลกในด้านการแพทย์ ถ้าจะมาหาหมอที่ไทยคือดีที่สุด เราต้องตั้งต้นจากที่ที่ดีที่สุด ขยายผลไปในส่วนอื่น ๆ เช่น ธุรกิจ Wellness Tourism เริ่มต้นจากการบริการทางการแพทย์ที่ดี สร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ดีได้ ขณะเดียวกันก็สามารถท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ด้วย
เม็ดเงินต้องฉีดให้ตรงจุด สิ่งสำคัญทำให้เกิดนวัตกรรม ต้องมีการลงทุน เปิดโอกาสให้ Start Up, SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินต่าง ๆ ได้ แต่แน่นอนว่าเราจะเกิด Innovation และเทคโนโลยีไม่ได้ หากเราไม่มีมาตรฐานรองรับ รัฐบาลต้องลงทุนกับห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องทำการทดลองทางคลินิก การทำศูนย์สัตว์ทดลอง สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มมูลค่ามหาศาลและเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ได้
หากเกิด AI ใหม่ พลังงาน Fusion การใช้หุ่นยนต์แทนคน เราจำเป็นต้องเป็นซัพพลายเชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด สิ่งที่เราทำได้คือเซมิคอนดักเตอร์ ในบางจุดที่เราสามารถทำได้ทันที เพื่อไปเกาะกับห่วงโซ่เทคโนโลยีขนาดใหญ่ และยังมีเศรษฐกิจในอนาคตอีกมากที่เราทำได้
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราไม่สามารถเพิ่มประชากร สิ่งที่ต้องทำคือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพื่อเพิ่ม Productivity ให้ดีขึ้น เช่น ด้านการเกษตร ภาคบริการ ขยายโอกาสสู่เมืองรอง เราสามารถทำให้เมืองเล็ก ๆ เป็นเมืองใหญ่ได้ด้วยการทำ Man Made Destination นำปรากฏการณ์ Event ต่าง ๆ เข้ามาในประเทศไทย เป็นฮับการท่องเที่ยวของอาเซียน
นอกจากนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้าทำอย่างไรให้คนกลับมาใช้บริการรถไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าไม่ติด แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยมีแนวทางที่จะดึงสัญญาต่าง ๆ มาพูดคุยกันใหม่ ซึ่งจะกระเทือนต่องบฯของภาครัฐน้อยที่สุด รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเราทำมาแล้ว และพร้อมทำทันที นอกจากนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาในกรุงเทพฯ เราสามารถขยายฐานสนับสนุนทั้งรถไฟฟ้าทางคู่และรถไฟความเร็วสูงได้อีก
“วันนี้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงขนาดเล็กไม่ได้แล้ว ประเทศไทยต้องเปลี่ยนคือ การเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เราจึงใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย และต้องเป็นพรรคการเมืองที่จะใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย ต้องมีประสบการณ์”
มาร์คชูแผนการเมืองสุจริต
ด้านอภิสิทธิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศถูกรายล้อมด้วยปัญหาต่าง ๆ และเป็นสิ่งที่ตนได้สัมผัสกับประชาชน ถ้ามีโอกาสนำพาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดบ้านเมืองต้องสุจริต เพราะตราบใดบ้านเมืองไม่สุจริต ไม่ต้องคิดว่าจะแก้ปัญหาอื่นได้
ดังนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่ปัญหาคอร์รัปชั่นระดับล่างสุด เจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน มีการส่งส่วยเพื่อแลกกับการกระทำความผิด แลกกับความสะดวก พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน จะเปลี่ยนระบบการทำงานของรัฐที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ แต่จะทำให้ระบบอนุมัติ อนุญาตเป็นอัตโนมัติ ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่น้อยลง ปิดช่องทางการเรียกรับเงินในรูปแบบนี้
ยกระดับขึ้นมา จะเอาแพลตฟอร์มส่องรัฐมาเปิดให้ประชาชนดู เพราะเราจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดของรัฐที่ไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล ให้ประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ทุกโครงการที่มีการจัดซื้อ จัดจ้าง ราคากลาง ใครประมูล ประมูลได้ในราคาเท่าไหร่ คนประมูลได้เป็นใคร เชื่อมโยงกับใคร และบรรดาผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องหรือไม่
การซื้อขายตำแหน่งระดับสูงในระบบราชการ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปสร้างหลักเกณฑ์กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสูงมีความโปร่งใส ทำให้ประชาชนจับตาดูได้ ไม่มีใครกระโดดค้ำถ่อมา เพื่อรับใช้นักการเมือง หรือเพื่อหาประโยชน์เพื่อตนเอง ในส่วนของนักการเมือง จะต้องเพิ่มมาตรฐานการเปิดเผย ว่านักการเมืองมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจใด บริษัทไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย
ออก พ.ร.ก.อายัดทรัพย์ทุนเทา
เอาคนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการทุนเทาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว โดยออกพระราชกำหนดเพิ่มเขี้ยวเล็บ ทั้งเรื่องอายัดทรัพย์ในกรณีที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้ เรื่องการทำธุรการต่าง ๆ ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใคร และต้นทางคือใคร คริปโต ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ช่องทางอื่น ๆ ที่ใช้ในการฟอกเงินปัจจุบันจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจปากท้องต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับเราใน 4 ปีเศรษฐกิจต้องกลับไปเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 หนี้ครัวเรือนต้องกลับมาสู่ร้อยละ 60 ทั้งนี้ รัฐจะสร้างสภาวะแวดล้อมให้ภาคธุรกิจเอกชนธรรมดาเติบโตได้ เราจะทำ Super Act 2 ฉบับ ฉบับแรกเปิดโอกาสให้รัฐบาลไทยสามารถสะสางกฎหมายที่ล้าหลังได้ อีกฉบับเปิดข้อมูลภาครัฐ และจะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ
เช่น ข้อมูลเรื่องสุขภาพทั้งหมดจะมีประโยชน์มหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์ สมุนไพร เวลเนส เพื่อสามารถปรับตัวใช้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มผลผลิตนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
งานต่างประเทศ เราจะเตรียมเป็นประธานอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า จะเริ่มวาระที่ทำให้เรามาร่วมมือกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ ยา ต้นน้ำอาจอยู่ประเทศไทย กลางน้ำอินโดนีเซีย ปลายน้ำเวียดนาม แต่ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด
พรรคประชาชนเปลี่ยนประเทศ 4 ด้าน
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนตั้งใจเข้ามาเปลี่ยนประเทศ 4 ด้าน ได้แก่ 1.เศรษฐกิจ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส รับมือสังคมสูงวัยและปัญหาชายแดน 2.คุณภาพชีวิต ทำให้ทุกคนในประเทศเกิดมาดี โตดี และจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี 3.การปฏิรูปรัฐ เปลี่ยนจากรัฐกระดาษเป็น “รัฐ Platform” 4.ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ ทำให้กองทัพอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน
พรรคประชาชนยังมี 200 นโยบาย ภายใต้กรอบ 9 วิธีคิด ได้แก่ 1.การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนปัญหาในประเทศเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนแบบแลนด์บริดจ์ หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเมกะโปรเจ็กต์สีส้ม ด้วยวงเงิน 6.3 แสนล้านบาท ภายใต้กรอบ 8 ปี เงินลงทุน 1 บาท ต้องได้ 3 ต่อคือ ลดต้นทุนให้ประชาชน สร้างแต้มต่อให้ธุรกิจ และสร้างอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้น
2.เปลี่ยนการใช้งบประมาณแบบเลี้ยงไข้ ไปเป็นเงินรักษาโรค อุดหนุนให้ตรงเป้า ใครอยากโตต้องได้รับแรงหนุนจากรัฐ มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่น การส่งเสริมพ่อค้าแม่ขายในตลาดสด ด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ การส่งเสริมเกษตรกรด้วย 12 คูปองเกษตรทันโลก จูงใจให้เลิกการเผา ปรับปรุงคุณภาพดิน และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต แก้หนี้เกษตรกรด้วยการลดหนี้ 20% หากมีการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต
3.เปลี่ยนจากรัฐที่เกรงใจทุนใหญ่ เป็นเกรงใจคนส่วนใหญ่ ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ใช้เทคโนโลยีเข้ามากำกับดูแล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน จัดการสินค้าผิดกฎหมายและไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ
4.เปลี่ยนภาระในอดีตเป็นพลังแห่งอนาคต เปลี่ยนภาระเป็นงานคุณภาพ ด้วยนโยบายดูแลผู้สูงอายุ และการให้เงินจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับการอบรมจากรัฐ มีสิทธิได้รายได้ถึง 15,000 บาทต่อเดือน รวมถึงการอุดหนุนค่าเช่าบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยสามารถเปลี่ยนเป็นค่าผ่อนได้
5.เปลี่ยนสินทรัพย์ที่หลับใหลในชนบทให้เป็นรายได้ของรัฐ และเป็นของประชาชนทั่วประเทศ เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินรวมแปลง การแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด
6.เปลี่ยนรัฐให้เป็นโครงการ ผ่านแนวคิด “รัฐ Platform” ให้งบประมาณกับเอกชนในการแก้ปัญหา และให้ประชาชนเป็นผู้เลือก
7.เปลี่ยนแนวคิดจากรัฐรวมศูนย์ ให้เป็นท้องถิ่นที่จัดการตัวเองได้ ทำลายคอขวดระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่รวมศูนย์ในกรุงเทพฯ เพื่อให้รัฐเกิดความคล่องตัว ด้วยการผลักดันการกระจายอำนาจ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
8.เปลี่ยนจากการหาคนดี เป็นการสร้างระบบที่ดี ให้คนโกงไม่ได้ ผ่าน 3 เสาหลักคือ รัฐโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีลดการทุจริต และปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองคนที่เปิดโปงการทุจริต
9.เปลี่ยนนิยามความมั่นคงแบบเดิม ให้สอดรับกับภัยคุกคามสมัยใหม่ เปลี่ยนให้กองทัพมีทหารมืออาชีพที่สมัครใจ ปราบปรามภัยไซเบอร์ ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาแนวชายแดน
“หากใครรู้สึกว่าอยากอยู่ในประเทศที่ภาคภูมิใจ เหมือนที่เราเคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ไปไหนก็ไม่อายใคร ก็ขอเชิญชวนมาร่วมกันสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีความพร้อม เราทลายกรอบความเชื่อแบบเดิม ๆ มาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่” นายณัฐพงษ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยศชนัน-อภิสิทธิ์-ณัฐพงษ์ 3 แคนดิเดตนายก ชูวิสัยทัศน์พลิกประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net