ชายบุกธนาคารราดน้ำมันขู่ปล้น 5 ล้าน ผู้จัดการฮึดสู้ก่อนถูกรวบ
ระทึกกลางห้างสรรพสินค้าบางพลี ชาย 48 ปี บุกเดี่ยวธนาคารสาดน้ำมันเบนซินใส่ผู้จัดการหญิง ขู่เรียกเงินสด 5 ล้านบาท อ้างตกงานจนถึงทางตัน แต่ผู้จัดการมีไหวพริบฮึดสู้สะบัดตัวหนี เปิดโอกาสให้พนักงานและพลเมืองดีเข้าชาร์จตัวไว้ได้ ก่อนถูกรุมประชาทัณฑ์และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.37 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุพยายามปล้นธนาคารภายในห้างดังย่านบางพลีใหญ่ จากภาพคลิปวิดีโอและคำบอกเล่า นาย ก. สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีฟ้ามีฮู้ดและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ถือขวดพลาสติกบรรจุน้ำมันเบนซินบุกเข้ามาในธนาคาร ก่อนจะราดน้ำมันใส่ผู้จัดการหญิงของธนาคาร พร้อมขู่ให้พนักงานส่งเงินสดให้ 5 ล้านบาท ผู้จัดการสาวพยายามวิ่งหนี แต่ถูกนาย ก. ดึงเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวไว้ เธอจึงตัดสินใจหมุนตัวเพื่อสะบัดเสื้อออกและวิ่งหนี ทำให้ นาย ก. ตกใจ ในจังหวะนั้นเอง พนักงานธนาคารและพลเมืองดีได้กระโดดเข้าชาร์จตัว นาย ก. ซึ่งพยายามวิ่งหนีออกจากห้าง กล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่ นาย ก. วิ่งหลบหนีออกจากห้าง โดยยังคงถือขวดน้ำมันเบนซินติดมือมา มีไรเดอร์ส่งอาหารและพนักงานร้าน DIY วิ่งตามออกมา พลเมืองดีทั้งสองคนได้เข้าสกัด นาย ก. จนล้มลงกับพื้น และถูกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้าควบคุมตัว ก่อนจะถูกรุมประชาทัณฑ์และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นาย ก. ให้การกับ พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี ว่า ตนเองขับขี่รถมาจากจังหวัดชลบุรี เพื่อมาก่อเหตุในครั้งนี้ จริง ส่วนที่ทำลงไปนั้นตน ตกงานไม่มีเงินใช้ ถึงทางตันเลยตัดสินใจ ซื้อน้ำมันมาเพื่อขู่เพื่อเอาเงินแต่ไม่ได้ลงมือทำเพราะว่าเขาสู้เลยไม่กล้าทำ โดยจะขอให้การเพิ่มเติมในชั้นศาลเท่านั้น ด้าน นายอดิศร อนุสนธ์ นักศึกษาและหนึ่งในพลเมืองดีที่เข้าจับตัว นาย ก. เล่าว่า ตนกำลังกลับบ้าน แล้วเห็นพี่ไรเดอร์บอกว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนในธนาคาร จังหวะเขากำลังหนีออกนอกประตูตนเลยวิ่งมาเตะเขา จนเขาสลบ เพราะตนได้ยินว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนธนาคารแล้วมีคนทำร้ายจนเค้าวิ่งหนีออกมาทางนี้ ได้ยินเขาพูดว่า เขามาจากชลบุรีไม่มีเงินถึงทางตัน แค่จะข่มขู่
พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้นำตัว นาย ก. ส่งโรงพยาบาลบางพลีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามประกบ เบื้องต้นตรวจสอบประวัติที่บ้านเกิดในจังหวัดชลบุรี ไม่พบพฤติกรรมผิดปกติ แต่เคยมีคดีทำร้ายร่างกาย สำหรับความผิดในครั้งนี้ การที่เขาจับตัวผู้จัดการไว้ น่าจะเข้าข่ายความผิดโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และการที่เขาบอกให้ส่งเงินน่าจะเข้าข่ายความผิดในการกรรโชกทรัพย์ แต่ในเรื่องของการพยายามชิงทรัพย์ธนาคาร ต้องขอตรวจสอบอีกที พ.ต.อ.ไพโรจน์ ยังระบุว่า นาย ก. ขอยังไม่ให้การในชั้นสอบสวนและอ้างกฎหมาย PDPA จึงทำให้เห็นว่าเค้าน่าจะมีความไม่ปกติ เนื่องจากว่าช่วงนี้ทองแพง และคนร้ายมีโอกาสต้องการเงิน และกล่าวเสริมว่า ตำรวจมีมาตรการป้องกันเหตุสำหรับธนาคารและร้านทองอยู่แล้ว รวมถึงการเชื่อมสัญญาณแจ้งเหตุไปยังโรงพัก และอาจมีการเรียกประชุมเพื่อซักซ้อมแผนเพิ่มเติมในอนาคต
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news